มาตรา 1หมวด 1 — บททั่วไป — นิยามและขอบเขต
ชื่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติฉบับนี้มีชื่อว่า พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (PDPA) เป็นกฎหมายหลักว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย
ชื่อพระราชบัญญัติPDPAพ.ศ. ๒๕๖๒พระราชบัญญัติ
มาตรา 2หมวด 1 — บททั่วไป — นิยามและขอบเขต
วันใช้บังคับพระราชบัญญัติ
กฎหมายมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่บทบัญญัติบางหมวดมีระยะเวลาเตรียมความพร้อมก่อนมีผลบังคับ
วันใช้บังคับประกาศราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้หมวด
มาตรา 3หมวด 1 — บททั่วไป — นิยามและขอบเขต
กฎหมายเฉพาะและการบังคับใช้ซ้อน
หากมีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลในกิจการใดอยู่แล้ว ให้ใช้กฎหมายนั้นก่อน แต่ PDPA ยังบังคับเพิ่มเติมในด้านสิทธิเจ้าของข้อมูล การร้องเรียน และอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่
กฎหมายเฉพาะlex specialisการบังคับใช้ซ้อนร้องเรียนสิทธิเจ้าของข้อมูล
มาตรา 4หมวด 1 — บททั่วไป — นิยามและขอบเขต
ข้อยกเว้นการบังคับใช้พระราชบัญญัติ
PDPA ไม่ใช้บังคับกับ 6 กรณียกเว้น ได้แก่ การใช้ข้อมูลส่วนตน/ครอบครัว หน่วยงานความมั่นคงของรัฐ สื่อมวลชน รัฐสภา ศาล และบริษัทข้อมูลเครดิต แต่ผู้ที่ได้รับยกเว้นยังต้องรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลตามมาตรฐาน
ข้อยกเว้นไม่ใช้บังคับความมั่นคงของรัฐสื่อมวลชนรัฐสภาศาลข้อมูลเครดิต
มาตรา 5หมวด 1 — บททั่วไป — นิยามและขอบเขต
ขอบเขตบังคับใช้ทั้งในและนอกราชอาณาจักร
PDPA ใช้บังคับแก่ผู้ควบคุม/ผู้ประมวลผลในราชอาณาจักรทุกกรณี และยังใช้บังคับแก่ผู้อยู่นอกราชอาณาจักรที่เสนอสินค้า/บริการแก่คนไทย หรือติดตามพฤติกรรมของเจ้าของข้อมูลในไทยด้วย
ขอบเขตextra-territorialนอกราชอาณาจักรเสนอสินค้าติดตามพฤติกรรมบังคับใช้
มาตรา 6หมวด 1 — บททั่วไป — นิยามและขอบเขต
นิยาม — ข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุม ผู้ประมวลผล
3 นิยามหลัก PDPA: (1) ข้อมูลส่วนบุคคล = ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ (ชื่อ เลขบัตร อีเมล IP ฯลฯ) ไม่รวมคนตาย (2) ผู้ควบคุม (Controller) = ผู้ตัดสินใจเรื่องข้อมูล (3) ผู้ประมวลผล (Processor) = ผู้ทำตามคำสั่ง controller
ข้อมูลส่วนบุคคลpersonal dataผู้ควบคุมcontrollerผู้ประมวลผลprocessorนิยาม
มาตรา 7หมวด 1 — บททั่วไป — นิยามและขอบเขต
รัฐมนตรีรักษาการและพนักงานเจ้าหน้าที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการ
รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลพนักงานเจ้าหน้าที่รักษาการ
มาตรา 8หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
องค์ประกอบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คณะกรรมการ PDPA ประกอบด้วย ประธานกรรมการ รองประธาน (ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ) กรรมการโดยตำแหน่ง 5 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน โดยมีเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
คณะกรรมการประธานกรรมการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิองค์ประกอบเลขาธิการ
มาตรา 9หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คณะกรรมการสรรหาประธานกรรมการ
กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหา 8 คน ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ PDPA
คณะกรรมการสรรหาประธานกรรมการคัดเลือกแปดคน
มาตรา 10หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
มาตรา 10 — ในการสรรหาประธานกรรมการตามมาตรา ๘ (๑) หรือ กรรมการ
ในการสรรหาประธานกรรมการตามมาตรา ๘ (๑) หรือ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๘ (๔) ให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลผู้มี คุณสมบัติตามมาต...
DPOPDPAconsentข้อมูลส่วนบุคคลคุ้มครองข้อมูลผู้ควบคุมข้อมูลลบข้อมูล
มาตรา 11หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เงื่อนไขการเสนอชื่อประธานกรรมการ
กำหนดให้ผู้ยินยอมเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกมีจำนวนเท่ากับจำนวนประธานกรรมการที่ต้องการ
เสนอชื่อคัดเลือกประธานกรรมการยินยอม
มาตรา 12หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการสี่ปี
ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระ 4 ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ และให้อยู่ต่อได้จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคนใหม่
วาระสี่ปีสองวาระประธานกรรมการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
มาตรา 13หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หลักเกณฑ์สรรหาตามคณะรัฐมนตรีกำหนด
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงความโปร่งใสและความเป็นธรรม
สรรหาคณะรัฐมนตรีโปร่งใสเป็นธรรมหลักเกณฑ์
มาตรา 14หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
องค์ประชุมและการลงคะแนนเสียง
การประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นองค์ประชุม ลงมติด้วยเสียงข้างมาก ประธานมีเสียงชี้ขาด และอาจประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
องค์ประชุมกึ่งหนึ่งลงคะแนนเสียงชี้ขาดอิเล็กทรอนิกส์ประชุม
มาตรา 15หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การเปิดเผยส่วนได้เสียและห้ามร่วมประชุม
กรรมการที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาต้องแจ้งคณะกรรมการล่วงหน้าก่อนการประชุม และห้ามเข้าร่วมพิจารณาเรื่องนั้น
ส่วนได้เสียconflict of interestห้ามร่วมประชุมแจ้งโดยตรงโดยอ้อม
มาตรา 16หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการสิบสามประการ
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ 13 ประการ ครอบคลุมการจัดทำแผนแม่บท ออกประกาศ ให้คำแนะนำ ตีความ ส่งเสริมความรู้ และสนับสนุนการวิจัยด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อำนาจหน้าที่แผนแม่บทออกประกาศตีความวินิจฉัยส่งเสริม
มาตรา 17หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ค่าตอบแทนกรรมการและอนุกรรมการ
ประธาน รองประธาน และกรรมการได้รับเบี้ยประชุมตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ส่วนอนุกรรมการและกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้รับตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
เบี้ยประชุมค่าตอบแทนอนุกรรมการกรรมการผู้เชี่ยวชาญกระทรวงการคลัง
มาตรา 18หมวด 1 — คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงานตามที่มอบหมาย โดยใช้หลักเกณฑ์การประชุมตามที่กำหนด
คณะอนุกรรมการแต่งตั้งมอบหมายพิจารณา
มาตรา 19หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หลัก — ต้องได้ความยินยอมก่อนเก็บ/ใช้/เปิดเผย
หลักสำคัญที่สุดของ PDPA: ต้องได้ความยินยอม (consent) ก่อนเก็บ/ใช้/เปิดเผยข้อมูล ความยินยอมต้อง: ชัดแจ้ง, เป็นหนังสือ/อิเล็กทรอนิกส์, แจ้งวัตถุประสงค์, แยกส่วนจากข้อความอื่น, ถอนได้ง่ายเท่าให้
ความยินยอมconsentเก็บรวบรวมใช้เปิดเผยวัตถุประสงค์ชัดแจ้ง
มาตรา 20หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ การขอความยินยอมต้องได้รับจากผู้แทนโดยชอบธรรมด้วย
ผู้เยาว์ผู้แทนโดยชอบธรรมความยินยอมนิติภาวะบรรลุนิติภาวะ
มาตรา 21หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่แจ้ง
ผู้ควบคุมต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้เท่านั้น หากต้องการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องแจ้งและรับความยินยอมใหม่ หรือมีบทบัญญัติกฎหมายรองรับ
วัตถุประสงค์purpose limitationแจ้งเปลี่ยนวัตถุประสงค์ความยินยอมใหม่
มาตรา 22หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Data Minimization — เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น
เก็บข้อมูลได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น: ต้องมีวัตถุประสงค์ชอบด้วยกฎหมาย ห้ามเก็บเกินกว่าที่ต้องใช้ ฝ่าฝืน → ปรับ ≤ 3 ล้าน
data minimizationเก็บเท่าที่จำเป็นวัตถุประสงค์
มาตรา 23หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Privacy Notice — แจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนเก็บ 6 รายการ
ต้องแจ้ง Privacy Notice 6 รายการก่อนเก็บข้อมูล: วัตถุประสงค์ เหตุจำเป็น ระยะเวลาเก็บ ใครเห็นข้อมูล ช่องทางติดต่อ สิทธิ 8 ประการ ไม่แจ้ง → ปรับ ≤ 1 ล้าน
privacy noticeแจ้งเจ้าของข้อมูลวัตถุประสงค์6 รายการ
มาตรา 24หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ฐานกฎหมายในการเก็บข้อมูล — 7 ฐาน (ไม่ต้องขอ consent)
เก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้อง consent ใน 6 กรณี: (1) ประวัติศาสตร์/วิจัย (2) ป้องกันอันตรายชีวิต (3) ปฏิบัติตามสัญญา (4) ภารกิจสาธารณะ (5) ประโยชน์โดยชอบ (Legitimate Interest) (6) ปฏิบัติตามกฎหมาย ฐาน Legitimate Interest ใช้บ่อยสุดในธุรกิจ
ฐานกฎหมายlawful basislegitimate interestสัญญาประโยชน์สาธารณะไม่ต้อง consent
มาตรา 25หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ห้ามเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น — ต้องเก็บจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง
ห้ามซื้อ/ขอข้อมูลจากแหล่งอื่น: ต้องเก็บจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น เว้นแต่มีฐานกฎหมาย ม.24 ถ้าเก็บจากแหล่งอื่น → ต้องแจ้งภายใน 30 วัน
เก็บจากแหล่งอื่นแจ้ง 30 วันข้อมูลจากบุคคลที่สาม
มาตรา 26หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) — ห้ามเก็บ
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ห้ามเก็บเด็ดขาด เว้นแต่ได้ explicit consent: เชื้อชาติ ความเชื่อทางศาสนา/การเมือง พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ (ลายนิ้วมือ/ใบหน้า) — คุ้มครองเข้มกว่าข้อมูลทั่วไป
ข้อมูลอ่อนไหวsensitive dataเชื้อชาติสุขภาพประวัติอาชญากรรมexplicit consentข้อมูลชีวภาพ
มาตรา 27หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
Purpose Limitation — ห้ามใช้/เปิดเผยนอกวัตถุประสงค์
ห้ามใช้/เปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ที่แจ้ง: ต้องมี consent หรือฐานกฎหมาย ม.24/26 ใช้นอกวัตถุประสงค์ → ปรับ ≤ 3 ล้าน
purpose limitationห้ามเปิดเผยนอกวัตถุประสงค์
มาตรา 28หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ — Cross-border Transfer
ส่งข้อมูลไปต่างประเทศ → ประเทศปลายทางต้องมีมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลเพียงพอ (adequate) สำคัญสำหรับธุรกิจที่ใช้ cloud ต่างประเทศ หรือส่งข้อมูลลูกค้าให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ
cross-border transferส่งข้อมูลต่างประเทศมาตรฐานเพียงพอadequateโอนข้อมูลcloud
มาตรา 29หมวด 2 — การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โอนข้อมูลข้ามพรมแดนภายในเครือกิจการ
ผู้ควบคุมในไทยสามารถโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังเครือกิจการในต่างประเทศได้โดยได้รับการยกเว้น หากนโยบายคุ้มครองข้อมูล (BCR) ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงาน PDPA แล้ว
โอนข้อมูลต่างประเทศcross-borderเครือกิจการBCRนโยบายตรวจสอบรับรอง
มาตรา 30หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิถอนความยินยอม
สิทธิถอน consent: เจ้าของข้อมูลถอนได้ทุกเมื่อ ต้องถอนง่ายเท่ากับตอนให้ (ถ้าให้ทางเว็บ ต้องถอนทางเว็บได้) การถอนไม่มีผลย้อนหลัง — สิ่งที่ทำไปแล้วก่อนถอนยังชอบด้วยกฎหมาย
ถอนความยินยอมwithdraw consentสิทธิเจ้าของข้อมูลง่ายเท่าให้ไม่ย้อนหลัง
มาตรา 31หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิขอโอนข้อมูล (Data Portability)
Data Portability: ขอรับข้อมูลในรูปแบบ machine-readable + ขอโอนไปผู้ควบคุมรายอื่นได้ เช่น ย้ายข้อมูลจาก app A ไป app B
data portabilityขอโอนข้อมูลmachine-readableส่งต่อ
มาตรา 32หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิคัดค้าน (Right to Object)
สิทธิคัดค้าน: ปฏิเสธ direct marketing ได้ทันที คัดค้าน legitimate interest ได้หากสิทธิสำคัญกว่า ไม่ดำเนินการ → ร้องเรียนคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
right to objectคัดค้านdirect marketingตลาดทางตรง
มาตรา 33หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิขอลบข้อมูล (Right to Erasure)
สิทธิขอลบ (Right to Erasure/Right to be Forgotten): ขอลบได้เมื่อ (1) หมดความจำเป็น (2) ถอน consent แล้ว (3) คัดค้าน ผู้ควบคุมต้องลบภายในเวลาอันสมควร ถ้าเปิดเผยให้คนอื่นแล้วต้องแจ้งให้ลบด้วย
สิทธิขอลบright to erasureright to be forgottenลบข้อมูลทำลายanonymize
มาตรา 34หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิขอระงับการใช้ข้อมูล (Right to Restriction)
ระงับการใช้ข้อมูล: ยังไม่ลบ แต่ห้ามใช้ระหว่างตรวจสอบ/แก้ไข/พิสูจน์ หรือเก็บไว้เพื่อต่อสู้คดี ไม่ดำเนินการ → ร้องเรียน
right to restrictionระงับการใช้ต่อสู้คดี
มาตรา 35หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
หน้าที่ผู้ควบคุม — ข้อมูลต้องถูกต้องเป็นปัจจุบัน
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ต้องดูแลให้ข้อมูลที่เก็บรักษาไว้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หน้าที่นี้เกี่ยวข้องกับคุณภาพของข้อมูลที่ผู้ควบคุมต้องรับผิดชอบ
ข้อมูลถูกต้องเป็นปัจจุบันสมบูรณ์ผู้ควบคุมข้อมูลdata qualityความถูกต้อง
มาตรา 36หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิขอแก้ไขข้อมูล (Right to Rectification)
ข้อมูลผิด? ขอแก้ได้: ผู้ควบคุมต้องทำข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ ปฏิเสธ → ต้องบันทึกเหตุผล + เจ้าของร้องเรียนได้
right to rectificationแก้ไขข้อมูลถูกต้องเป็นปัจจุบัน
มาตรา 37หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
หน้าที่ผู้ควบคุมข้อมูล — รักษาความปลอดภัย แจ้งเหตุรั่วไหล
หน้าที่ผู้ควบคุมข้อมูล: (1) จัดมาตรการรักษาความปลอดภัย (2) ป้องกันคนอื่นใช้ข้อมูลมิชอบ (3) ลบข้อมูลเมื่อพ้นกำหนด หากเกิด data breach ต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง (ม.37(4))
หน้าที่ความปลอดภัยdata breachแจ้งเหตุ72 ชั่วโมงลบข้อมูลมาตรการ
มาตรา 38หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
บทบัญญัติการแต่งตั้งตัวแทน
มาตรา 38 กล่าวถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวแทนตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ เนื้อหาอ้างอิงถึงมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องกับการมอบอำนาจแต่งตั้งตัวแทน
ตัวแทนการแต่งตั้งมอบอำนาจrepresentativeบทบัญญัติ
มาตรา 39หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
โครงสร้างหมวดหมู่ PDPA พ.ศ. 2562
มาตรา 39 แสดงโครงสร้างหมวดหมู่ทั้งหมดของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ครอบคลุม 7 หมวดหลักและบทเฉพาะกาล ตั้งแต่คณะกรรมการ การคุ้มครองข้อมูล สิทธิเจ้าของข้อมูล ไปจนถึงบทกำหนดโทษ
โครงสร้าง PDPAหมวดหมู่สารบัญบทเฉพาะกาลstructure
มาตรา 40หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
หน้าที่ผู้ประมวลผลข้อมูล (Processor Obligations)
Processor ต้อง: ทำตามคำสั่ง controller เท่านั้น รักษาความปลอดภัย แจ้งเหตุ breach ทำตัวเอง → กลายเป็น controller ปรับ ≤ 3 ล้าน
ผู้ประมวลผลprocessorDPAdata processing agreement
มาตรา 41หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
DPO — ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ต้องตั้ง DPO: หน่วยงานรัฐ / ธุรกิจที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก / เก็บ sensitive data จ้างภายนอกได้ ไม่ตั้ง → ปรับ ≤ 1 ล้าน
DPOเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลData Protection Officer
มาตรา 42หมวด 3 — สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO) — หน้าที่และการคุ้มครอง
มาตรา 42 กำหนดหน้าที่ 4 ประการของ DPO ได้แก่ ให้คำแนะนำ ตรวจสอบการดำเนินงาน ประสานงานกับสำนักงาน และรักษาความลับ ผู้ควบคุมต้องสนับสนุน DPO และห้ามเลิกจ้าง DPO เพราะเหตุปฏิบัติหน้าที่ตาม PDPA
DPOเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลdata protection officerหน้าที่ DPOให้คำแนะนำตรวจสอบรักษาความลับ
มาตรา 43หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
มาตรา 43 จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เป็นหน่วยงานรัฐมีฐานะนิติบุคคล ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ กิจการไม่อยู่ใต้บังคับกฎหมายแรงงานทั่วไป แต่พนักงานต้องได้รับสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่ากฎหมายแรงงานกำหนด
สำนักงาน PDPAสคส.นิติบุคคลหน่วยงานรัฐไม่ใช่ส่วนราชการPDPCจัดตั้ง
มาตรา 44หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หน้าที่และอำนาจสำนักงาน — บทบัญญัติเพิ่มเติม
มาตรา 44 กำหนดหน้าที่และอำนาจเพิ่มเติมของสำนักงานนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตราก่อน อ้างอิงถึงบทบัญญัติอื่นในพระราชบัญญัติ
หน้าที่สำนักงานอำนาจสำนักงานสคส.วัตถุประสงค์
มาตรา 45หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การดำเนินงานสำนักงาน — อำนาจเพิ่มเติม
มาตรา 45 กำหนดเรื่องการดำเนินงานของสำนักงานในส่วนที่เพิ่มเติมจากหน้าที่และอำนาจที่ระบุไว้ในมาตราก่อนหน้า อ้างอิงถึงบทบัญญัติอื่นในพระราชบัญญัติ
การดำเนินงานสำนักงานหน้าที่อำนาจสคส.
มาตรา 46หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทุนและทรัพย์สินของสำนักงาน
มาตรา 46 กำหนดองค์ประกอบของทุนและทรัพย์สินในการดำเนินงานของสำนักงาน โดยมีทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรและรายได้อื่นตามที่กฎหมายกำหนด
ทุนทรัพย์สินสำนักงานทุนประเดิมงบประมาณ
มาตรา 47หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานได้มา
มาตรา 47 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานได้มาจากการซื้อหรือแลกเปลี่ยนโดยใช้รายได้ของสำนักงาน อ้างอิงถึงหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตราก่อน
อสังหาริมทรัพย์สำนักงานทรัพย์สินซื้อแลกเปลี่ยน
มาตรา 48หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คณะกรรมการกำกับสำนักงาน — องค์ประกอบ
มาตรา 48 จัดตั้งคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ประกอบด้วยประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงดิจิทัล เลขาธิการดิจิทัลแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน โดยมีเลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการ
คณะกรรมการกำกับผู้ทรงคุณวุฒิปลัดกระทรวงดิจิทัลเลขาธิการองค์ประกอบกรรมการ
มาตรา 49หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คณะกรรมการสรรหาประธานและผู้ทรงคุณวุฒิ
มาตรา 49 กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหา 8 คน ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
คณะกรรมการสรรหาสรรหาแปดคนประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
มาตรา 50หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หลักเกณฑ์การสรรหาประธานและผู้ทรงคุณวุฒิ
มาตรา 50 กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามที่อ้างอิงในมาตราก่อน
สรรหาหลักเกณฑ์ประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
มาตรา 51หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
มาตรา 51 — ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๔๘ มี
ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๔๘ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี มื่ นึ่ ตั้ เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ดำเ...
DPOPDPAconsentข้อมูลส่วนบุคคลคุ้มครองข้อมูลผู้ควบคุมข้อมูลลบข้อมูล
มาตรา 52หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กรณีกรรมการพ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ
มาตรา 52 กำหนดวิธีปฏิบัติในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ อ้างอิงถึงหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตราก่อน
พ้นตำแหน่งก่อนครบวาระประธานกรรมการกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนที่
มาตรา 53หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การประชุมคณะกรรมการ — องค์ประชุมและการลงมติ
มาตรา 53 กำหนดองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง มติใช้เสียงข้างมาก ประธานมีเสียงชี้ขาดกรณีเสมอกัน กรรมการที่มีส่วนได้เสียร่วมประชุมไม่ได้ และอาจประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้
องค์ประชุมกึ่งหนึ่งเสียงข้างมากเสียงชี้ขาดส่วนได้เสียประชุมออนไลน์
มาตรา 54หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการกำกับสำนักงาน
มาตรา 54 กำหนดหน้าที่ 8 ประการของคณะกรรมการกำกับสำนักงาน ได้แก่ กำหนดนโยบาย ออกข้อบังคับ อนุมัติแผนงบประมาณ ควบคุมบริหาร แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา วินิจฉัยอุทธรณ์ ประเมินผล และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย
หน้าที่กรรมการนโยบายข้อบังคับงบประมาณอุทธรณ์ประเมินผลคณะกรรมการกำกับ
มาตรา 55หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและที่ปรึกษา
มาตรา 55 ให้อำนาจคณะกรรมการกำกับสำนักงานแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่มอบหมาย และอาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาได้ โดยจำนวนและการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแต่งตั้งมอบหมาย
มาตรา 56หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เบี้ยประชุมและค่าตอบแทนกรรมการ
มาตรา 56 กำหนดให้ประธานกรรมการ กรรมการกำกับสำนักงาน ที่ปรึกษา ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
เบี้ยประชุมค่าตอบแทนกรรมการอนุกรรมการกระทรวงการคลัง
มาตรา 57หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงาน
มาตรา 57 กำหนดให้มีเลขาธิการสำนักงานหนึ่งคน ซึ่งคณะกรรมการกำกับสำนักงานแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาที่คณะกรรมการกำหนด มีหน้าที่บริหารกิจการของสำนักงาน
เลขาธิการแต่งตั้งบริหารกิจการสรรหาสำนักงาน PDPA
มาตรา 58หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คุณสมบัติเลขาธิการ — อายุและความสามารถ
มาตรา 58 กำหนดคุณสมบัติเลขาธิการ 3 ข้อ: (1) สัญชาติไทย (2) อายุ 35-60 ปี (3) มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านภารกิจสำนักงานและการบริหารจัดการ
คุณสมบัติเลขาธิการสัญชาติไทยอายุ 35-60ความรู้ความสามารถประสบการณ์
มาตรา 59หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นเลขาธิการ
กำหนดลักษณะต้องห้าม 8 ประการสำหรับผู้จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ครอบคลุมการล้มละลาย ไร้ความสามารถ เคยต้องโทษจำคุก เป็นข้าราชการ หรือเคยถูกไล่ออกเพราะทุจริต
เลขาธิการลักษณะต้องห้ามคุณสมบัติต้องห้ามสำนักงาน
มาตรา 60หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
วาระดำรงตำแหน่งเลขาธิการสี่ปี
เลขาธิการมีวาระ 4 ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ และต้องสรรหาเลขาธิการใหม่ก่อนครบวาระไม่น้อยกว่า 30 วัน
เลขาธิการวาระสรรหาสี่ปี
มาตรา 61หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ประเมินผลการปฏิบัติงานเลขาธิการรายปี
กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการทุกปีตามระยะเวลาและวิธีการที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนด
เลขาธิการประเมินผลการปฏิบัติงาน
มาตรา 62หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ห้ามเลขาธิการมีส่วนได้เสียในกิจการสำนักงาน
ห้ามเลขาธิการเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
เลขาธิการส่วนได้เสียผลประโยชน์ทับซ้อน
มาตรา 63หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หน้าที่และอำนาจของเลขาธิการ
กำหนดหน้าที่และอำนาจ 6 ประการของเลขาธิการ ตั้งแต่บริหารงาน วางระเบียบ บังคับบัญชาพนักงาน จนถึงการแต่งตั้งรองเลขาธิการ โดยรับผิดชอบตรงต่อคณะกรรมการกำกับสำนักงาน
เลขาธิการหน้าที่อำนาจบริหารงานสำนักงาน
มาตรา 64หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เลขาธิการเป็นผู้แทนสำนักงานต่อบุคคลภายนอก
เลขาธิการเป็นผู้แทนสำนักงานในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก และสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนได้ตามข้อบังคับที่กำหนด
เลขาธิการผู้แทนมอบอำนาจบุคคลภายนอก
มาตรา 65หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คณะกรรมการกำกับกำหนดเงินเดือนเลขาธิการ
คณะกรรมการกำกับสำนักงานเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนของเลขาธิการ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
เลขาธิการเงินเดือนประโยชน์ตอบแทนคณะรัฐมนตรี
มาตรา 66หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ขอข้าราชการมาปฏิบัติงานชั่วคราวในสำนักงาน
เลขาธิการมีอำนาจขอข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐมาปฏิบัติงานชั่วคราว และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาให้มีสิทธิกลับสู่ตำแหน่งเดิมโดยนับระยะเวลาสำหรับบำเหน็จบำนาญด้วย
เลขาธิการข้าราชการปฏิบัติงานชั่วคราวบำเหน็จบำนาญ
มาตรา 67หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การชดใช้ทุนการศึกษาเมื่อย้ายมาปฏิบัติงานสำนักงาน
ข้าราชการที่อยู่ระหว่างชดใช้ทุนการศึกษาและย้ายมาปฏิบัติงานที่สำนักงาน ให้นับเวลาในสำนักงานเป็นการชดใช้ทุนตามสัญญา
ชดใช้ทุนทุนการศึกษาข้าราชการสำนักงาน
มาตรา 68หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การบัญชีสำนักงานต้องเป็นตามหลักสากล
การจัดทำบัญชีของสำนักงานต้องเป็นไปตามหลักสากล ตามแบบและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับสำนักงานกำหนด
การบัญชีหลักสากลสำนักงาน
มาตรา 69หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
จัดทำงบการเงินส่งผู้สอบบัญชีภายใน 120 วัน
สำนักงานต้องจัดทำงบการเงินส่งผู้สอบบัญชีภายใน 120 วันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี โดยให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบทำหน้าที่
งบการเงินผู้สอบบัญชีตรวจเงินแผ่นดินสำนักงาน
มาตรา 70หมวด 4 — สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
จัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อสาธารณชน
สำนักงานต้องจัดทำรายงานประจำปีภายใน 180 วันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี เผยแพร่ต่อสาธารณชน และให้บุคคลภายนอกที่ได้รับความเห็นชอบเป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงาน
รายงานประจำปีเผยแพร่สาธารณชนประเมินผล
มาตรา 71หมวด 5 — การร้องเรียน
แต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาร้องเรียน
คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหนึ่งหรือหลายคณะตามความเชี่ยวชาญ โดยคุณสมบัติและวาระให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญร้องเรียนแต่งตั้ง
มาตรา 72หมวด 5 — การร้องเรียน
หน้าที่และอำนาจคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจพิจารณาเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบการกระทำของผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล รวมทั้งไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญร้องเรียนตรวจสอบไกล่เกลี่ย
มาตรา 73หมวด 5 — การร้องเรียน
วรรคหนึ่ง — กระบวนการร้องเรียน
บทบัญญัติว่าด้วยกระบวนการร้องเรียนตามมาตรานี้ (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
ร้องเรียนกระบวนการ
มาตรา 74หมวด 5 — การร้องเรียน
ผู้ร้องเรียนไม่ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบ
กำหนดแนวทางกรณีที่ผู้ร้องเรียนไม่ได้ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบที่กำหนด (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
ผู้ร้องเรียนระเบียบร้องเรียน
มาตรา 75หมวด 5 — การร้องเรียน
อำนาจสั่งให้ส่งเอกสารและชี้แจงข้อเท็จจริง
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดส่งเอกสารหรือข้อมูล รวมทั้งสั่งให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนหรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญส่งเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงอำนาจ
มาตรา 76หมวด 5 — การร้องเรียน
หน้าที่และอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเอกสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอศาลอนุญาตเข้าสถานที่เพื่อรวบรวมหลักฐาน รวมทั้งต้องแสดงบัตรประจำตัวในการปฏิบัติหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบยึดเอกสารบัตรประจำตัว
มาตรา 77หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
ความรับผิดทางแพ่ง — ชดใช้ค่าเสียหาย + Punitive Damages
ความรับผิดทางแพ่ง PDPA: รับผิดแม้ไม่จงใจ (strict liability) + ศาลสั่ง Punitive Damages ได้สูงสุด 2 เท่าของค่าเสียหายจริง เช่น เสียหาย 1 ล้าน → ศาลสั่งจ่ายได้ถึง 3 ล้าน
ค่าสินไหมทดแทนpunitive damagesstrict liabilityความรับผิด2 เท่าฝ่าฝืน
มาตรา 78หมวด 6 — ความรับผิดทางแพ่ง
ศาลสั่งค่าสินไหมลงโทษได้ไม่เกินสองเท่า
ศาลมีอำนาจสั่งค่าสินไหมทดแทนเพื่อการลงโทษเพิ่มได้ไม่เกินสองเท่าของความเสียหายจริง และสิทธิเรียกร้องขาดอายุความเมื่อพ้น 3 ปีนับแต่รู้ถึงความเสียหาย หรือ 10 ปีนับแต่การละเมิด
ค่าสินไหมทดแทนอายุความความรับผิดทางแพ่งลงโทษ
มาตรา 79หมวด 6 — ความรับผิดทางแพ่ง
มาตรา 79 — ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ วรรคหน
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๘ อันเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๒๖...
DPOPDPAconsentข้อมูลส่วนบุคคลคุ้มครองข้อมูลจำคุกปรับผู้ควบคุมข้อมูลยอมความลบข้อมูล
มาตรา 80หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษจำคุกผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผู้อื่น
ผู้ที่ล่วงรู้ข้อมูลส่วนบุคคลจากการปฏิบัติหน้าที่แล้วเปิดเผยแก่ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท ยกเว้น 5 กรณีที่บัญญัติไว้
โทษอาญาเปิดเผยข้อมูลจำคุกปรับข้อยกเว้น
มาตรา 81หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
นิติบุคคลกระทำผิด — กรรมการต้องรับโทษด้วย
เมื่อนิติบุคคลกระทำความผิด กรรมการหรือผู้จัดการที่สั่งการหรือละเว้นไม่สั่งการจนเป็นเหตุให้กระทำผิดต้องรับโทษในฐานะส่วนตัวด้วย
นิติบุคคลกรรมการโทษอาญาความรับผิด
มาตรา 82หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
มาตรา 82 — ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๓
DPOPDPAconsentข้อมูลส่วนบุคคลคุ้มครองข้อมูลผู้ควบคุมข้อมูลลบข้อมูล
มาตรา 83หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษทางปกครองผู้ควบคุมข้อมูลฝ่าฝืน
กำหนดโทษทางปกครองสำหรับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่กำหนด (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
โทษทางปกครองผู้ควบคุมข้อมูลฝ่าฝืน
มาตรา 84หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
มาตรา 84 — ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ วรรคหน
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม หรือฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง หรือมาตรา ๒๘ อันเกี่ยวกั...
โทษปรับผู้ควบคุมข้อมูลฝ่าฝืนบทกำหนดโทษ
มาตรา 85หมวด —
มาตรา 85 — ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๑ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๔๒ วรรคสองหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกิน หน...
โทษปรับผู้ประมวลผลฝ่าฝืนบทกำหนดโทษ
มาตรา 86หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
มาตรา 86 — ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๐ โดยไม่มีเหตุอันควรหรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เป็นไปตามมาตรา ๒๙ วรรค ห...
โทษปรับผู้ประมวลผลฝ่าฝืนบทกำหนดโทษ
มาตรา 87หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ประมวลผลส่งหรือโอนข้อมูลผิดกฎหมาย
กำหนดโทษสำหรับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนข้อมูลโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติที่กำหนด (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
โทษทางปกครองผู้ประมวลผลข้อมูลส่งโอนข้อมูล
มาตรา 88หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษตัวแทนผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลไม่ปฏิบัติตาม
กำหนดโทษสำหรับตัวแทนของผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่กำหนด (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
โทษทางปกครองตัวแทนผู้ควบคุมข้อมูลผู้ประมวลผลข้อมูล
มาตรา 89หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
กำหนดโทษสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญหรือไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่กำหนด (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
โทษทางปกครองคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญคำสั่งชี้แจงข้อเท็จจริง
มาตรา 90หมวด 4 — บทกำหนดโทษ
โทษปรับทางปกครอง — สูงสุด 5 ล้านบาท
โทษ PDPA มี 3 ระดับ: ปกครอง (ปรับสูงสุด 5 ล้าน), แพ่ง (ค่าเสียหาย + punitive 2x), อาญา (จำคุก 6 เดือน–1 ปี / ปรับ 500K–1M สำหรับใช้ sensitive data โดยมิชอบ) คณะกรรมการอาจตักเตือนก่อนปรับ
โทษปรับ5 ล้านบาทปรับทางปกครองโทษอาญาคณะกรรมการPDPA penalty
มาตรา 91หมวด 8 — บทเฉพาะกาล
คณะกรรมการวาระเริ่มแรก
บทเฉพาะกาลว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการในวาระเริ่มแรกก่อนที่บทบัญญัติปกติจะมีผลบังคับ (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
บทเฉพาะกาลวาระเริ่มแรกคณะกรรมการ
มาตรา 92หมวด 8 — บทเฉพาะกาล
ดำเนินการตั้งคณะกรรมการกำกับสำนักงานภายใน 90 วัน
ให้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับสำนักงานภายใน 90 วันนับแต่วันที่มีการแต่งตั้งประธานกรรมการ (ข้อความในฉบับนี้ไม่ครบถ้วน)
บทเฉพาะกาลคณะกรรมการกำกับ90 วันประธานกรรมการ
มาตรา 93หมวด 8 — บทเฉพาะกาล
บทเฉพาะกาลมาตรา 93
บทเฉพาะกาลมาตรา 93 (ข้อความไม่ครบถ้วนในฉบับนี้ — ปรากฏเฉพาะโครงสร้างสารบัญของกฎหมาย)
บทเฉพาะกาล
มาตรา 94หมวด 8 — บทเฉพาะกาล
รายได้สำนักงาน — เงินอุดหนุนและค่าธรรมเนียม
กำหนดประเภทรายได้ของสำนักงาน ได้แก่ เงินอุดหนุนรัฐบาล เงินอุดหนุนจากหน่วยงานอื่น ค่าธรรมเนียม และดอกผล โดยต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
รายได้สำนักงานเงินอุดหนุนค่าธรรมเนียมรายได้แผ่นดิน
มาตรา 95หมวด 8 — บทเฉพาะกาล
บทเฉพาะกาลมาตรา 95
บทเฉพาะกาลมาตรา 95 (ข้อความไม่ครบถ้วนในฉบับนี้)
บทเฉพาะกาล
มาตรา 96หมวด 8 — บทเฉพาะกาล
มีผลบังคับใช้หลังพ้นหนึ่งปีจากประกาศราชกิจจา
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ราชกิจจานุเบกษาผลบังคับใช้หนึ่งปี