มาตรา 1หมวด 1 — ข้อความเบื้องต้น — นิยาม
ชื่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
กำหนดชื่อกฎหมายว่า "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒" เป็นมาตราเปิดของพระราชบัญญัติ
ชื่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ม.1
มาตรา 2หมวด 1 — ข้อความเบื้องต้น — นิยาม
วันใช้บังคับหลังประกาศราชกิจจา ๙๐ วัน
กำหนดให้พระราชบัญญัติมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
วันบังคับใช้ราชกิจจานุเบกษาเก้าสิบวันม.2
มาตรา 3หมวด 1 — ข้อความเบื้องต้น — นิยาม
ยกเลิกกฎหมายจราจรเก่าห้าฉบับ
ยกเลิกพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับเก่า 4 ฉบับและประกาศคณะปฏิวัติ 1 ฉบับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีผลแทน
ยกเลิกกฎหมายเก่าคณะปฏิวัติม.3
มาตรา 4หมวด 1 — ข้อความเบื้องต้น — นิยาม
นิยามศัพท์จราจร ๔๐ คำสำคัญ
กำหนดนิยามคำสำคัญ 40 คำ ได้แก่ การจราจร ทาง รถ ผู้ขับขี่ สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจร เจ้าพนักงานจราจร ฯลฯ ซึ่งใช้เป็นฐานในการตีความพระราชบัญญัตินี้
นิยามการจราจรทางรถยนต์ผู้ขับขี่สัญญาณจราจรเจ้าพนักงานจราจรรถฉุกเฉินม.4
มาตรา 5หมวด 1 — ข้อความเบื้องต้น — นิยาม
รัฐมนตรีมหาดไทยรักษาการ ออกกฎกระทรวง
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติ มีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานจราจรและออกกฎกระทรวง ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา
รัฐมนตรีมหาดไทยรักษาการกฎกระทรวงเจ้าพนักงานจราจรม.5
มาตรา 6หมวด 2 — การใช้รถ
ห้ามนำรถสภาพไม่ปลอดภัยใช้บนถนน
ห้ามนำรถที่สภาพไม่มั่นคง อาจเกิดอันตราย หรือเสื่อมเสียสุขภาพอนามัยมาใช้บนถนน ผู้ขับขี่ต้องมีเครื่องยนต์และอุปกรณ์ครบถ้วนและใช้การได้ดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
สภาพรถความปลอดภัยเครื่องอุปกรณ์สุขภาพอนามัยม.6
มาตรา 7หมวด 2 — การใช้รถ
ห้ามใช้รถไม่มีป้ายทะเบียนบนถนน
ห้ามนำรถที่ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนหรือป้ายประจำรถตามกฎหมายมาใช้บนทางเดินรถ
ป้ายทะเบียนเลขทะเบียนป้ายประจำรถม.7
มาตรา 8หมวด 2 — การใช้รถ
ห้ามใช้รถมองทางไม่พอ ควบคุมฟิล์มกรองแสง
ห้ามนำรถที่ผู้ขับขี่มองเห็นทางไม่พอปลอดภัยมาใช้บนถนน อธิบดีมีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทัศนวิสัยฟิล์มกรองแสงมองเห็นทางม.8
มาตรา 9หมวด 2 — การใช้รถ
ห้ามใช้รถเกิดเสียงดังหรือสิ่งลากถู
ห้ามนำรถที่เกิดเสียงอื้ออึงหรือมีสิ่งลากถูบนทางเดินรถมาใช้บนถนน เพื่อป้องกันการรบกวนและอันตราย
เสียงดังเสียงรบกวนลากถูม.9
มาตรา 10หมวด 2 — การใช้รถ
ห้ามใช้รถล้อไม่ใช่ยางบนถนน
ห้ามนำรถที่ล้อหรือส่วนสัมผัสผิวทางไม่ใช่ยางมาใช้บนถนน เว้นแต่ได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร
ล้อยางผิวทางยกเว้นม.10
มาตรา 11หมวด 2 — การใช้รถ
ต้องเปิดไฟเมื่อแสงสว่างไม่พอ ๑๕๐ เมตร
ในเวลาแสงสว่างไม่เพียงพอให้มองเห็นได้ในระยะ 150 เมตร ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟตามประเภทและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
ไฟรถแสงสว่าง150 เมตรกลางคืนม.11
มาตรา 12หมวด 2 — การใช้รถ
เสียงสัญญาณ แตร ระฆัง กระดิ่ง ตามประเภทรถ
กำหนดเสียงสัญญาณตามประเภทรถ ได้แก่ รถยนต์/จักรยานยนต์ใช้แตรได้ยิน 60 เมตร รถม้าใช้ระฆัง รถจักรยานใช้กระดิ่งได้ยิน 30 เมตร ส่วนรถอื่นให้อธิบดีกำหนด
แตรระฆังกระดิ่งเสียงสัญญาณ60 เมตร30 เมตรม.12
มาตรา 13หมวด 2 — การใช้รถ
ห้ามใช้ไฟวับวาบ ไซเรน เสียงนกหวีด
ห้ามผู้ขับขี่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบ ไซเรน เสียงนกหวีด หรือเสียงดังเกินสมควร เว้นแต่รถฉุกเฉินหรือรถทหาร/ตำรวจที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี
ไฟวับวาบไซเรนนกหวีดรถฉุกเฉินตำรวจทหารม.13
มาตรา 14หมวด 2 — การใช้รถ
ใช้เสียงสัญญาณเฉพาะเมื่อจำเป็น ห้ามยาวซ้ำ
ผู้ขับขี่ใช้เสียงสัญญาณได้เฉพาะเมื่อจำเป็นหรือป้องกันอุบัติเหตุ ห้ามใช้เสียงยาวหรือซ้ำเกินควร และอธิบดีมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขในแต่ละพื้นที่
เสียงสัญญาณป้องกันอุบัติเหตุจำเป็นห้ามยาวซ้ำม.14
มาตรา 15หมวด 2 — การใช้รถ
รถบรรทุกของยื่นเกินต้องติดไฟสัญญาณ
รถที่บรรทุกของยื่นเกินความยาวตัวรถ เมื่ออยู่บนทางเดินรถในเวลาที่ต้องเปิดไฟตามมาตรา 11 ต้องปฏิบัติตามที่กำหนด
บรรทุกของยื่นไฟสัญญาณความยาวรถม.15
มาตรา 16หมวด 2 — การใช้รถ
รถบรรทุกของเหลวไวไฟ ก๊าซต้องปฏิบัติตาม
ผู้ขับขี่รถบรรทุกของเหลวไวไฟที่มีจุดวาบไฟ 21 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า หรือก๊าซไวไฟต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ของเหลวไวไฟก๊าซไวไฟรถบรรทุกอันตรายจุดวาบไฟม.16
มาตรา 17หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
รถบรรทุกวัตถุระเบิดต้องมีป้ายและเครื่องดับเพลิง
ผู้ขับขี่รถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือวัตถุอันตรายต้องจัดให้มีป้ายแสดงชนิดสินค้าและเครื่องดับเพลิง ตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง
วัตถุระเบิดวัตถุอันตรายเครื่องดับเพลิงป้ายเตือนม.17
มาตรา 18หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
การบรรทุกคน สัตว์ สิ่งของ ตามกฎกระทรวง
การบรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของในรถแต่ละชนิดต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
การบรรทุกกฎกระทรวงน้ำหนักบรรทุกขนาดบรรทุกม.18
มาตรา 19หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
ผ่อนผันบรรทุกนอกเกณฑ์เป็นการเฉพาะราย
กรณีจำเป็นต้องบรรทุกเกินหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง เจ้าของรถสามารถร้องขอให้เจ้าพนักงานจราจรผ่อนผันโดยอนุญาตเป็นหนังสือชั่วคราวเฉพาะราย
ผ่อนผันอนุญาตพิเศษบรรทุกเกินกำหนดเจ้าพนักงานจราจรม.19
มาตรา 20หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
ป้องกันของตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ปลิวจากรถ
ผู้ขับขี่รถบรรทุกต้องป้องกันมิให้คน สัตว์ หรือสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น หรือปลิว อันอาจก่อเหตุเดือดร้อนหรืออันตรายแก่ผู้อื่น
ของตกหล่นรั่วไหลส่งกลิ่นความสะอาดรถบรรทุกอันตรายม.20
มาตรา 21หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจร
ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณและเครื่องหมายจราจรที่ติดตั้งในทางหรือที่เจ้าหน้าที่แสดง โดยอธิบดีมีอำนาจกำหนดรูปแบบและความหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สัญญาณจราจรเครื่องหมายจราจรอธิบดีราชกิจจานุเบกษาม.21
มาตรา 22หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
การปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร 6 กรณี
กำหนดวิธีปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร 6 กรณี: เหลืองอำพัน=เตรียมหยุด, แดง=หยุด, เขียว=ไปได้, ลูกศรเขียว=เลี้ยวตามทิศ, แดงกระพริบ=หยุดก่อนแล้วค่อยไป, เหลืองกระพริบ=ลดความเร็ว
ไฟแดงไฟเขียวไฟเหลืองสัญญาณไฟทางแยกไฟกระพริบม.22
มาตรา 23หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
สัญญาณไฟเหนือช่องเดินรถหลายช่อง
ทางเดินรถที่มีไฟสัญญาณเหนือช่องมากกว่าสองช่อง: ไฟแดงรูปกากบาท=ห้ามเข้าช่องนั้น, ไฟเขียวลูกศร=ขับผ่านได้
ช่องเดินรถไฟสัญญาณกากบาทลูกศรม.23
มาตรา 24หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
การปฏิบัติตามสัญญาณมือเจ้าหน้าที่ 5 กรณี
กำหนดสัญญาณมือ 5 ท่าของเจ้าหน้าที่จราจรที่ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตาม ครอบคลุมการหยุดและการให้ผ่าน โดยให้หยุดหลังเส้นหรือห่างจากเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า 3 เมตร
สัญญาณมือเจ้าหน้าที่จราจรหยุดรถม.24
มาตรา 25หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
สัญญาณนกหวีด — หยุดและไปได้
เสียงนกหวีดยาว 1 ครั้ง = หยุดรถทันที, นกหวีดสั้น 2 ครั้งติดต่อกัน = ขับผ่านได้
นกหวีดสัญญาณเสียงหยุดรถเจ้าหน้าที่จราจรม.25
มาตรา 26หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
ทางเดินรถที่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมาย
บทบัญญัติอ้างอิงถึงการมีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรในทางเดินรถ
ทางเดินรถสัญญาณจราจรเครื่องหมายจราจรม.26
มาตรา 27หมวด 3 — สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจร
อธิบดีมีอำนาจแก้ไขสัญญาณจราจร
เมื่อมีเหตุอันสมควร อธิบดีมีอำนาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
อธิบดีแก้ไขเปลี่ยนแปลงราชกิจจานุเบกษาม.27
มาตรา 28หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามติดตั้งสัญญาณจราจรโดยไม่ใช่เจ้าหน้าที่
ห้ามบุคคลทั่วไปนอกจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานทำ ติดตั้ง หรือทำให้ปรากฏสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรในทาง
ห้ามติดตั้งสัญญาณจราจรเครื่องหมายจราจรเจ้าพนักงานม.28
มาตรา 29หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามทำลายหรือเคลื่อนย้ายสัญญาณจราจร
ห้ามทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้าย ขีดเขียน หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งสัญญาณหรือเครื่องหมายจราจรที่เจ้าหน้าที่ติดตั้งไว้
ทำลายสัญญาณเคลื่อนย้ายขีดเขียนเครื่องหมายจราจรม.29
มาตรา 30หมวด 4 — การขับรถ
สัญญาณที่ติดตั้งโดยฝ่าฝืน
บทบัญญัติเกี่ยวกับสัญญาณหรือเครื่องหมายจราจรที่ทำ ติดตั้ง หรือทำให้ปรากฏโดยฝ่าฝืนกฎหมาย
ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรเครื่องหมายจราจรม.30
มาตรา 31หมวด 4 — การขับรถ
ต้องมีใบอนุญาตขับรถ
ขับรถต้องมีใบขับขี่: พกติดตัว ต้องแสดงเมื่อเจ้าหน้าที่ขอ ไม่มี = ผิดกฎหมาย
ใบอนุญาตขับรถใบขับขี่พกใบขับขี่
มาตรา 32หมวด 3 — การใช้ทางเดินรถ
ต้องระวังคนเดินเท้า — โดยเฉพาะเด็ก คนชรา คนพิการ
ระวังคนข้ามถนน: ห้ามรถชนคนเดินเท้า ต้องบีบแตรเตือน ระวังเด็ก/คนชรา/คนพิการเป็นพิเศษ ฝ่าฝืน → ผิดทั้งจราจร+อาญา
คนเดินเท้าเด็กคนชราคนพิการระมัดระวัง
มาตรา 33หมวด 4 — การขับรถ
ขับรถชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ
ผู้ขับขี่ต้องขับชิดซ้ายและไม่ล้ำกึ่งกลาง ยกเว้น 3 กรณี: ซ้ายมีสิ่งกีดขวาง, ทางเดียว, หรือทางกว้างไม่ถึง 6 เมตร
ชิดซ้ายกึ่งกลางทางเดินรถสิ่งกีดขวางม.33
มาตรา 34หมวด 4 — การขับรถ
ขับรถในช่องเดินรถซ้ายสุด
ทางที่มีตั้งแต่สองช่องขึ้นไป ผู้ขับขี่ต้องใช้ช่องซ้ายสุด ยกเว้น 5 กรณี: ช่องซ้ายอุดตัน, ทางเดียว, เตรียมเข้าแยก, จะแซง, หรือขับเร็วกว่าช่องซ้าย
ช่องเดินรถซ้ายสุดแซงทางแยกม.34
มาตรา 35หมวด 4 — การขับรถ
รถช้าและรถบรรทุกต้องใช้ช่องซ้าย
รถที่ขับช้ากว่าต้องชิดซ้าย รถบรรทุก รถโดยสาร และมอเตอร์ไซค์ต้องใช้ช่องซ้ายสุด ยกเว้นรถบรรทุกส่วนบุคคลไม่เกิน 1,600 กก. และรถนั่งเกิน 7 คน
รถช้ารถบรรทุกมอเตอร์ไซค์ช่องซ้ายม.35
มาตรา 36หมวด 4 — การขับรถ
ต้องให้สัญญาณก่อนเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่อง
ก่อนเลี้ยวรถ ให้รถแซง เปลี่ยนช่อง ลดความเร็ว จอด หรือหยุด ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณมือและแขนตามที่กฎหมายกำหนด
สัญญาณมือเลี้ยวเปลี่ยนช่องจอดรถหยุดรถม.36
มาตรา 37หมวด 4 — การขับรถ
ไฟสัญญาณสำหรับการเลี้ยวและหยุด
บทบัญญัติอ้างอิงถึงไฟสัญญาณที่ต้องใช้ประกอบกับมาตราที่เกี่ยวข้อง
ไฟสัญญาณม.37
มาตรา 38หมวด 4 — การขับรถ
ให้สัญญาณก่อน 30 เมตร มองเห็นได้ 60 เมตร
ต้องให้สัญญาณก่อนเลี้ยว เปลี่ยนช่อง จอด หรือหยุด ไม่น้อยกว่า 30 เมตร และสัญญาณต้องมองเห็นได้จากระยะไม่น้อยกว่า 60 เมตร
สัญญาณ30 เมตร60 เมตรไฟสัญญาณเลี้ยวม.38
มาตรา 39หมวด 4 — การขับรถ
การขับรถสวนกัน — ชิดซ้ายและลดความเร็ว
ขับรถสวนกันต้องชิดซ้าย ทางแคบต้องลดความเร็ว รถคันใหญ่ต้องหยุดให้รถเล็กผ่าน และหากมีสิ่งกีดขวางต้องลดความเร็วหรือหยุดให้รถสวนผ่านไปได้
รถสวนกันทางแคบรถคันใหญ่ชิดซ้ายลดความเร็วม.39
มาตรา 40หมวด 4 — การขับรถ
ระยะห่างจากรถคันหน้าและการขึ้นสะพาน
ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอหยุดได้อย่างปลอดภัย และเมื่อขึ้นสะพานหรือทางลาดชันต้องระวังไม่ให้รถถอยหลังชนรถคันอื่น
ระยะห่างรถคันหน้าสะพานทางลาดชันถอยหลังม.40
มาตรา 41หมวด 4 — การขับรถ
ทางเดินรถทางเดียว — ขับตามทิศทางกำหนด
ทางที่มีเครื่องหมายจราจรกำหนดให้เป็นทางเดินรถทางเดียว ผู้ขับขี่ต้องขับตามทิศทางที่กำหนดเท่านั้น
ทางเดินรถทางเดียวone-wayเครื่องหมายจราจรม.41
มาตรา 42หมวด 4 — การขับรถ
ทางแบ่งสองทิศทาง — ขับชิดซ้ายของทาง
ทางที่มีเครื่องหมายแบ่งสองทิศทาง (ขึ้น-ล่อง) โดยมีช่องว่างหรือสิ่งกั้นกลาง ผู้ขับขี่ต้องขับชิดด้านซ้ายของทางเดินรถ
ทางแบ่งสองทิศทางเกาะกลางขึ้น-ล่องชิดซ้ายม.42
มาตรา 43หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามขับรถ 9 กรณี — เมาแล้วขับ ขับเร็ว ขับบนทางเท้า
มาตราสำคัญที่สุด — ห้าม 9 อย่าง: เมาแล้วขับ, ขับประมาท, ขับบนทางเท้า, คร่อมเส้น, ใช้โทรศัพท์ขณะขับ ฝ่าฝืน(1)(2) เมาแล้วขับ → จำคุก ≤ 1 ปี / ปรับ 10,000-20,000 บาท
เมาแล้วขับขับรถเร็วทางเท้าโทรศัพท์ประมาทม.43
มาตรา 43 ทวิหมวด 4 — การขับรถ
ตรวจวัดแอลกอฮอล์ — เป่าแอลกอฮอล์
ตำรวจมีอำนาจสั่งหยุดรถเป่าแอลกอฮอล์ได้ ถ้าเกิน 50 mg% = เมา (คนทั่วไป) ผู้ขับขี่อายุ < 20 ปี หรือใบขับขี่ชั่วคราว = 20 mg% ปฏิเสธเป่า → สันนิษฐานว่าเมา
เป่าแอลกอฮอล์50 mg%ตรวจวัดเมาสุราปฏิเสธเป่า
มาตรา 43 ตรีหมวด 3 — การใช้ทางเดินรถ
อำนาจสั่งหยุดรถ — ทดสอบเมาแล้วขับ/เสพยา
ตำรวจสั่งหยุดรถตรวจเมา: มีเหตุอันควรเชื่อว่าเมา → สั่งหยุดรถ → ทดสอบแอลกอฮอล์/ยาเสพติด ปฏิเสธทดสอบ → กักตัวตรวจ
สั่งหยุดรถทดสอบเมาตรวจแอลกอฮอล์
มาตรา 44หมวด 4 — การขับรถ
ให้สัญญาณก่อนแซงในทางไม่แบ่งช่อง
ผู้ขับขี่ที่ต้องการแซงรถในทางที่ไม่แบ่งช่องทางต้องให้สัญญาณโดยกระพริบไฟหน้าหลายครั้ง ให้ไฟเลี้ยวขวา หรือให้เสียงสัญญาณก่อน เพื่อให้รถคันหน้าทราบและตอบสัญญาณ
แซงรถสัญญาณกระพริบไฟขึ้นหน้ารถม.44
มาตรา 45หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามแซงด้านซ้าย เว้นกรณีรถเลี้ยวขวาหรือหลายช่อง
ห้ามแซงด้านซ้าย ยกเว้นเมื่อรถคันหน้ากำลังจะเลี้ยวขวา หรือทางมีช่องเดินรถเดียวกันตั้งแต่สองช่องขึ้นไป โดยต้องมั่นใจว่าปลอดภัยและไม่มีรถตามมากระชั้นชิด
แซงซ้ายเลี้ยวขวาช่องเดินรถม.45
มาตรา 46หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามแซงรถ 4 กรณี
ห้ามแซง: ทางชัน/สะพาน/โค้ง, 30 เมตรก่อนทางแยก, หมอก/ฝนมองไม่เห็น 60 เมตร, ที่คับขัน — ฝ่าฝืนปรับ 400-1,000 บาท
แซงทางโค้งสะพานทางแยกหมอก
มาตรา 47หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามแซงล้ำเส้นกึ่งกลางหรือเขตอันตราย
ห้ามแซงล้ำเส้นกึ่งกลางหรือเขตอันตราย ยกเว้นมีสิ่งกีดขวางด้านซ้ายและทางด้านขวากว้างพอ โดยต้องไม่กีดขวางรถสวนทาง
เส้นกึ่งกลางเขตอันตรายแซงรถสิ่งกีดขวางม.47
มาตรา 48หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามแซงเข้าช่องเดินรถประจำทาง
ห้ามแซงหรือล้ำเข้าไปในช่องเดินรถประจำทาง ยกเว้นมีสิ่งกีดขวางข้างหน้าหรือต้องปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน และให้อยู่ในช่องประจำทางเพียงเท่าที่จำเป็น
ช่องเดินรถประจำทางแซงรถเจ้าพนักงานจราจรม.48
มาตรา 49หมวด 4 — การขับรถ
รถช้าต้องยอมให้รถเร็วผ่านเมื่อขอทาง
ผู้ขับขี่รถช้าเมื่อได้รับสัญญาณขอแซงจากรถด้านหลังต้องยินยอมให้รถที่เร็วกว่าผ่านขึ้นหน้า และต้องให้สัญญาณตอบรับ
รถช้าขอแซงผ่านขึ้นหน้าสัญญาณตอบม.49
มาตรา 50หมวด 4 — การขับรถ
ให้สัญญาณมือก่อนออกจากที่จอดรถ
เมื่อขับรถออกจากที่จอดและมีรถหรือสิ่งกีดขวางอยู่ข้างหน้า ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามที่กำหนด
ออกจากที่จอดสัญญาณมือสิ่งกีดขวางม.50
มาตรา 51หมวด 4 — การขับรถ
หลักเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา และอ้อมวงเวียน
กำหนดหลักปฏิบัติการเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา และอ้อมวงเวียน โดยต้องชิดช่องที่กำหนดก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่า 30 เมตร และต้องหยุดให้ทางผู้ข้ามถนนกับรถจากทางด้านอื่นก่อน
เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาวงเวียนทางแยก30 เมตรม.51
มาตรา 52หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามกลับรถหรือเลี้ยวขวาเมื่อมีรถระยะ 100 เมตร
ในทางสวนกันได้ ห้ามกลับรถหรือเลี้ยวขวาเมื่อมีรถสวนหรือตามมาในระยะน้อยกว่า 100 เมตร ยกเว้นเห็นว่าปลอดภัยและไม่กีดขวางการจราจร
กลับรถเลี้ยวขวา100 เมตรทางสวนกันม.52
มาตรา 53หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามเลี้ยวหรือกลับรถในจุดห้ามและอันตราย
ห้ามเลี้ยวหรือกลับรถในบริเวณที่มีเครื่องหมายห้าม บนสะพาน ในระยะ 100 เมตรจากเชิงสะพาน หรือที่ทางแยก เว้นแต่มีเครื่องหมายอนุญาต
ห้ามกลับรถสะพานทางแยกเครื่องหมายจราจรม.53
มาตรา 54หมวด 4 — การขับรถ
ให้สัญญาณมือก่อนหยุดหรือจอดในทางเดินรถ
เมื่อจะหยุดหรือจอดรถในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามที่กำหนดก่อนเสมอ
หยุดรถจอดรถสัญญาณมือทางเดินรถม.54
มาตรา 55หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามหยุดรถ 8 กรณี เช่น สะพาน ทางแยก ทางเท้า
ห้ามหยุดรถ 8 กรณีได้แก่ ในช่องเดินรถ ทางเท้า สะพาน อุโมงค์ ทางแยก เขตห้ามหยุด ปากทางเข้าออกอาคาร เขตปลอดภัย และที่กีดขวางจราจร ยกเว้นเหตุจำเป็นหรือสัญญาณจราจรบังคับ
ห้ามหยุดรถสะพานทางแยกทางเท้าเขตปลอดภัยม.55
มาตรา 56หมวด 4 — การขับรถ
ไฟสัญญาณต้องไม่ใช่ชนิดที่ใช้เชื้อเพลิง
ไฟสัญญาณที่ใช้บนรถหรือเพื่อการจราจรต้องไม่ใช่ประเภทที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นแหล่งพลังงาน
ไฟสัญญาณเชื้อเพลิงม.56
มาตรา 57หมวด 5 — การหยุดรถและจอดรถ
ห้ามจอดรถ 10 กรณี
ห้ามจอดรถ: ทางเท้า สะพาน ทางแยก ≤ 10m ทางข้าม ≤ 3m หน้าป้ายรถเมล์ ≤ 10m ทางรถไฟ ≤ 15m จอดซ้อนคัน ฝ่าฝืน → ปรับ ≤ 500
ห้ามจอดรถทางเท้าทางแยกจอดซ้อนคัน
มาตรา 58หมวด 4 — การขับรถ
จอดรถโดยไม่มีคนขับต้องดับเครื่องและห้ามล้อ
เมื่อจอดรถโดยไม่มีคนควบคุม ต้องดับเครื่องยนต์และห้ามล้อ และหากจอดบนทางลาดชันต้องหันล้อหน้าเข้าขอบทางด้วย
จอดรถดับเครื่องห้ามล้อทางลาดม.58
มาตรา 59หมวด 4 — การขับรถ
เจ้าพนักงานมีอำนาจเคลื่อนย้ายรถที่จอดผิดกฎ
เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจสั่งให้เคลื่อนย้ายหรือล็อกล้อรถที่จอดผิดกฎ เจ้าของรถต้องชำระค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 500 บาท/คัน และค่าดูแลรักษาไม่น้อยกว่า 200 บาท/วัน หากไม่ชำระภายใน 3 เดือนอาจถูกขายทอดตลาด
เคลื่อนย้ายรถล็อกล้อจอดผิดกฎค่าปรับขายทอดตลาดม.59
มาตรา 60หมวด 4 — การขับรถ
จอดนอกเขตเทศบาลต้องให้คนเห็นได้ 150 เมตร
การหยุดหรือจอดรถในทางเดินรถนอกเขตเทศบาลต้องจอด ณ ที่ที่ผู้ขับรถอื่นมองเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร
จอดรถนอกเขตเทศบาล150 เมตรระยะมองเห็นม.60
มาตรา 61หมวด 4 — การขับรถ
ของยื่นยาวต้องติดธงแดงหรือไฟสัญญาณ
เมื่อบรรทุกสิ่งที่ยื่นออกมาต้องติดธงแดง (กลางวัน) หรือไฟสัญญาณแสงแดง (กลางคืน) ที่ปลายสุดของสิ่งบรรทุก ให้มองเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร
ธงแดงไฟสัญญาณแดงสิ่งบรรทุก150 เมตรม.61
มาตรา 62หมวด 4 — การขับรถ
ทางรถไฟตัด — หยุดรถให้ห่างอย่างน้อย 5 เมตร
เมื่อมีสัญญาณรถไฟ สิ่งปิดกั้น หรือได้ยินเสียงรถไฟใกล้ ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร รอจนรถไฟผ่านและมีสัญญาณอนุญาตจึงขับต่อไป
ทางรถไฟหยุดรถ5 เมตรระวังรถไฟม.62
มาตรา 63หมวด 4 — การขับรถ
ทางรถไฟไม่มีสัญญาณต้องลดความเร็วและหยุด
หากทางรถไฟตัดถนนแต่ไม่มีสัญญาณหรือสิ่งปิดกั้น ผู้ขับขี่ต้องลดความเร็วและหยุดรถห่างจากทางรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร รอจนปลอดภัยจึงขับผ่านได้
ทางรถไฟไม่มีสัญญาณหยุดรถ5 เมตรม.63
มาตรา 64หมวด 4 — การขับรถ
รถอื่นต้องระวังและลดความเร็วเมื่อผ่านรถโรงเรียน
เมื่อรถโรงเรียนหยุดรับส่งนักเรียน รถอื่นที่ขับตามหรือสวนทางต้องใช้ความระมัดระวังและลดความเร็ว รอจนปลอดภัยจึงขับผ่าน
รถโรงเรียนรับส่งนักเรียนลดความเร็วระมัดระวังม.64
มาตรา 65หมวด 4 — การขับรถ
รถโดยสารประจำทางต้องขับในช่องที่กำหนด
เมื่อเจ้าพนักงานประกาศกำหนดช่องเดินรถประจำทาง รถโดยสารประจำทางและรถบรรทุกคนโดยสารที่อยู่ระหว่างรับส่งผู้โดยสารต้องขับในช่องที่กำหนด ยกเว้นมีสิ่งกีดขวางหรือตามคำสั่งเจ้าหน้าที่
ช่องเดินรถประจำทางรถโดยสารรถบรรทุกคนโดยสารเจ้าพนักงานจราจรม.65
มาตรา 66หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามขับรถในช่องเดินรถประจำทาง
ห้ามผู้ขับขี่รถทั่วไปนอกจากรถโดยสารประจำทางหรือรถบรรทุกคนโดยสารตามที่อธิบดีกำหนดขับในช่องเดินรถประจำทาง เว้นแต่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ช่องเดินรถประจำทางรถโดยสารประจำทางรถบรรทุกคนโดยสารห้ามขับ
มาตรา 67หมวด 6 — การขับรถผ่านทางร่วมทางแยก
ทางร่วมทางแยก — ให้สิทธิทางแก่รถทางขวามือ
สี่แยก: ถึงก่อน=ไปก่อน ถึงพร้อมกัน=ให้ทางขวามือ มีไฟจราจร=ตามไฟ วงเวียน=ให้รถในวงเวียนไปก่อน
ทางแยกให้ทางสิทธิทางวงเวียน
มาตรา 68หมวด 4 — การขับรถ
ลดความเร็วก่อนเลี้ยว แซง จอด หรือกลับรถ
ผู้ขับขี่ที่จะเลี้ยวรถ ให้รถแซงผ่าน จอดรถ หยุดรถ หรือกลับรถ ต้องลดความเร็วของรถก่อนทุกครั้ง
ลดความเร็วเลี้ยวรถกลับรถจอดรถแซง
มาตรา 69หมวด 4 — การขับรถ
ลดความเร็วบนเนิน โค้ง หมอก ฝน
ผู้ขับขี่บนเนินเขา สะพาน ทางโค้ง ทางลาด หรือมีหมอก/ฝน/ฝุ่น/ควันทำให้มองเห็นทางน้อยกว่า 60 เมตร ต้องลดความเร็วเพื่อความปลอดภัย
ลดความเร็วเนินเขาสะพานทางโค้งหมอกทางลาด60 เมตร
มาตรา 70หมวด 4 — การขับรถ
ลดความเร็วก่อนทางแยกและวงเวียน
ผู้ขับขี่ที่เข้าใกล้ทางร่วมทางแยก ทางข้ามเส้นให้หยุด หรือวงเวียน ต้องลดความเร็วของรถก่อนถึงจุดนั้นเสมอ
ลดความเร็วทางแยกวงเวียนทางข้ามทางร่วม
มาตรา 71หมวด 4 — การขับรถ
ขับผ่านทางแยก ภายใต้บังคับกฎทางเอก
การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติว่าด้วยทางเดินรถทางเอกและทางโท
ทางแยกทางเอกทางโทขับผ่านทางแยก
มาตรา 72หมวด 4 — การขับรถ
ทางเดินรถทางเอก — นิยาม 4 กรณี
ทางเดินรถทางเอกคือทางที่ติดตั้งป้ายทางเอก ป้ายหยุด/ให้ทาง หรือมีช่องจราจรมากกว่า หรือเป็นถนนที่ตัดกับตรอกซอย ทางอื่นนอกนั้นเป็นทางโท
ทางเดินรถทางเอกทางโทป้ายหยุดให้ทางเครื่องหมายจราจรตรอกซอย
มาตรา 73หมวด 4 — การขับรถ
ขับผ่านวงเวียน ให้รถขวาในวงเวียนก่อน
วงเวียนที่มีสัญญาณจราจรให้ปฏิบัติตามสัญญาณ ถ้าไม่มีให้รถที่อยู่ในวงเวียนด้านขวาผ่านก่อน และต้องปฏิบัติตามสัญญาณพนักงานเจ้าหน้าที่เสมอ
วงเวียนสัญญาณจราจรให้ทางรถด้านขวาพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 74หมวด 4 — การขับรถ
ออกจากทางส่วนบุคคลต้องหยุดให้รถผ่านก่อน
ผู้ขับขี่ที่ออกจากทางส่วนบุคคลหรืออาคารต้องหยุดให้รถในทางหลักผ่านก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงออกได้
ทางส่วนบุคคลหยุดรถให้ทางขับออกอาคารปลอดภัย
มาตรา 75หมวด 4 — การขับรถ
สิทธิรถฉุกเฉินขณะปฏิบัติหน้าที่ 5 ข้อ
รถฉุกเฉินขณะปฏิบัติหน้าที่มีสิทธิใช้ไฟวับวาบ/ไซเรน จอดในที่ห้ามจอด ขับเกินความเร็ว และขับผ่านสัญญาณหยุดได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควร
รถฉุกเฉินไซเรนไฟวับวาบขับเกินความเร็วปฏิบัติหน้าที่สิทธิ
มาตรา 76หมวด 4 — การขับรถ
หยุดหลบให้รถฉุกเฉินผ่านก่อน
เมื่อเห็นหรือได้ยินรถฉุกเฉิน คนเดินเท้าต้องหลบชิดทาง ผู้ขับขี่ต้องหยุดชิดซ้าย ผู้ควบคุมสัตว์ต้องบังคับสัตว์หยุดชิดทาง ห้ามหยุดในทางแยก
รถฉุกเฉินหยุดรถชิดซ้ายไซเรนคนเดินเท้าหลบทาง
มาตรา 77หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามลากหรือจูงรถเกินหนึ่งคัน
ห้ามใช้รถลากหรือจูงรถอื่นเกินหนึ่งคัน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี วิธีลากและเครื่องหมายความปลอดภัยกำหนดในกฎกระทรวง
ลากรถจูงรถอนุญาตอธิบดีกฎกระทรวงความปลอดภัย
มาตรา 78หมวด 4 — การขับรถ
เกิดอุบัติเหตุ — ต้องหยุดช่วยเหลือ ห้ามหนี
เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะผิดหรือไม่ → ต้องหยุด + ช่วยเหลือ + แจ้งเจ้าหน้าที่ + แจ้งชื่อ/ทะเบียนรถ ถ้าหนี → สันนิษฐานว่าเป็นผู้กระทำผิด + โทษจำคุก ≤ 3 เดือน / ปรับ 2,000-10,000 บาท
อุบัติเหตุหยุดรถชนแล้วหนีสันนิษฐานแจ้งเจ้าหน้าที่
มาตรา 79หมวด 4 — การขับรถ
รถจักรยานต้องขับในทางจักรยาน
ทางใดที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับในทางนั้นเท่านั้น
รถจักรยานทางจักรยานขับรถบังคับ
มาตรา 80หมวด 4 — การขับรถ
อุปกรณ์บังคับรถจักรยานในทาง 4 รายการ
รถจักรยานในทางต้องมี: กระดิ่งได้ยิน 30 เมตร เบรกหยุดได้ทันที โคมไฟหน้าขาวส่องเห็น 15 เมตร และโคมไฟท้ายแดงหรือวัตถุสะท้อนแสง
รถจักรยานกระดิ่งเบรกโคมไฟวัตถุสะท้อนแสงอุปกรณ์บังคับ
มาตรา 81หมวด 4 — การขับรถ
รถจักรยานต้องเปิดโคมไฟตามเวลากำหนด
ในเวลาที่ต้องเปิดไฟ ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องเปิดโคมไฟที่ติดตั้งไว้ตามบทบัญญัติเกี่ยวกับอุปกรณ์รถจักรยาน
รถจักรยานโคมไฟเปิดไฟเวลากำหนด
มาตรา 82หมวด 4 — การขับรถ
รถจักรยานต้องขับชิดซ้ายให้มากที่สุด
ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับชิดขอบทางด้านซ้ายให้มากที่สุด หากมีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดให้ขับชิดช่องนั้น
รถจักรยานชิดซ้ายขอบทางช่องเดินรถประจำทางไหล่ทาง
มาตรา 83หมวด 4 — การขับรถ
ข้อห้ามขับรถจักรยาน 7 ประการ
ห้ามขับจักรยานโดยประมาท ไม่จับคันบังคับ ขนานเกิน 2 คัน นั่งผิดอาน บรรทุกคน ถือสิ่งของกีดขวาง หรือเกาะ/พ่วงรถอื่น
รถจักรยานข้อห้ามประมาทบรรทุกเกาะรถคันบังคับ
มาตรา 84หมวด 4 — การขับรถ
รถจักรยานต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั่วไป
เว้นแต่ลักษณะนี้จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติทั่วไปของพระราชบัญญัตินี้
รถจักรยานบทบัญญัติทั่วไปปฏิบัติตาม
มาตรา 85หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามรถโดยสารรับศพหรือผู้ป่วยโรคติดต่อร่วมผู้โดยสาร
ห้ามรถโดยสารรับศพหรือผู้ป่วยโรคติดต่อร่วมกับผู้โดยสารอื่น เว้นแต่ไม่มีผู้โดยสารอื่นในรถ หรือบรรทุกศพพร้อมญาติเท่านั้น
รถโดยสารศพโรคติดต่อโรคเรื้อนผู้โดยสารห้าม
มาตรา 86หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามเรียกผู้โดยสารด้วยการส่งเสียงรำคาญหรือต้อนดึง
ห้ามผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถโดยสารส่งเสียงอื้ออึง หรือต้อน ดึง เหนี่ยว ยึดยื้อคนหรือสิ่งของเพื่อชักชวนขึ้นรถ
รถโดยสารส่งเสียงรำคาญต้อนดึงเรียกผู้โดยสารห้าม
มาตรา 87หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามปฏิเสธรับผู้โดยสารโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ห้ามเจ้าของรถ ผู้ขับขี่ หรือผู้เก็บค่าโดยสารปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารโดยไม่มีเหตุอันสมควร
รถโดยสารปฏิเสธผู้โดยสารรับจ้างเหตุอันสมควรห้าม
มาตรา 88หมวด 4 — การขับรถ
หยุดรถส่งผู้โดยสาร ณ ป้ายหยุดรถ
ผู้ขับรถโดยสารประจำทางต้องหยุดส่งผู้โดยสาร ณ ป้ายหยุดรถประจำทาง หรือสถานที่ที่ตกลงกันไว้
รถโดยสารป้ายหยุดรถส่งผู้โดยสารรถประจำทาง
มาตรา 89หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามรับผู้โดยสารรถบรรทุกเกินจำนวน
ห้ามรับผู้โดยสารเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด โดยเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี สองคนนับเป็นผู้โดยสารหนึ่งคน
รับผู้โดยสารเกินรถโดยสารจำนวนผู้โดยสารเด็กอายุไม่เกินสิบปี
มาตรา 90หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามผู้ขับรถโดยสาร 3 พฤติกรรม
ห้ามผู้ขับรถโดยสารขับเร่หาผู้โดยสาร จอดห่างจากป้ายจอดเกิน 1 เมตร หรือจอดห่างท้ายรถคันหน้าเกิน 1 เมตร
รถโดยสารขับเร่หาคนจอดรถระยะจอด
มาตรา 91หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามสูบบุหรี่และวาจาไม่สุภาพบนรถโดยสาร
ห้ามผู้ขับและผู้เก็บค่าโดยสารสูบบุหรี่หรือคุยขณะปฏิบัติหน้าที่ และห้ามกล่าววาจาไม่สุภาพหรือแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อผู้โดยสาร
สูบบุหรี่บนรถวาจาไม่สุภาพผู้เก็บค่าโดยสารมารยาทผู้ขับ
มาตรา 92หมวด 4 — การขับรถ
ดับเครื่องยนต์เมื่อเติมน้ำมันไวไฟ
เมื่อเติมน้ำมันชนิดไวไฟ (จุดวาบไฟ ≤ 21 องศาเซลเซียส) ต้องดับเครื่องยนต์และให้ผู้โดยสารทุกคนลงจากรถก่อน
น้ำมันไวไฟดับเครื่องยนต์เติมน้ำมันความปลอดภัย
มาตรา 93หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร
ห้ามผู้ขับแท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร เว้นแต่จะก่อให้เกิดอันตราย หากไม่รับต้องแสดงป้ายงดรับตามที่กฎหมายกำหนด
แท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารป้ายงดรับม.93
มาตรา 94หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามรับผู้โดยสารแท็กซี่เกินใบอนุญาต
ห้ามแท็กซี่รับผู้โดยสารเกินจำนวนที่ระบุในใบอนุญาต โดยเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี สองคนนับเป็นหนึ่งคน
แท็กซี่รับผู้โดยสารเกินใบอนุญาตจำนวนผู้โดยสาร
มาตรา 95หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามรบกวนหรือบังคับให้ขึ้นรถแท็กซี่
ห้ามส่งเสียงดังรบกวนเพื่อให้ขึ้นรถแท็กซี่ หรือต้อน ดึง เหนี่ยว บังคับให้บุคคลขึ้นรถแท็กซี่คันใดคันหนึ่ง
แท็กซี่บังคับผู้โดยสารส่งเสียงรบกวนต้อนขึ้นรถ
มาตรา 96หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามแท็กซี่เก็บค่าโดยสารเกินมิเตอร์
ห้ามผู้ขับแท็กซี่เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่ปรากฏจากมิเตอร์ โดยวิธีการใช้มิเตอร์เป็นไปตามกฎกระทรวง
แท็กซี่ค่าโดยสารมิเตอร์เก็บเกินม.96
มาตรา 97หมวด 4 — การขับรถ
ผู้โดยสารต้องชำระค่าโดยสารตามมิเตอร์
ผู้โดยสารมีหน้าที่ชำระค่าโดยสารตามอัตราที่ปรากฏจากมิเตอร์รถแท็กซี่
แท็กซี่ค่าโดยสารมิเตอร์หน้าที่ผู้โดยสาร
มาตรา 98หมวด 4 — การขับรถ
บทบัญญัติเพิ่มเติมเกี่ยวกับแท็กซี่
บทบัญญัติทั่วไปที่ใช้บังคับเพิ่มเติมสำหรับรถแท็กซี่
แท็กซี่บทบัญญัติ
มาตรา 99หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามผู้ขับแท็กซี่กระทำรบกวนผู้โดยสาร
ห้ามผู้ขับแท็กซี่สูบบุหรี่ เปิดวิทยุรบกวนผู้โดยสาร หรือยื่นส่วนใดของร่างกายออกนอกรถขณะขับ
แท็กซี่สูบบุหรี่ก่อความรำคาญยื่นมือออกนอกรถ
มาตรา 100หมวด 4 — การขับรถ
ขับตามเส้นทางสั้นสุด ห้ามทิ้งผู้โดยสาร
แท็กซี่ต้องพาผู้โดยสารไปตามเส้นทางที่สั้นที่สุดและส่ง ณ สถานที่ตกลงกัน ห้ามทอดทิ้งผู้โดยสารระหว่างทาง
แท็กซี่เส้นทางสั้นสุดทอดทิ้งผู้โดยสารม.100
มาตรา 101หมวด 4 — การขับรถ
ผู้ขับแท็กซี่ต้องแต่งกายตามที่กำหนด
ผู้ขับรถแท็กซี่ต้องแต่งกายและสวมเครื่องหมายตามที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับภายใน 60 วันหลังประกาศ
แท็กซี่เครื่องแต่งกายอธิบดีราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 102หมวด 4 — การขับรถ
กำหนดที่จอดพักรถแท็กซี่โดยพระราชกฤษฎีกา
รัฐมนตรีสามารถออกพระราชกฤษฎีกากำหนดให้รถแท็กซี่ในท้องที่ใดต้องจอดพักรถเฉพาะที่ได้
แท็กซี่ที่จอดพักรถพระราชกฤษฎีการัฐมนตรี
มาตรา 103หมวด 4 — การขับรถ
คนเดินเท้าต้องเดินบนทางเท้าหรือไหล่ทาง
คนเดินเท้าต้องเดินบนทางเท้าหรือไหล่ทาง หากไม่มีทางเท้าให้เดินริมทางด้านขวาของตนเอง
คนเดินเท้าทางเท้าไหล่ทางริมทางขวา
มาตรา 104หมวด 4 — การขับรถ
ห้ามข้ามถนนนอกทางข้ามในรัศมี 100 เมตร
ห้ามคนเดินเท้าข้ามถนนนอกทางข้ามภายในระยะ 100 เมตรจากทางข้ามที่กำหนด
คนเดินเท้าทางข้ามข้ามถนน100 เมตร
มาตรา 105หมวด 4 — การขับรถ
ปฏิบัติตามสัญญาณไฟสำหรับคนเดินเท้า
คนเดินเท้าต้องปฏิบัติตามสัญญาณไฟ: ไฟแดงห้ามข้าม ไฟเขียวข้ามได้ ไฟเขียวกระพริบรีบข้ามหรือหยุดรอ
คนเดินเท้าสัญญาณไฟจราจรไฟแดงไฟเขียวทางข้าม
มาตรา 106หมวด 4 — การขับรถ
ข้ามทางแยกตามสัญญาณจราจรควบคุม
ในทางแยกที่มีสัญญาณจราจร คนเดินเท้าข้ามได้เมื่อรถต้องหยุด และห้ามข้ามเมื่อสัญญาณให้รถผ่าน
คนเดินเท้าทางแยกสัญญาณจราจรทางร่วมทางแยก
มาตรา 107หมวด 4 — การขับรถ
ปฏิบัติตามสัญญาณพนักงานจราจร
คนเดินเท้าที่จะข้ามถนนต้องปฏิบัติตามสัญญาณของเจ้าหน้าที่จราจร ทั้งสัญญาณมือ แขน และนกหวีด
คนเดินเท้าพนักงานจราจรสัญญาณมือนกหวีด
มาตรา 108หมวด 13 — คนเดินเท้า
ห้ามเดินแถวขบวนกีดขวางการจราจร
ห้ามเดินแถว เดินขบวนแห่ หรือเดินเป็นขบวนใดๆ ในทางที่กีดขวางการจราจร เว้นแต่แถวทหาร/ตำรวจที่มีผู้ควบคุม หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจร
เดินแถวขบวนแห่กีดขวางเจ้าพนักงานจราจรอนุญาต
มาตรา 109หมวด 13 — คนเดินเท้า
ห้ามกีดขวางผู้อื่นบนทางเท้า
ห้ามกระทำสิ่งใดบนทางเท้าหรือทางที่จัดไว้สำหรับคนเดินในลักษณะที่กีดขวางผู้อื่นโดยไม่มีเหตุสมควร
ทางเท้าคนเดินเท้ากีดขวาง
มาตรา 110หมวด 13 — คนเดินเท้า
ห้ามซื้อขายบนทางเดินรถกีดขวาง
ห้ามซื้อ ขาย แจกจ่าย หรือเรี่ยไรบนทางเดินรถหรือออกกลางทางโดยไม่มีเหตุสมควรหรือกีดขวางการจราจร
ซื้อขายเรี่ยไรทางเดินรถกีดขวาง
มาตรา 111หมวด 14 — สัตว์และสิ่งของในทาง
ห้ามขี่จูงสัตว์กีดขวางโดยไม่มีผู้ควบคุม
ห้ามขี่ จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์บนทางในลักษณะกีดขวางการจราจรโดยไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ
สัตว์ขี่จูงปล่อยกีดขวาง
มาตรา 112หมวด 14 — สัตว์และสิ่งของในทาง
ผู้ขี่สัตว์ต้องปฏิบัติตามกฎจราจร
การขี่ จูง หรือไล่ต้อนสัตว์บนทาง ผู้ขี่หรือผู้ควบคุมต้องปฏิบัติตามกฎหมายจราจรว่าด้วยรถโดยอนุโลม
สัตว์ขี่อนุโลมกฎจราจรควบคุม
มาตรา 113หมวด 14 — สัตว์และสิ่งของในทาง
เจ้าพนักงานจราจรสั่งห้ามนำสัตว์บนทาง
เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกคำสั่งห้ามขี่ จูง ไล่ต้อน หรือปล่อยสัตว์บนทางใดๆ เมื่อเห็นว่าจะกีดขวางการจราจรหรือทำให้ทางสกปรก
เจ้าพนักงานจราจรสัตว์ห้ามคำสั่งกีดขวาง
มาตรา 114หมวด 14 — สัตว์และสิ่งของในทาง
ห้ามวางตั้งสิ่งของกีดขวางโดยไม่รับอนุญาต
ห้ามวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดที่กีดขวางการจราจรโดยไม่รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งอนุญาตได้เฉพาะกรณีจำเป็นและชั่วคราวเท่านั้น
วางสิ่งของกีดขวางอนุญาตชั่วคราวเจ้าพนักงานจราจร
มาตรา 115หมวด 14 — สัตว์และสิ่งของในทาง
ห้ามแบกหามลากสิ่งของกีดขวางทาง
ห้ามแบก หาม ลาก หรือนำสิ่งของไปบนทางในลักษณะที่กีดขวางการจราจร
แบกหามลากสิ่งของกีดขวาง
มาตรา 116หมวด 15 — รถม้า เกวียนและเลื่อน
ห้ามจอดรถม้าเกวียนโดยไม่มีผู้ควบคุม
ห้ามจอดรถม้า เกวียน หรือเลื่อนที่เทียมสัตว์บนทางโดยไม่มีผู้ควบคุม เว้นแต่ผูกสัตว์ไว้ไม่ให้ลากต่อไปได้
รถม้าเกวียนเลื่อนจอดผู้ควบคุม
มาตรา 117หมวด 15 — รถม้า เกวียนและเลื่อน
ห้ามปล่อยสายบังเหียนขณะขับรถม้า
ห้ามผู้ขับรถม้าปล่อยสายบังเหียนในเวลาขับ ต้องถือบังเหียนควบคุมสัตว์ตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย
รถม้าบังเหียนปล่อยขับควบคุม
มาตรา 118หมวด 15 — รถม้า เกวียนและเลื่อน
ผู้ขับรถม้าเกวียนต้องปฏิบัติตามกฎจราจร
การขับรถม้า เกวียน หรือเลื่อนที่เทียมสัตว์ ผู้ขับต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยรถโดยอนุโลม
รถม้าเกวียนเลื่อนกฎจราจรอนุโลม
มาตรา 119หมวด 16 — เขตปลอดภัย
ห้ามขับรถเข้าในเขตปลอดภัย
ห้ามขับรถเข้าไปในเขตปลอดภัย เว้นแต่กรณีจำเป็นและได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
เขตปลอดภัยห้ามขับอนุญาตเจ้าพนักงานจราจร
มาตรา 120หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
ห้ามถอยรถในลักษณะไม่ปลอดภัย
ห้ามขับรถถอยหลังในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยหรือกีดขวางการจราจร
ถอยหลังไม่ปลอดภัยกีดขวาง
มาตรา 121หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
นั่งคร่อมอานรถจักรยานยนต์และโดยสารซ้อนท้าย
ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องนั่งคร่อมบนอานที่จัดไว้ คนโดยสารต้องนั่งซ้อนท้ายบนอานโดยสารหรือในอานพ่วงข้างหากอนุญาตในใบทะเบียนรถ
รถจักรยานยนต์นั่งคร่อมอานโดยสารซ้อนท้าย
มาตรา 122หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
ต้องสวมหมวกกันน็อค — ผู้ขับขี่และคนซ้อนมอเตอร์ไซค์
หมวกกันน็อค: ทั้งคนขับและคนซ้อนต้องสวม ไม่ใส่ → ปรับ ≤ 500 ยกเว้นพระภิกษุ/นักบวช คนซ้อนไม่ใส่ → ปรับคนขับด้วย
หมวกกันน็อคมอเตอร์ไซค์คนซ้อนปรับ 500
มาตรา 123หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
เข็มขัดนิรภัย — ผู้ขับขี่และคนนั่งหน้าต้องคาด
เข็มขัดนิรภัย: คนขับ+คนนั่งหน้าต้องคาด นั่งหน้าได้ ≤ 2 คน ไม่คาด → ปรับ ≤ 500 คนขับต้องจัดให้ผู้โดยสารคาดด้วย
เข็มขัดนิรภัยคาดเข็มขัดนั่งหน้า
มาตรา 124หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
ห้ามกีดขวางสายตาและห้อยโหนนอกตัวรถ
ห้ามกีดขวางสายตาผู้ขับรถ ห้ามห้อยโหนหรือยื่นร่างกายออกนอกรถ และห้ามขึ้นลงรถโดยสาร/แท็กซี่ขณะรอสัญญาณไฟหรือติดการจราจร
กีดขวางสายตาห้อยโหนขึ้นลงรถสัญญาณไฟรถโดยสาร
มาตรา 125หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
ขับรถทางภูเขาต้องชิดซ้ายและใช้สัญญาณ
การขับรถทางแคบระหว่างภูเขาหรือทางลาดต้องขับชิดขอบทางซ้าย และต้องใช้เสียงสัญญาณเตือนที่ทางโค้งเพื่อป้องกันรถสวนมา
ทางภูเขาทางแคบชิดซ้ายสัญญาณทางโค้ง
มาตรา 126หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
ห้ามเกียร์ว่างขณะขับลงทางลาดชัน
ห้ามใช้เกียร์ว่างหรือเหยียบคลัทช์ขณะขับรถลงตามทางลาดหรือไหล่เขา เพื่อป้องกันการสูญเสียการควบคุมรถ
เกียร์ว่างคลัทช์ทางลาดไหล่เขาความปลอดภัย
มาตรา 127หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
บทบัญญัติเชื่อมต่อ — มาตรา 127
มาตรา 127 มีข้อความสั้นเชื่อมต่อกับมาตราข้างเคียง ควรตรวจสอบข้อความเต็มจากต้นฉบับราชกิจจานุเบกษา
เบ็ดเตล็ดมาตรา 127
มาตรา 128หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
ห้ามทิ้งเศษแก้วตะปูบนทางอันตราย
ห้ามวาง เท หรือทิ้งเศษแก้ว ตะปู ลวด น้ำมัน กระป๋อง หรือสิ่งอื่นใดบนทางที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล หรือกีดขวางการจราจร
เศษแก้วตะปูทิ้งอันตรายกีดขวาง
มาตรา 129หมวด 17 — เบ็ดเตล็ด
ผู้รู้ว่ามีสิ่งอันตรายบนทางต้องแจ้ง
มาตรา 129 กำหนดหน้าที่ของผู้ที่รู้ว่ามีสิ่งอันตรายบนทาง ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ — ควรตรวจสอบข้อความเต็มจากต้นฉบับราชกิจจานุเบกษา
สิ่งอันตรายแจ้งหน้าที่ทาง
มาตรา 130หมวด 15 — ข้อห้ามทั่วไปในทางเดินรถ
ห้ามเผาหรือก่อควันภายใน 500 เมตรจากทาง
ห้ามกระทำการใดๆ ภายในรัศมี 500 เมตรจากทางเดินรถที่ทำให้เกิดควันหรือสิ่งกีดขวาง อันอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการจราจร
เผาควันทางเดินรถ500 เมตรความปลอดภัย
มาตรา 131หมวด 15 — ข้อห้ามทั่วไปในทางเดินรถ
ผู้เคลื่อนย้ายรถชำรุดต้องเก็บสิ่งตกหล่น
ผู้ที่เคลื่อนย้ายรถชำรุดหรือหักพังออกจากทางต้องเก็บสิ่งของที่ตกหล่นออกจากทางทันที เพื่อป้องกันอันตรายต่อผู้ใช้ถนน
รถชำรุดรถหักพังสิ่งของตกหล่นเคลื่อนย้ายรถทาง
มาตรา 132หมวด 12 — รถโรงเรียน
รถโรงเรียนต้องติดป้ายและสัญญาณไฟสีแดง
รถโรงเรียนต้องติดป้าย 'รถโรงเรียน' ขนาดตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 15 ซม. ทั้งด้านหน้าและหลัง และห้ามแสดงสัญญาณไฟสีแดงหรือป้ายรถโรงเรียนเมื่อไม่ได้รับส่งนักเรียน
รถโรงเรียนป้ายรถโรงเรียนไฟสัญญาณสีแดง15 เซนติเมตรรับส่งนักเรียน
มาตรา 133หมวด 12 — รถโรงเรียน
นำกฎรถบรรทุกคนโดยสารมาใช้โดยอนุโลม
ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยรถบรรทุกคนโดยสารในลักษณะ 11 มาใช้บังคับแก่รถโรงเรียนโดยอนุโลม
รถโรงเรียนรถบรรทุกคนโดยสารลักษณะ 11โดยอนุโลม
มาตรา 134หมวด 17 — การแข่งรถ
ห้ามแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต
ห้ามแข่งรถในทางสาธารณะ รวมถึงห้ามจัด สนับสนุน หรือส่งเสริมการแข่งรถ เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร
แข่งรถห้ามแข่งรถใบอนุญาตแข่งรถเจ้าพนักงานจราจรทางสาธารณะ
มาตรา 135หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
เจ้าพนักงานกำหนดพื้นที่เอกชนเป็นทาง
เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการจราจร เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจกำหนดพื้นที่เอกชนที่เปิดให้ประชาชนใช้สัญจรให้เป็น 'ทาง' ตามพ.ร.บ.นี้
เจ้าพนักงานจราจรพื้นที่เอกชนกำหนดทางความปลอดภัยม.135
มาตรา 136หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
อธิบดีแต่งตั้งอาสาจราจรตามหลักสูตร
อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งอาสาจราจรที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด เพื่อช่วยเหลือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยคุณสมบัติ เครื่องแบบ และหน้าที่เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
อาสาจราจรอธิบดีหลักสูตรอาสาจราจรแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 137หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
อาสาจราจรเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
เมื่ออาสาจราจรปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายตามพ.ร.บ.นี้ ให้ถือว่าอาสาจราจรมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
อาสาจราจรเจ้าพนักงานประมวลกฎหมายอาญาปฏิบัติหน้าที่ม.137
มาตรา 138หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
เจ้าพนักงานควบคุมจราจรกรณีเหตุฉุกเฉิน
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจ 4 ประการ ได้แก่ ห้ามรถสัญจร ห้ามหยุดจอด ห้ามเลี้ยว/กลับรถ และกำหนดเส้นทางเดินรถทางเดียวเป็นการชั่วคราว
เหตุฉุกเฉินอุบัติเหตุอำนาจเจ้าพนักงานห้ามรถสัญจรทางเดียว
มาตรา 139หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
อำนาจออกประกาศข้อบังคับจราจร 21 ประเภท
เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกประกาศข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการจราจรในทางสายใดได้ 21 ประเภท ครอบคลุมตั้งแต่การห้ามรถสัญจร ความเร็ว ช่องจราจร การจอด จนถึงการควบคุมขบวนแห่
ประกาศข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรระเบียบจราจรอำนาจออกประกาศม.139
มาตรา 140หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
เจ้าพนักงานออกใบสั่งผู้ขับขี่ผิดกฎ
เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจตักเตือนหรือออกใบสั่งให้ผู้ขับขี่ที่ฝ่าฝืนกฎหมายชำระค่าปรับ หากไม่พบตัวให้ติดใบสั่งไว้ที่รถในที่ที่เห็นได้ง่าย
ใบสั่งเจ้าพนักงานจราจรค่าปรับผู้ขับขี่ฝ่าฝืน
มาตรา 141หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้รับใบสั่งต้องชำระค่าปรับตามกำหนด
ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถที่ได้รับใบสั่งมีหน้าที่ต้องชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนด
ใบสั่งเจ้าของรถชำระค่าปรับผู้ขับขี่ม.141
มาตรา 142หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
บทบัญญัติอ้างอิงมาตราอื่นในพ.ร.บ.
บทบัญญัติที่อ้างอิงถึงมาตราหรือบทบัญญัติอื่นในพระราชบัญญัติจราจรทางบก
อ้างอิงบทบัญญัติพ.ร.บ.จราจรม.142
มาตรา 143หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
รถสภาพไม่ถูกต้องถูกสั่งซ่อมหรือกักรถ
เจ้าพนักงานมีอำนาจดำเนินการกับผู้ขับขี่ที่นำรถที่มีสภาพไม่ถูกต้องตามกฎหมายออกใช้บนท้องถนน
รถสภาพไม่ถูกต้องเจ้าพนักงานสั่งซ่อมกักรถม.143
มาตรา 144หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
ซ่อมรถเสร็จตามคำสั่งคืนรถหรืออนุญาต
เมื่อเจ้าของรถหรือผู้ขับขี่ซ่อมแซมรถให้ถูกต้องตามคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรแล้ว ต้องคืนรถหรือออกหนังสืออนุญาตให้ใช้รถนั้นได้
ซ่อมรถคำสั่งเจ้าพนักงานคืนรถอนุญาตม.144
มาตรา 145หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
ความผิดตามพ.ร.บ.ระงับด้วยเปรียบเทียบปรับ
ความผิดตามพ.ร.บ.จราจรที่ไม่ได้กำหนดโทษสูงสุดไว้สามารถระงับคดีได้โดยวิธีเปรียบเทียบปรับ
เปรียบเทียบปรับความผิดพ.ร.บ.จราจรระงับคดีม.145
มาตรา 146หมวด 18 — อำนาจของเจ้าพนักงานจราจรและพนักงานเจ้าหน้าที่
เงินค่าปรับแบ่งให้ท้องถิ่นร้อยละห้าสิบ
เงินค่าปรับตามพ.ร.บ.จราจรในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ให้แบ่งแก่ท้องถิ่น 50% หรือทั้งหมดตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด เพื่อใช้ในการดำเนินการด้านจราจร
ค่าปรับท้องถิ่น50%กรุงเทพมหานครเทศบาล
มาตรา 147หมวด 19 — บทกำหนดโทษ
บทกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนพ.ร.บ.จราจร
กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ในพ.ร.บ.จราจรทางบก
บทกำหนดโทษฝ่าฝืนพ.ร.บ.จราจรโทษม.147
มาตรา 148หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษ — ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต
โทษขับรถไม่มีใบขับขี่: จำคุก ≤ 3 เดือน / ปรับ ≤ 5,000 บาท / ทั้งจำทั้งปรับ
โทษไม่มีใบขับขี่ปรับ 5000จำคุก 3 เดือน
มาตรา 149หมวด 19 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร
กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรที่ระบุไว้ในพ.ร.บ.จราจรทางบก
บทกำหนดโทษไม่ปฏิบัติตามโทษจราจรม.149
มาตรา 150หมวด 19 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของอธิบดี
กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่อธิบดีกำหนดตามอำนาจที่พ.ร.บ.นี้บัญญัติไว้
บทกำหนดโทษอธิบดีระเบียบประกาศม.150
มาตรา 151หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติทั่วไป
บทบัญญัติกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยให้ใช้บทกำหนดโทษตามที่ระบุไว้ในหมวดนี้
โทษฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษม.151
มาตรา 152หมวด 18 — บทกำหนดโทษ
โทษ — ขับรถประมาท/เร็ว/กีดขวาง ปรับ ≤ 1,000
ขับรถกีดขวาง ประมาท บนทางเท้า คร่อมเส้น ใช้มือถือขณะขับ → ปรับ ≤ 1,000 บาท (เมาแล้วขับ โทษหนักกว่า ม.157/1)
ขับรถประมาทใช้มือถือปรับ 1000
มาตรา 153หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ประกอบการแท็กซี่ไม่จอด ณ สถานที่กำหนด
กำหนดโทษผู้ประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร (แท็กซี่) ที่ไม่จอดรถ ณ สถานที่ที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกา
แท็กซี่จอดรถสถานที่กำหนดผู้ประกอบการม.153
มาตรา 154หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร
กำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานจราจรฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่โทษม.154
มาตรา 155หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ
บทบัญญัติกำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติจราจรทางบก
ไม่ปฏิบัติตามโทษบทกำหนดโทษม.155
มาตรา 156หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษนำรถที่ถูกสั่งซ่อมออกวิ่ง
กำหนดโทษผู้ที่นำรถซึ่งเจ้าพนักงานจราจรหรือผู้ตรวจการสั่งให้ซ่อมหรือแก้ไขออกใช้งานก่อนที่จะดำเนินการตามคำสั่ง
ซ่อมรถคำสั่งเจ้าพนักงานนำรถออกวิ่งผู้ตรวจการม.156
มาตรา 157หมวด 18 — บทกำหนดโทษ
โทษ — ไม่สวมหมวกกันน็อค / ไม่คาดเข็มขัด ปรับ ≤ 500
ไม่สวมหมวกกันน็อค / ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย → ปรับ ≤ 500 บาท ทั้งคนขับและคนซ้อน/คนนั่งหน้า
ปรับหมวกกันน็อคปรับเข็มขัด500 บาท
มาตรา 157/1หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษ — เมาแล้วขับ จำคุก ≤ 1 ปี / ปรับ 10,000-20,000
เมาแล้วขับ ม.43(2): จำคุก ≤ 1 ปี / ปรับ 10,000-20,000 บาท + ศาลสั่งพักใบขับขี่ ≥ 6 เดือน หรือเพิกถอน ถ้าเมาแล้วชนคนตาย → ใช้ ป.อ. ม.291 โทษหนักขึ้น
เมาแล้วขับโทษจำคุกปรับพักใบขับขี่เพิกถอน
มาตรา 158หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษฝ่าฝืนข้อกำหนดเพิ่มเติม
บทบัญญัติกำหนดโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติจราจรทางบก
ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามโทษบทกำหนดโทษม.158
มาตรา 159หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง
กำหนดโทษสำหรับผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้ขับขี่คำสั่งเจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามจราจรม.159
มาตรา 160หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
ใบสั่ง — ชำระค่าปรับ
ตำรวจติดใบสั่งที่รถได้ เรียกเก็บใบขับขี่ชั่วคราวได้ (ต้องออกใบรับ) ใบสั่งทางไปรษณีย์ส่งตามทะเบียนรถ ไม่จ่ายค่าปรับ → ต่อทะเบียน/ภาษีไม่ได้
ใบสั่งค่าปรับใบขับขี่ทะเบียนรถตำรวจ
มาตรา 161หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
อำนาจยึด-พักใบอนุญาตขับขี่และระบบคะแนน
ผู้บัญชาการตำรวจมีอำนาจยึดใบอนุญาตขับขี่ครั้งละไม่เกิน 60 วัน และพักใช้ไม่เกิน 90 วันสำหรับผู้กระทำผิดซ้ำ พร้อมระบบบันทึกคะแนน อบรม และสิทธิอุทธรณ์ต่ออธิบดีภายใน 15 วัน
ยึดใบอนุญาตขับขี่พักใช้ใบอนุญาตระบบคะแนนอุทธรณ์ผู้บัญชาการตำรวจม.161
มาตรา 162หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
ศาลสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ในคดีที่ผู้ขับขี่ถูกพิพากษาว่ามีความผิด และผู้ขับขี่ระหว่างถูกเพิกถอนตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
เพิกถอนใบอนุญาตพักใช้ใบอนุญาตคำพิพากษาบริการสังคมจำคุก 2 ปีม.162
มาตรา 163หมวด 5 — บทกำหนดโทษ
เรียกค่าเสียหายสัญญาณจราจรที่ถูกทำลาย
เมื่อการกระทำผิดกฎหมายจราจรก่อความเสียหายแก่สัญญาณหรือเครื่องหมายจราจร พนักงานอัยการต้องเรียกค่าเสียหายสำหรับสัญญาณหรือเครื่องหมายดังกล่าวในคดีนั้นด้วย
สัญญาณจราจรเครื่องหมายจราจรค่าเสียหายพนักงานอัยการทำลายสัญญาณม.163