มาตรา 1หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
ชื่อพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
มาตรา ๑ กำหนดชื่อพระราชบัญญัติว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
พระราชบัญญัติประกันสังคมชื่อกฎหมายพ.ศ. ๒๕๓๓
มาตรา 2หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
วันใช้บังคับพระราชบัญญัติประกันสังคม
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ยกเว้นหมวด ๒ ลักษณะ ๒ ซึ่งมีผลหลัง ๑๘๐ วัน
วันบังคับใช้ราชกิจจานุเบกษา๑๘๐ วัน
มาตรา 3หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
ยกเลิกพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๔๙๗
ยกเลิก พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. ๒๔๙๗ และกฎหมายอื่นที่ขัดแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมด
ยกเลิกพ.ร.บ.ประกันสังคม ๒๔๙๗กฎหมายใหม่แทน
มาตรา 4หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
บุคคลที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับกับข้าราชการ นักเรียน/นิสิตที่เป็นลูกจ้างของสถานศึกษาตัวเอง ลูกจ้างรัฐบาลต่างประเทศ และกิจการอื่นตามพระราชกฤษฎีกา
ข้อยกเว้นข้าราชการนักศึกษาองค์การระหว่างประเทศ
มาตรา 5หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
บทนิยามคำสำคัญในพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕ กำหนดความหมายของคำสำคัญในพระราชบัญญัติ ได้แก่ ลูกจ้าง นายจ้าง ค่าจ้าง ผู้ประกันตน ทุพพลภาพ ว่างงาน ภัยพิบัติ กองทุน สำนักงาน และคณะกรรมการ
นิยามลูกจ้างนายจ้างค่าจ้างผู้ประกันตนทุพพลภาพว่างงาน
มาตรา 6หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การคำนวณค่าจ้างรายเดือนเพื่อเงินสมทบ
การคำนวณค่าจ้างเพื่อเงินสมทบให้ใช้ฐานรายเดือน โดยถือว่าค่าจ้างที่ได้รับจริงในแต่ละเดือนคือค่าจ้างรายเดือน และการหักเงินสมทบในเดือนใดถือเป็นการจ่ายสมทบเดือนนั้น
ค่าจ้างรายเดือนเงินสมทบการคำนวณระยะเวลาส่งเงิน
มาตรา 7หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
รัฐมนตรีรักษาการและอำนาจออกกฎกระทรวง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วใช้บังคับได้
รัฐมนตรีรักษาการกระทรวงมหาดไทยกฎกระทรวงพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 8หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
องค์ประกอบคณะกรรมการประกันสังคม
คณะกรรมการประกันสังคมมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงต่างๆ และผู้แทนนายจ้าง-ผู้ประกันตนฝ่ายละ ๗ คนจากการเลือกตั้ง โดยให้เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
คณะกรรมการประกันสังคมปลัดกระทรวงแรงงานผู้แทนนายจ้างผู้แทนผู้ประกันตนเลือกตั้ง
มาตรา 8/1หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันสังคม
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน ๗ คนเป็นที่ปรึกษา โดยต้องมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปีในสาขาที่เกี่ยวข้อง
ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิสรรหาประสบการณ์ ๑๐ ปี
มาตรา 8/2หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
วาระและคุณสมบัติกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง
มาตรา ๘/๒ กำหนดเรื่องวาระและคุณสมบัติของกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๘
กรรมการรัฐมนตรีแต่งตั้งวาระคุณสมบัติ
มาตรา 8/3หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
กรรมการต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.
กรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้งถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. และเปิดเผยต่อสาธารณชนภายใน ๓๐ วันนับแต่ครบกำหนดยื่น
บัญชีทรัพย์สินป.ป.ช.กรรมการระดับสูงเปิดเผย๓๐ วัน
มาตรา 9หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการประกันสังคม
คณะกรรมการประกันสังคมมีอำนาจหน้าที่เสนอนโยบาย วางระเบียบการเงินกองทุน พิจารณางบดุล และให้คำปรึกษาตามที่กฎหมายกำหนด
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการประกันสังคมนโยบายระเบียบกองทุนงบดุล
มาตรา 10หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
วาระดำรงตำแหน่งกรรมการที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง
มาตรา ๑๐ กำหนดวาระดำรงตำแหน่งของกรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๘
วาระกรรมการรัฐมนตรีแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง
มาตรา 11หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
เหตุพ้นตำแหน่งก่อนครบวาระกรรมการ
มาตรา ๑๑ กำหนดเหตุที่ทำให้กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ
พ้นตำแหน่งก่อนครบวาระกรรมการ
มาตรา 12หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
กรรมการรักษาการเมื่อครบวาระยังไม่มีใหม่
เมื่อกรรมการครบวาระแต่ยังไม่มีการแต่งตั้งใหม่ ให้กรรมการเดิมปฏิบัติหน้าที่รักษาการไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่
รักษาการครบวาระกรรมการแต่งตั้งใหม่
มาตรา 13หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
องค์ประชุมและการลงมติคณะกรรมการ
การประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นองค์ประชุม มติใช้เสียงข้างมาก หากเสียงเท่ากันประธานออกเสียงชี้ขาด
องค์ประชุมกึ่งหนึ่งมติเสียงข้างมากประธานชี้ขาด
มาตรา 14หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การจัดตั้งองค์ประกอบคณะกรรมการการแพทย์
คณะกรรมการการแพทย์มีสมาชิกรวมไม่เกิน ๑๖ คน ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผู้แทนนายจ้างและผู้ประกันตนฝ่ายละ ๑ คน มีวาระ ๒ ปี
คณะกรรมการการแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิวาระ ๒ ปีไม่เกิน ๑๖ คน
มาตรา 15หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการการแพทย์
คณะกรรมการการแพทย์มีอำนาจเสนอความเห็นเรื่องบริการทางการแพทย์ และกำหนดหลักเกณฑ์อัตราการรับประโยชน์ทดแทน
คณะกรรมการการแพทย์บริการทางการแพทย์ประโยชน์ทดแทนหลักเกณฑ์
มาตรา 16หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการ
คณะกรรมการหรือคณะกรรมการการแพทย์อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
คณะอนุกรรมการมอบหมายแต่งตั้งคณะกรรมการการแพทย์
มาตรา 17หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
อำนาจสั่งเรียกเอกสารของคณะกรรมการ
คณะกรรมการ คณะกรรมการการแพทย์ และคณะอนุกรรมการมีอำนาจเรียกเอกสารหรือข้อมูลจากบุคคลใดก็ได้ รวมถึงสั่งให้มาชี้แจงด้วย
เรียกเอกสารข้อมูลชี้แจงอำนาจคณะกรรมการ
มาตรา 18หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
เบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายกรรมการ
กรรมการ ที่ปรึกษา และอนุกรรมการอาจได้รับเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
เบี้ยประชุมค่าพาหนะค่าตอบแทนกรรมการกระทรวงการคลัง
มาตรา 19หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การจัดตั้งสำนักงานประกันสังคมและอำนาจหน้าที่
สำนักงานประกันสังคมจัดตั้งขึ้นในกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ปฏิบัติงานธุรการ เก็บข้อมูล จัดทำทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน และปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
สำนักงานประกันสังคมกระทรวงมหาดไทยทะเบียนนายจ้างผู้ประกันตน
มาตรา 20หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
อำนาจหน้าที่เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม
เลขาธิการมีหน้าที่ควบคุมดูแลและบังคับบัญชาสำนักงานประกันสังคม โดยมีรองเลขาธิการเป็นผู้ช่วย ทั้งสองตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
เลขาธิการรองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมข้าราชการพลเรือน
มาตรา 21หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การจัดตั้งกองทุนประกันสังคม
จัดตั้งกองทุนประกันสังคมขึ้นในสำนักงานประกันสังคม เพื่อเป็นทุนจ่ายประโยชน์ทดแทนแก่ผู้ประกันตนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามกฎหมาย
กองทุนประกันสังคมประโยชน์ทดแทนจัดตั้งกองทุน
มาตรา 22หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
แหล่งที่มาของเงินกองทุนประกันสังคม
กองทุนประกันสังคมประกอบด้วยเงินสมทบจากรัฐบาล นายจ้าง และผู้ประกันตน รวมถึงรายได้อื่นตามที่กฎหมายกำหนด
แหล่งเงินกองทุนเงินสมทบรัฐบาลนายจ้างผู้ประกันตน
มาตรา 23หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การนำเงินกองทุนไปใช้จ่าย
มาตรา ๒๓ กำหนดหลักเกณฑ์การนำเงินกองทุนประกันสังคมไปใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด
เงินกองทุนการใช้จ่ายกองทุนประกันสังคม
มาตรา 24หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การลงทุนและจัดหาผลประโยชน์กองทุน
มาตรา ๒๔ กำหนดหลักเกณฑ์การลงทุนและจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม
การลงทุนผลประโยชน์กองทุนกองทุนประกันสังคม
มาตรา 24/1หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
ระบบบัญชีและคณะกรรมการตรวจสอบกองทุน
กองทุนต้องมีระบบบัญชีตามมาตรฐานและมีคณะกรรมการตรวจสอบที่รัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อกำกับดูแลความโปร่งใสและตรวจสอบบัญชีภายในเป็นประจำ
ระบบบัญชีคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใสมาตรฐานการบัญชี
มาตรา 25หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
ระเบียบการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินกองทุน
การรับ จ่าย และเก็บรักษาเงินกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
รับเงินจ่ายเงินเก็บรักษาระเบียบกองทุนกระทรวงการคลัง
มาตรา 26หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
เงินค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นของกองทุน
มาตรา ๒๖ กำหนดรายได้ของกองทุนประกันสังคม รวมถึงเงินค่าธรรมเนียมและรายได้อื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ค่าธรรมเนียมรายได้กองทุนกองทุนประกันสังคม
มาตรา 27หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
การตรวจสอบและเสนองบการเงินกองทุน
คณะกรรมการต้องเสนองบการเงินกองทุนต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภายใน ๖ เดือน จากนั้นรัฐมนตรีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
งบการเงินสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินคณะรัฐมนตรีราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 27/1หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
รายงานประเมินสถานะกองทุนประจำปี
สำนักงานต้องจัดทำรายงานประเมินสถานะกองทุนทุกปี แสดงรายรับ-รายจ่าย และความสามารถในอนาคต เสนอคณะกรรมการและเปิดเผยต่อสาธารณชน
รายงานประเมินสถานะกองทุนรายรับรายจ่ายเปิดเผยประจำปี
มาตรา 28หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
พระราชกฤษฎีกาสำรวจปัญหาและข้อมูลแรงงาน
อาจตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อสำรวจปัญหาและข้อมูลด้านแรงงาน โดยต้องระบุวัตถุประสงค์ เจ้าหน้าที่สำรวจ และกำหนดเวลาไม่เกิน ๒ ปี
พระราชกฤษฎีกาสำรวจแรงงานข้อมูลแรงงานไม่เกิน ๒ ปี
มาตรา 28/4หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๘/๔ อ้างอิงพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องในบริบทของการสำรวจ
พระราชบัญญัติปุ๋ยพ.ศ. ๒๕๑๘กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 29หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
ขั้นตอนเมื่อตราพระราชกฤษฎีกาสำรวจแล้ว
มาตรา ๒๙ กำหนดขั้นตอนและวิธีดำเนินการสำรวจหลังจากตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๒๘
พระราชกฤษฎีกาการสำรวจขั้นตอน
มาตรา 30หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
แบบสำรวจและวิธีการดำเนินการสำรวจ
มาตรา ๓๐ กำหนดรูปแบบและวิธีการของแบบสำรวจที่ใช้ในการสำรวจข้อมูลแรงงาน
แบบสำรวจการสำรวจข้อมูลแรงงาน
มาตรา 31หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
หน้าที่นายจ้างกรอกและส่งแบบสำรวจ
นายจ้างมีหน้าที่กรอกแบบสำรวจทุกข้อตามความเป็นจริงและส่งคืนเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลาที่กำหนด
นายจ้างกรอกแบบสำรวจความเป็นจริงกำหนดเวลา
มาตรา 32หมวด 1 — บททั่วไป — ผู้ประกันตน นายจ้าง
ข้อมูลแบบสำรวจเป็นความลับ
ข้อมูลในแบบสำรวจถือเป็นความลับ ห้ามเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่จำเป็นเพื่อประโยชน์ด้านประกันสังคม คุ้มครองแรงงาน หรือการสอบสวนคดี
ความลับแบบสำรวจห้ามเปิดเผยคุ้มครองแรงงานการสอบสวน
มาตรา 33หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
ผู้ประกันตน ม.33 — ลูกจ้างในสถานประกอบการ
ลูกจ้างอายุ 15-60 ปี ในสถานประกอบการ = ผู้ประกันตน ม.33 อัตโนมัติ ถ้าอายุเกิน 60 แต่ยังทำงาน → ยังเป็นผู้ประกันตนต่อไป
ผู้ประกันตนม.33ลูกจ้าง15 ปี60 ปี
มาตรา 34หมวด 1 — การขึ้นทะเบียน
หน้าที่นายจ้าง — ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง
นายจ้างมีลูกจ้าง ≥ 1 คน ต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน ไม่ทำ → มีโทษปรับ
ขึ้นทะเบียนนายจ้าง30 วันลูกจ้าง
มาตรา 35หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
นายจ้างในกรณีจ้างเหมาค่าแรง
กรณีจ้างเหมาค่าแรงที่งานเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตในสถานประกอบการและผู้ประกอบการจัดหาเครื่องมือ ผู้ประกอบการถือเป็นนายจ้างที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม
เหมาค่าแรงนายจ้างผู้รับเหมากระบวนการผลิตสถานประกอบการ
มาตรา 36หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
การยื่นแบบรายการและขึ้นทะเบียนนายจ้าง
มาตรา ๓๖ กำหนดขั้นตอนเมื่อนายจ้างได้รับแบบรายการและการยื่นแบบต่อสำนักงานประกันสังคม
นายจ้างแบบรายการยื่นแบบขึ้นทะเบียน
มาตรา 37หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
นายจ้างไม่ยื่นแบบรายการ สำนักงานดำเนินการ
กรณีนายจ้างไม่ยื่นแบบรายการ สำนักงานมีอำนาจดำเนินการตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิลูกจ้าง
แบบรายการนายจ้างไม่ยื่นสำนักงานลูกจ้าง
มาตรา 38หมวด 1 — การเป็นผู้ประกันตน
สิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน ม.33 + สิทธิต่อเนื่อง 6 เดือน
ลาออก/ถูกเลิกจ้าง → ยังใช้สิทธิประกันสังคมได้ต่ออีก 6 เดือน (เจ็บป่วย คลอด ทุพพลภาพ ตาย) หลังนั้นต้องสมัคร ม.39
สิ้นสุดผู้ประกันตนสิทธิต่อเนื่อง6 เดือนลาออก
มาตรา 39หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
ผู้ประกันตน ม.39 — ออกจากงานแล้วสมัครต่อ
ลาออกจากงานแล้ว → สมัคร ม.39 ได้ภายใน 6 เดือน เงื่อนไข: ต้องเคยจ่ายสมทบ ≥ 12 เดือน จ่ายเอง 432 บาท/เดือน ได้สิทธิ 6 กรณี (ไม่ได้ว่างงาน+เงินทดแทน)
ม.39ออกจากงานสมัครต่อ6 เดือน432 บาท
มาตรา 40หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
ผู้ประกันตน ม.40 — อาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์
คนทำงานอิสระ/ฟรีแลนซ์/ค้าขาย สมัคร ม.40 ได้ มี 3 ทางเลือก: จ่าย 70/100/300 บาท/เดือน ได้สิทธิตามทางเลือก ไม่ต้องมีนายจ้าง
ม.40อาชีพอิสระฟรีแลนซ์70 บาท300 บาท
มาตรา 41หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน เงื่อนไข ม.41
กำหนดเงื่อนไขการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้ประกันตนสิ้นสุดเงื่อนไขม.41
มาตรา 42หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
นับระยะเวลาประกันตนก่อสิทธิประโยชน์ทดแทน
การนับระยะเวลาประกันตนเพื่อก่อสิทธิขอรับประโยชน์ทดแทนตามบทบัญญัติลักษณะ 3
ระยะเวลาประกันตนประโยชน์ทดแทนสิทธินับ
มาตรา 43หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
กิจการลดลูกจ้างยังอยู่ใต้บังคับกฎหมาย
กิจการที่เคยอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายแม้จำนวนลูกจ้างลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ ยังคงต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จนเลิกกิจการ และลูกจ้างใหม่ก็เป็นผู้ประกันตนด้วย
กิจการลูกจ้างลดลงบังคับผู้ประกันตนเลิกกิจการ
มาตรา 44หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
นายจ้างแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายใน 15 วัน
เมื่อข้อเท็จจริงในแบบรายการเปลี่ยนแปลง นายจ้างต้องแจ้งสำนักงานภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
แบบรายการเปลี่ยนแปลงวันที่ 15นายจ้างเลขาธิการ
มาตรา 45หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
รายได้กองทุน เงินบริจาคและเงินที่ตกเป็นของกองทุน
แหล่งรายได้ของกองทุนประกันสังคมรวมถึงเงินบริจาคหรือเงินอุดหนุน และเงินที่ตกเป็นของกองทุนตามกฎหมาย
กองทุนเงินบริจาคเงินอุดหนุนรายได้
มาตรา 46หมวด 2 — เงินสมทบ
เงินสมทบ — นายจ้าง+ลูกจ้าง+รัฐบาล จ่าย 3 ฝ่าย
เงินสมทบ 3 ฝ่าย: นายจ้าง 5% + ลูกจ้าง 5% + รัฐบาล เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท → สมทบสูงสุด 750 บาท/เดือน/ฝ่าย
เงินสมทบ3 ฝ่าย5%เพดาน 15000
มาตรา 46/1หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
ลดหย่อนเงินสมทบกรณีภัยพิบัติคราวละ 6 เดือน
กรณีภัยพิบัติร้ายแรงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบคณะรัฐมนตรีสามารถลดหย่อนเงินสมทบได้คราวละไม่เกิน 6 เดือน
ภัยพิบัติลดหย่อนเงินสมทบ6 เดือนคณะรัฐมนตรี
มาตรา 47หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
บทบัญญัติมาตรา 47 ทวิ
บทบัญญัติเพิ่มเติมมาตรา 47 ทวิ ของพระราชบัญญัติประกันสังคม
47 ทวิบทบัญญัติ
มาตรา 48หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
ผู้ประกันตนทำงานหลายนายจ้างพร้อมกัน
กรณีผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างหลายราย นายจ้างทุกรายต้องมีหน้าที่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ร่วมกัน
นายจ้างหลายรายผู้ประกันตนหน้าที่ทำงาน
มาตรา 49หมวด 2 — เงินสมทบ
ค้างเงินสมทบ — เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน
นายจ้างค้างเงินสมทบ: ปรับ 2% ต่อเดือน ไม่หักจากลูกจ้าง → นายจ้างรับผิดเต็ม ลูกจ้างไม่เสียสิทธิ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาดได้
ค้างเงินสมทบเงินเพิ่ม 2%นายจ้างรับผิด
มาตรา 50หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
เลขาธิการยึดอายัดทรัพย์นายจ้างค้างชำระ
เลขาธิการมีอำนาจออกคำสั่งยึดอายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างที่ไม่นำส่งเงินสมทบหรือนำส่งไม่ครบจำนวน
ยึดทรัพย์อายัดเลขาธิการเงินสมทบขายทอดตลาด
มาตรา 51หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
บุริมสิทธิหนี้เงินสมทบเทียบภาษีอากร
หนี้เงินสมทบที่ไม่ชำระมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินนายจ้างในลำดับเดียวกับบุริมสิทธิภาษีอากรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
บุริมสิทธิเงินสมทบภาษีอากรหนี้ทรัพย์สิน
มาตรา 52หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
ผู้รับเหมาช่วงร่วมรับผิดเงินสมทบ
ผู้รับเหมาช่วงตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดในเงินสมทบที่นายจ้างซึ่งเป็นผู้รับเหมาช่วงมีหน้าที่จ่าย
ผู้รับเหมาช่วงร่วมรับผิดเงินสมทบนายจ้าง
มาตรา 53หมวด 2 — ผู้ประกันตนและเงินสมทบ
ผลประโยชน์กองทุนประกันสังคม
แหล่งรายได้และผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคมตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
ผลประโยชน์กองทุนรายได้
มาตรา 54หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
ประโยชน์ทดแทน 7 กรณี
สิทธิประกันสังคม 7 กรณี: (1) เจ็บป่วย (2) คลอดบุตร (3) ทุพพลภาพ (4) ตาย (5) สงเคราะห์บุตร (6) ชราภาพ/บำนาญ (7) ว่างงาน — แต่ละกรณีมีเงื่อนไขจ่ายสมทบขั้นต่ำ
7 กรณีเจ็บป่วยคลอดบุตรชราภาพว่างงานสิทธิประกันสังคม
มาตรา 54/1หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
สิทธิตาม พ.ร.บ.นี้ไม่ตัดสิทธิกฎหมายอื่น
การรับสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่พึงได้ตามกฎหมายอื่น
สิทธิกฎหมายอื่นไม่ตัดสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน
มาตรา 55หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
สวัสดิการนายจ้างก่อน พ.ร.บ. ยังใช้ได้
นายจ้างที่จัดสวัสดิการให้ลูกจ้างครบทุกกรณีก่อนวันที่กฎหมายบังคับใช้ ยังคงมีผลผูกพันตามที่กำหนด
สวัสดิการนายจ้างก่อนบังคับใช้ลูกจ้างผู้ประกันตน
มาตรา 56หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
เงินอุดหนุนรัฐบาลเข้ากองทุนประกันสังคม
รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนหรือเงินทดรองราชการเข้ากองทุนประกันสังคมตามที่กำหนด
เงินอุดหนุนรัฐบาลกองทุนเงินทดรองราชการ
มาตรา 57หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
กรณีเจ็บป่วย — รักษาพยาบาลฟรี
เจ็บป่วย/ประสบอันตราย (ไม่ใช่จากงาน): รักษาฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ + เงินทดแทนขาดรายได้ 50% ของเงินเดือน ครั้งละ ≤ 90 วัน ปีละ ≤ 180 วัน
เจ็บป่วยรักษาฟรีเงินทดแทน50%โรงพยาบาล
มาตรา 58หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
รับบริการทางการแพทย์ที่สถานพยาบาลตามสิทธิ
การรับประโยชน์ทดแทนด้านบริการทางการแพทย์ ผู้ประกันตนและคู่สมรสต้องรับบริการจากสถานพยาบาลตามสิทธิที่กำหนด
บริการทางการแพทย์สถานพยาบาลสิทธิผู้ประกันตนคู่สมรส
มาตรา 59หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
เงื่อนไขบริการแพทย์ตามระเบียบเลขาธิการ
รายละเอียดและเงื่อนไขบริการทางการแพทย์ที่ผู้ประกันตนและคู่สมรสได้รับให้เป็นไปตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
บริการทางการแพทย์เงื่อนไขระเบียบเลขาธิการคณะกรรมการ
มาตรา 60หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
ไม่ปฏิบัติตามแพทย์ลดประโยชน์ทดแทนได้
หากผู้ประกันตนหรือคู่สมรสละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์โดยไม่มีเหตุผล เลขาธิการสั่งลดประโยชน์ทดแทนได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการแพทย์
ละเลยคำแนะนำแพทย์ลดประโยชน์เลขาธิการคณะกรรมการการแพทย์
มาตรา 61หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
มาตรา 61 ยกเลิกแล้ว
มาตรา 61 ถูกยกเลิกแล้วตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม
ยกเลิกม.61
มาตรา 61/1หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
ผู้ประกันตนได้รับเงินทดแทนขาดรายได้
กำหนดสิทธิผู้ประกันตนในการรับเงินทดแทนการขาดรายได้ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
เงินทดแทนขาดรายได้สิทธิผู้ประกันตน
มาตรา 62หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
กรณีคลอดบุตร — ค่าคลอด + เงินสงเคราะห์
คลอดบุตร: จ่ายสมทบ ≥ 5 เดือนใน 15 เดือน → ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท + เงินสงเคราะห์ 50% ของเงินเดือน 90 วัน คลอดได้ไม่จำกัดครั้ง
คลอดบุตร15000 บาทเงินสงเคราะห์90 วัน5 เดือน
มาตรา 63หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
กรณีทุพพลภาพ
ทุพพลภาพ: ได้เงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต + ค่ารักษาพยาบาล เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบ ≥ 3 เดือนใน 15 เดือน
ทุพพลภาพเงินทดแทน50%ตลอดชีวิต
มาตรา 64หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทนกรณีเจ็บป่วย
ป่วยหยุดงาน — ชดเชย 50% ค่าจ้าง ≤ 90 วัน/ครั้ง
ป่วยหยุดงาน: ชดเชย 50% ค่าจ้าง ≤ 90 วัน/ครั้ง ≤ 180 วัน/ปี โรคเรื้อรัง ≤ 365 วัน ยังได้ค่าจ้างจากนายจ้าง → ประกันสังคมจ่ายส่วนขาด
ป่วยหยุดงานเงินทดแทน 50%90 วัน180 วัน
มาตรา 65หมวด 4 — ประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตร
เงื่อนไขสิทธิคลอดบุตร — ส่งสมทบ ≥ 5 เดือนใน 15 เดือน
สิทธิคลอด: ส่งสมทบ ≥ 5 เดือนใน 15 เดือน ใช้สิทธิได้ทั้งตนเอง/ภริยา/หญิงที่อยู่กิน ค่าคลอด+ค่าตรวจครรภ์+ค่ายา
คลอดบุตรเงื่อนไข5 เดือน15 เดือน
มาตรา 66หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
ประโยชน์ทดแทนคลอดบุตร 8 รายการ
ประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตรมี 8 รายการ ได้แก่ ค่าตรวจฝากครรภ์ ค่าบำบัด ค่ายา ค่าทำคลอด ค่ากินอยู่ ค่าบริบาลทารก ค่ารถพยาบาล และค่าบริการอื่น พร้อมเงินสงเคราะห์หยุดงาน
คลอดบุตรประโยชน์ทดแทนค่าทำคลอดเงินสงเคราะห์8 รายการ
มาตรา 67หมวด 4 — ประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตร
เงินสงเคราะห์หยุดงานคลอด — 50% × 90 วัน ≤ 2 ครั้ง
ลาคลอด: ชดเชย 50% ค่าจ้าง × 90 วัน ≤ 2 ครั้ง (+ 45 วันค่าจ้างจากนายจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน = รวม 90 วันได้เงินเต็ม)
ลาคลอด50% × 90 วันสงเคราะห์คลอด
มาตรา 68หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
กรณีไม่สามารถรับประโยชน์ทดแทนตามสิทธิ
กรณีผู้ประกันตนหรือคู่สมรสไม่สามารถรับประโยชน์ทดแทนตามสิทธิปกติ ให้ดำเนินการตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
ไม่สามารถรับประโยชน์ทดแทนคู่สมรสผู้ประกันตน
มาตรา 69หมวด 5 — ประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ
เงื่อนไขสิทธิทุพพลภาพ — ส่งสมทบ ≥ 3 เดือนใน 15 เดือน
สิทธิทุพพลภาพ: ส่งสมทบ ≥ 3 เดือนใน 15 เดือน ได้เงินทดแทน 50% ตลอดชีวิต(รุนแรง) ค่ารักษา ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ อุปกรณ์ช่วย
ทุพพลภาพเงื่อนไข3 เดือน15 เดือน
มาตรา 70หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
ประโยชน์ทดแทนทุพพลภาพ 7 รายการ
ประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพมี 7 รายการ ได้แก่ ค่าตรวจ ค่าบำบัด ค่ายา ค่ากินอยู่ ค่าพาหนะ ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพ และค่าบริการอื่น
ทุพพลภาพประโยชน์ทดแทนค่าบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ7 รายการ
มาตรา 71หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
เงื่อนไขต่อเนื่องมาตรา 71
บทบัญญัติต่อเนื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขเพิ่มเติมของมาตราก่อนหน้าในส่วนประโยชน์ทดแทน
เงื่อนไขม.71ต่อเนื่อง
มาตรา 72หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
คณะกรรมการแพทย์เสนอความเห็นกฎกระทรวง
คณะกรรมการการแพทย์มีหน้าที่เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับการออกกฎกระทรวงตามที่กำหนด
คณะกรรมการการแพทย์กฎกระทรวงเสนอความเห็นคณะกรรมการ
มาตรา 72/5หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
บทบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญ 2550
บทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
รัฐธรรมนูญ2550ขัดแย้งบทบัญญัติ
มาตรา 73หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
กรณีว่างงาน — เงินทดแทน 50% นาน 6 เดือน
ว่างงาน: จ่ายสมทบ ≥ 6 เดือนใน 15 เดือน → ถูกเลิกจ้าง = 50% x 180 วัน (6 เดือน) / ลาออก = 30% x 90 วัน (3 เดือน) ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางาน
ว่างงาน50%180 วันถูกเลิกจ้างลาออก30%
มาตรา 73/1หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
กรณีตาย — เงินสงเคราะห์
ผู้ประกันตนตาย: ค่าทำศพ 50,000 + เงินสงเคราะห์ (ส่ง ≥ 36 เดือน ได้ 2 เท่าเงินเดือน / ≥ 120 เดือน ได้ 6 เท่า)
กรณีตายค่าทำศพเงินสงเคราะห์50000
มาตรา 74หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
สิทธิสงเคราะห์บุตร จ่ายสมทบ 12 เดือนใน 36 เดือน
ผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรเมื่อจ่ายสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือนภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ
สงเคราะห์บุตร12 เดือน36 เดือนสิทธิเงินสมทบ
มาตรา 75หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
ประโยชน์ทดแทนสงเคราะห์บุตร 4 รายการ
ประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตรมี 4 รายการ ได้แก่ ค่าสงเคราะห์ความเป็นอยู่ ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล และค่าสงเคราะห์อื่นที่จำเป็น ตามอัตราในกฎกระทรวง
สงเคราะห์บุตรค่าเล่าเรียนค่ารักษาพยาบาลประโยชน์ทดแทนกฎกระทรวง
มาตรา 76หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
สิทธิชราภาพ จ่ายสมทบ 180 เดือน
ผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเมื่อจ่ายสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ไม่ต้องเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง
ชราภาพ180 เดือน15 ปีบำนาญเงินสมทบ
มาตรา 77หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
กรณีชราภาพ — บำนาญ/บำเหน็จ
อายุ 55 ปี + จ่ายสมทบ ≥ 180 เดือน (15 ปี) → ได้บำนาญรายเดือนตลอดชีวิต ถ้าจ่ายไม่ครบ 180 เดือน → ได้บำเหน็จก้อนเดียว (คืนเงินสมทบส่วนชราภาพ+ดอกเบี้ย)
บำนาญบำเหน็จชราภาพ55 ปี180 เดือน15 ปี
มาตรา 78หมวด 8 — ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน
เงื่อนไขว่างงาน — ส่งสมทบ ≥ 6 เดือน + ขึ้นทะเบียนจัดหางาน
เงื่อนไขว่างงาน: ส่ง ≥ 6 เดือน/15 เดือน ขึ้นทะเบียนจัดหางาน ไม่ปฏิเสธฝึกงาน ไม่ใช่ผิดร้ายแรง/ลาออกเอง(ได้น้อยกว่า)
ว่างงานเงื่อนไข6 เดือนขึ้นทะเบียนจัดหางาน
มาตรา 79หมวด 3 — ประโยชน์ทดแทน
ว่างงานรับสิทธิตั้งแต่วันที่ 8 นับแต่ว่างงาน
ผู้ประกันตนมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนการว่างงานตั้งแต่วันที่ 8 นับแต่วันว่างงานจากนายจ้างรายสุดท้าย ตามอัตราในกฎกระทรวง
ว่างงานวันที่ 8ประโยชน์ทดแทนนายจ้างรายสุดท้ายกฎกระทรวง
มาตรา 79/1หมวด 8 — ประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน
ว่างงานเหตุสุดวิสัย — โควิด/น้ำท่วม/ภัยพิบัติ
ว่างงานเหตุสุดวิสัย: โควิด/น้ำท่วม/ไฟไหม้ นายจ้างปิดกิจการชั่วคราว → ได้ชดเชย 50% ≤ 90 วัน ไม่ต้องไปรายงานตัว
เหตุสุดวิสัยว่างงานโควิดภัยพิบัติ
มาตรา 80หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ 3 ประการ
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ 3 ประการ ได้แก่ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการและเอกสาร ค้นยานพาหนะที่สงสัย และเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ
พนักงานเจ้าหน้าที่อำนาจตรวจสอบสถานประกอบการค้น
มาตรา 81หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
การปฏิบัติหน้าที่พนักงานเจ้าหน้าที่
บทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
พนักงานเจ้าหน้าที่หน้าที่การปฏิบัติ
มาตรา 82หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัว
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวทุกครั้งในการปฏิบัติหน้าที่ โดยบัตรให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่แสดงรัฐมนตรี
มาตรา 83หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาในการปฏิบัติหน้าที่
เจ้าพนักงานกฎหมายอาญาพนักงานเจ้าหน้าที่ประมวลกฎหมาย
มาตรา 84หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
นายจ้างต้องจัดทำทะเบียนผู้ประกันตน
นายจ้างต้องจัดทำและเก็บรักษาทะเบียนผู้ประกันตนไว้ที่สถานที่ทำงาน พร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ ตามแบบที่เลขาธิการกำหนด
ทะเบียนผู้ประกันตนนายจ้างจัดทำเลขาธิการตรวจสอบ
มาตรา 84/1หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
กำหนดเวลาตามบทบัญญัติมาตรา 84/1
กำหนดเวลาที่บัญญัติไว้ตามมาตรานี้ให้เป็นไปตามบทบัญญัติที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
กำหนดเวลาบทบัญญัติม.84/1
มาตรา 84/2หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
เหตุสุดวิสัยขยายกำหนดเวลาโดยคณะรัฐมนตรี
กรณีมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็น รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาตามที่กำหนดได้
เหตุสุดวิสัยขยายกำหนดเวลาคณะรัฐมนตรีรัฐมนตรีเลื่อน
มาตรา 85หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
อุทธรณ์คำสั่งเลขาธิการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
นายจ้าง ผู้ประกันตน หรือบุคคลอื่นที่ไม่พอใจคำสั่งของเลขาธิการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามที่กำหนด
อุทธรณ์คำสั่งเลขาธิการไม่พอใจพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 86หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
คณะกรรมการอุทธรณ์ไม่เกิน 13 คน
คณะกรรมการอุทธรณ์ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย แพทย์ แรงงาน ผู้แทนนายจ้างและลูกจ้าง รวมไม่เกิน 13 คน
คณะกรรมการอุทธรณ์รัฐมนตรีผู้ทรงคุณวุฒิ13 คนแต่งตั้ง
มาตรา 87หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
อำนาจคณะกรรมการอุทธรณ์พิจารณาวินิจฉัย
คณะกรรมการอุทธรณ์มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ยื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
คณะกรรมการอุทธรณ์อำนาจหน้าที่วินิจฉัยอุทธรณ์
มาตรา 88หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
อุทธรณ์ไม่ทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่ง
การอุทธรณ์ไม่ระงับการปฏิบัติตามคำสั่ง เว้นแต่ผู้อุทธรณ์ยื่นคำร้องและเลขาธิการสั่งให้ทุเลาไว้เพื่อรอคำวินิจฉัย
อุทธรณ์ทุเลาคำสั่งเลขาธิการพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 89หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
คณะกรรมการอุทธรณ์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
คณะกรรมการอุทธรณ์แต่งตั้งอนุกรรมการช่วยดำเนินการตามที่มอบหมาย และอนุกรรมการต้องเสนอความเห็นหรือรายงานต่อคณะกรรมการอุทธรณ์เมื่อเสร็จงาน
คณะอนุกรรมการคณะกรรมการอุทธรณ์มอบหมายรายงาน
มาตรา 90หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
วาระกรรมการอุทธรณ์คราวละสองปี
กรรมการอุทธรณ์อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และสามารถแต่งตั้งใหม่ได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
กรรมการอุทธรณ์วาระสองปีแต่งตั้ง
มาตรา 91หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
นำบทบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลม
นำบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับคณะกรรมการอุทธรณ์โดยอนุโลม
บทบัญญัติบังคับโดยอนุโลมคณะกรรมการอุทธรณ์
มาตรา 92หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสาร
ผู้ไม่ให้ถ้อยคำหรือไม่ส่งเอกสารตามคำสั่งคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ถ้อยคำเอกสารโทษจำคุกปรับพนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 93หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษไม่กรอกหรือไม่ส่งแบบสำรวจ
ผู้เจตนาไม่กรอกหรือกรอกไม่ครบหรือไม่ส่งแบบสำรวจภายในกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
แบบสำรวจไม่กรอกโทษปรับห้าพันบาท
มาตรา 94หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษกรอกข้อมูลเท็จในแบบสำรวจ
ผู้กรอกข้อความหรือตัวเลขเท็จในแบบสำรวจโดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ข้อมูลเท็จแบบสำรวจโทษจำคุกสองหมื่นบาท
มาตรา 95หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษฝ่าฝืนบทบัญญัติพระราชบัญญัติ
ผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติที่กำหนดในพระราชบัญญัติต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้
ฝ่าฝืนบทกำหนดโทษพระราชบัญญัติ
มาตรา 96หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างไม่ยื่นแบบรายการตามกำหนด
นายจ้างที่เจตนาไม่ยื่นแบบรายการต่อสำนักงานภายในกำหนดเวลาต้องรับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติ
นายจ้างแบบรายการสำนักงานกำหนดเวลาโทษ
มาตรา 97หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างยื่นแบบรายการไม่ถูกต้อง
นายจ้างที่ยื่นแบบรายการตามกฎหมายโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนต้องรับโทษตามที่บัญญัติ
นายจ้างแบบรายการไม่ถูกต้องโทษ
มาตรา 98หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่
ผู้ขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามกฎหมายต้องรับโทษตามที่บัญญัติ
ขัดขวางพนักงานเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกโทษ
มาตรา 99หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่กำหนดในกฎหมายต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้
นายจ้างไม่ปฏิบัติบทบัญญัติโทษ
มาตรา 100หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษเปิดเผยข้อเท็จจริงกิจการนายจ้าง
ผู้เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการนายจ้างที่ล่วงรู้จากการปฏิบัติตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 3,000 บาท เว้นแต่เพื่อประโยชน์ราชการหรือการสอบสวน
เปิดเผยข้อเท็จจริงกิจการนายจ้างโทษจำคุกสามพันบาทความลับ
มาตรา 101หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
ความรับผิดกรรมการนิติบุคคลกระทำผิด
เมื่อนิติบุคคลกระทำผิด กรรมการหรือผู้จัดการที่สั่งการหรือละเว้นจนเป็นเหตุให้กระทำผิด ต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ด้วย
นิติบุคคลกรรมการผู้จัดการความรับผิดโทษ
มาตรา 102หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
รายได้อื่นของกองทุนประกันสังคม
รายได้อื่นเป็นหนึ่งในประเภทรายได้ของกองทุนประกันสังคม นอกเหนือจากเงินสมทบหลัก
รายได้อื่นกองทุนประกันสังคมรายได้
มาตรา 103หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
บังคับใช้กิจการลูกจ้างตั้งแต่ยี่สิบคน
เริ่มบังคับใช้กับกิจการที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไป และขยายเป็น 10 คนขึ้นไปเมื่อพ้น 3 ปี ส่วนน้อยกว่า 10 คนให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนด
บังคับใช้ลูกจ้างยี่สิบคนสิบคนพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 104หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
เริ่มจัดเก็บเงินสมทบตามหมวดต่างๆ
กำหนดให้เริ่มจัดเก็บเงินสมทบสำหรับกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย คลอดบุตรตั้งแต่บังคับใช้ ส่วนกรณีชราภาพและว่างงานให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนด
เงินสมทบประโยชน์ทดแทนชราภาพว่างงานพระราชกฤษฎีกา