มาตรา 1หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
ชื่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
กำหนดชื่อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในภาคเอกชน
ชื่อกฎหมายแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518พระราชบัญญัติ
มาตรา 2หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
วันมีผลบังคับใช้ของกฎหมาย
กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีเวลาเตรียมการ
วันบังคับใช้ราชกิจจานุเบกษา30 วันประกาศ
มาตรา 3หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติที่เกี่ยวข้อง
ยกเลิกข้อ ๔ และข้อ ๑๑ ของประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ พ.ศ. ๒๕๑๕ อันเป็นกฎหมายเดิมก่อนการตรา พ.ร.บ. ฉบับนี้
ยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 1032515กฎหมายเดิม
มาตรา 4หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
ขอบเขตการใช้บังคับ — ข้อยกเว้น
กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ไม่ใช้บังคับแก่ราชการส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีกฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์บังคับใช้แทน
ข้อยกเว้นราชการรัฐวิสาหกิจขอบเขตไม่ใช้บังคับกรุงเทพมหานคร
มาตรา 5หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
บทนิยามศัพท์สำคัญ
กำหนดนิยามคำสำคัญทั้งหมดในกฎหมาย ได้แก่ นายจ้าง ลูกจ้าง สภาพการจ้าง ข้อพิพาทแรงงาน นัดหยุดงาน ปิดงาน สหภาพแรงงาน สมาคมนายจ้าง สหพันธ์ต่างๆ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
นิยามนายจ้างลูกจ้างสภาพการจ้างสหภาพแรงงานนัดหยุดงานปิดงานข้อพิพาทแรงงานสมาคมนายจ้าง
มาตรา 6หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
รัฐมนตรีรักษาการและอำนาจหน้าที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามกฎหมายนี้ มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียน พนักงานประนอม และผู้ชี้ขาดข้อพิพาท รวมทั้งออกกฎกระทรวงได้
รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยรักษาการกฎกระทรวงแต่งตั้งผู้ชี้ขาด
มาตรา 7หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
จัดตั้งสำนักงานทะเบียนกลางแรงงาน
จัดตั้งสำนักงานทะเบียนกลางในกรมแรงงาน ทำหน้าที่ควบคุมการจดทะเบียนสมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน และสหพันธ์ต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร
ทะเบียนกลางกรมแรงงานจดทะเบียนสหภาพแรงงานสมาคมนายจ้างสหพันธ์
มาตรา 8หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ในกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นในคดีแรงงานและดำเนินการตามมติคณะกรรมการ
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สอบสวนข้อพิพาทคำร้องกระทรวงมหาดไทย
มาตรา 9หมวด 0 — บทบัญญัติทั่วไป
จัดตั้งสำนักงานผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน
จัดตั้งสำนักงานผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานในกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ชี้ขาดให้คู่กรณีเลือก และควบคุมกระบวนการชี้ขาดข้อพิพาท
ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานอนุญาโตตุลาการกระทรวงมหาดไทยบัญชีรายชื่อ
มาตรา 10หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ลูกจ้าง ≥ 20 คน ต้องมีข้อตกลงสภาพการจ้าง
ลูกจ้าง ≥ 20 คน → ต้องมีข้อตกลงสภาพการจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่มี → ถือข้อบังคับการทำงานเป็นข้อตกลง
ข้อตกลงสภาพการจ้าง20 คนข้อบังคับ
มาตรา 11หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
สาระสำคัญในข้อตกลงสภาพการจ้าง
ข้อตกลงสภาพการจ้างต้องมีเนื้อหาอย่างน้อย 7 หมวด ได้แก่ เงื่อนไขการจ้าง วันเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง การร้องทุกข์ และการต่ออายุข้อตกลง
ข้อตกลงสภาพการจ้างค่าจ้างสวัสดิการเลิกจ้างร้องทุกข์เงื่อนไขการจ้าง
มาตรา 12หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
อายุและการต่ออายุข้อตกลงสภาพการจ้าง
ข้อตกลงสภาพการจ้างมีผลไม่เกิน 3 ปี หากไม่กำหนดให้ถือว่า 1 ปี และต่ออายุอัตโนมัติครั้งละ 1 ปี หากไม่มีการเจรจาใหม่
ข้อตกลงสภาพการจ้าง3 ปี1 ปีต่ออายุระยะเวลาบังคับใช้
มาตรา 13หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ลูกจ้างจะเรียกร้องแก้ไขสภาพการจ้าง ต้องทำเป็นหนังสือ + ลายเซ็น ≥ 15% ของลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง เมื่อยื่นแล้วนายจ้างต้องเจรจาภายใน 3 วัน
ข้อเรียกร้องสภาพการจ้าง15%เจรจาหนังสือ
มาตรา 14หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
การเลือกตั้งผู้แทนลูกจ้างในการเจรจา
ลูกจ้างจัดการเลือกตั้งผู้แทนได้เองหรือขอให้พนักงานประนอมจัด จำนวนผู้แทนไม่เกิน 7 คน ต้องเป็นลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องหรือกรรมการสหภาพแรงงาน
ผู้แทนลูกจ้างเลือกตั้ง7 คนสหภาพแรงงานข้อเรียกร้องพนักงานประนอม
มาตรา 15หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
สมาคม/สหภาพแจ้งข้อเรียกร้องได้
สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานมีสิทธิแจ้งข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างแทนสมาชิกได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สมาคมนายจ้างสหภาพแรงงานข้อเรียกร้องแจ้งสภาพการจ้าง
มาตรา 16หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ฝ่ายรับข้อเรียกร้องต้องเจรจาภายใน 3 วัน
ฝ่ายที่รับข้อเรียกร้องต้องแจ้งชื่อผู้แทนเป็นหนังสือโดยเร็ว และทั้งสองฝ่ายต้องเริ่มเจรจาภายใน 3 วันนับแต่วันรับข้อเรียกร้อง
เจรจา3 วันผู้แทนข้อเรียกร้องหนังสือฝ่ายรับ
มาตรา 17หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
การแต่งตั้งที่ปรึกษาในการเจรจา
นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิแต่งตั้งที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้แทนในกระบวนการเจรจาข้อตกลงสภาพการจ้าง
ที่ปรึกษาเจรจาผู้แทนนายจ้างลูกจ้างคำแนะนำ
มาตรา 18หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
การจัดทำข้อตกลงเมื่อเจรจาสำเร็จ
เมื่อนายจ้างและลูกจ้างหรือสหภาพแรงงานตกลงกันได้เกี่ยวกับข้อเรียกร้อง ให้จัดทำข้อตกลงสภาพการจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อ
ตกลงข้อตกลงสภาพการจ้างสมาคมนายจ้างสหภาพแรงงานเจรจาสำเร็จ
มาตรา 19หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ผลผูกพันของข้อตกลงสภาพการจ้าง
ข้อตกลงสภาพการจ้างผูกพันนายจ้างและลูกจ้างที่ลงชื่อ หากลูกจ้างร่วมกว่า 2/3 ให้ข้อตกลงผูกพันลูกจ้างทั้งหมดในกิจการประเภทเดียวกันด้วย
ผูกพันข้อตกลงสภาพการจ้าง2/3กิจการประเภทเดียวกันผลบังคับ
มาตรา 20หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ข้อตกลงสภาพการจ้าง — มีผลผูกพัน
ข้อตกลงสภาพการจ้าง: ต้องทำเป็นหนังสือ มีผลผูกพันทั้งนายจ้าง+ลูกจ้างทุกคน ใช้ได้ ≤ 3 ปี ถ้าไม่กำหนดระยะ=1 ปี
ข้อตกลงสภาพการจ้างผูกพันเป็นหนังสือ3 ปี
มาตรา 21หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
กระบวนการเมื่อไม่มีการเจรจา
หากไม่มีการเจรจาภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ และดำเนินการตามขั้นตอนการระงับข้อพิพาทต่อไป
ไม่เจรจาข้อพิพาทแรงงานตกลงไม่ได้ขั้นตอนระงับข้อพิพาท
มาตรา 22หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
เจรจาข้อพิพาทแรงงาน — ต้องเจรจาภายใน 3 วัน
ข้อพิพาทแรงงาน: รับข้อเรียกร้อง → เจรจาภายใน 3 วัน → ตกลงไม่ได้ → แจ้งพนักงานประนอม → ไกล่เกลี่ย 5 วัน
ข้อพิพาทแรงงานเจรจาประนอม
มาตรา 23หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ข้อพิพาทในกิจการสาธารณูปโภค
ข้อพิพาทในกิจการสาธารณูปโภค (รถไฟ ท่าเรือ ไฟฟ้า ประปา โรงพยาบาล) ต้องส่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์วินิจฉัยภายใน 30 วัน และอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายใน 7 วัน
สาธารณูปโภครถไฟไฟฟ้าประปาโรงพยาบาลคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อุทธรณ์30 วัน
มาตรา 24หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
ข้อพิพาทในกิจการทั่วไปนอกสาธารณูปโภค
ข้อพิพาทแรงงานในกิจการทั่วไป (นอกจากสาธารณูปโภคตามมาตรา 23) ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการชี้ขาดข้อพิพาทโดยผู้ชี้ขาด
ข้อพิพาทกิจการทั่วไปชี้ขาดผู้ชี้ขาดนอกสาธารณูปโภค
มาตรา 25หมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
เงื่อนไขสิ้นสุดข้อตกลงสภาพการจ้าง
มาตรา 25 กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการสิ้นสุดหรือต่ออายุข้อตกลงสภาพการจ้าง ข้อความในต้นฉบับที่ได้รับไม่ครบถ้วน
ข้อตกลงสภาพการจ้างเงื่อนไข
มาตรา 26หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
เงื่อนไขการปิดงานและนัดหยุดงาน
มาตรา 26 กำหนดเงื่อนไขที่นายจ้างหรือลูกจ้างสามารถปิดงานหรือนัดหยุดงานได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ข้อความต้นฉบับไม่ครบถ้วน
ปิดงานนัดหยุดงานเงื่อนไข
มาตรา 27หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
ผู้ชี้ขาดแจ้งกำหนดการพิจารณาภายใน 7 วัน
ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานต้องแจ้งเป็นหนังสือถึงกำหนดวันส่งคำชี้แจง และวัน เวลา สถานที่พิจารณาให้ทั้งสองฝ่ายทราบภายใน 7 วันนับแต่ได้รับการแต่งตั้ง
ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน7 วันกำหนดการพิจารณาหนังสือแจ้ง
มาตรา 28หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
สิทธิชี้แจงและนำพยานของคู่กรณี
ผู้ชี้ขาดต้องให้โอกาสทั้งฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องและฝ่ายรับข้อเรียกร้องชี้แจงแถลงเหตุผลและนำพยานเข้าสืบในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงาน เพื่อให้กระบวนการเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
ผู้ชี้ขาดชี้แจงพยานข้อพิพาทแรงงานสิทธิ
มาตรา 29หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
รายการบังคับในคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน
คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานต้องทำเป็นหนังสือ ระบุวันที่ ประเด็น ข้อเท็จจริง เหตุผล และคำสั่งให้ปฏิบัติ ถือมติเสียงข้างมากและต้องลงนามโดยผู้ชี้ขาดก่อนส่งให้คู่กรณี
คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานเสียงข้างมากหนังสือลงลายมือชื่อ
มาตรา 30หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
ผลผูกพันคำวินิจฉัยที่ไม่อุทธรณ์
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ไม่มีการอุทธรณ์ภายในกำหนด และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรี มีผลผูกพันคู่กรณีต้องปฏิบัติตาม
คำวินิจฉัยอุทธรณ์คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์รัฐมนตรีผลผูกพัน
มาตรา 31หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
สิทธิและหน้าที่หลังแจ้งข้อเรียกร้อง
มาตรา 31 กำหนดสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างภายหลังมีการแจ้งข้อเรียกร้องตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ข้อความต้นฉบับไม่ครบถ้วน
ข้อเรียกร้องสิทธิหน้าที่นายจ้างลูกจ้าง
มาตรา 32หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
ห้ามบุคคลภายนอกเข้าแทรกแซงข้อพิพาท
ห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่นายจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้แทนที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดำเนินการหรือร่วมกระทำการใดๆ ในกระบวนการระงับข้อพิพาทแรงงานทุกขั้นตอน
บุคคลภายนอกแทรกแซงข้อพิพาทแรงงานห้ามเจรจา
มาตรา 33หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
อำนาจรัฐมนตรีห้ามขึ้นค่าจ้างในภาวะวิกฤต
ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและมีการห้ามขึ้นราคาสินค้า รัฐมนตรีอาจประกาศห้ามยื่นข้อเรียกร้องขึ้นค่าจ้าง ยกเว้นการเลื่อนขั้นประจำปีที่กำหนดไว้แล้วหรือกรณีเปลี่ยนหน้าที่การงาน
ค่าจ้างวิกฤตเศรษฐกิจรัฐมนตรีราชกิจจานุเบกษาห้ามขึ้นค่าจ้าง
มาตรา 34หมวด 3 — การปิดงานและการนัดหยุดงาน
นัดหยุดงาน/ปิดงาน — เงื่อนไข
นัดหยุดงาน/ปิดงาน ทำได้เมื่อ: เจรจาไม่สำเร็จ + แจ้งอีกฝ่าย+พนักงานประนอม ล่วงหน้า 24 ชม. ห้ามนัดหยุดงานในกิจการสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า น้ำ โรงพยาบาล)
นัดหยุดงานปิดงานstrikelockout24 ชั่วโมง
มาตรา 35หมวด 3 — การปิดงานและนัดหยุดงาน
ห้ามปิดงาน/นัดหยุดงาน — ในกิจการที่กระทบประชาชน
ห้ามสไตรค์ในกิจการสาธารณะ: รถไฟ ท่าเรือ โทรคมนาคม น้ำ/ไฟ โรงพยาบาล รัฐมนตรีสั่งกลับทำงานได้ทันที
ห้ามนัดหยุดงานห้ามปิดงานกิจการสาธารณะ
มาตรา 36หมวด 3 — การปิดงานและการนัดหยุดงาน
ข้อห้ามการนัดหยุดงานและปิดงาน
มาตรา 36 กำหนดข้อห้ามและเงื่อนไขเกี่ยวกับการนัดหยุดงานและการปิดงาน ข้อความต้นฉบับไม่ปรากฏในแหล่งข้อมูลที่ได้รับ
นัดหยุดงานปิดงานข้อห้ามเงื่อนไข
มาตรา 37หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
องค์ประกอบคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
จัดตั้ง 'คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์' มีประธาน 1 คน และกรรมการ 8–14 คน โดยต้องมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละ 3 คน แต่งตั้งโดยรัฐมนตรี
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ประธานกรรมการนายจ้างลูกจ้างรัฐมนตรี
มาตรา 38หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
วาระดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการ
มาตรา 38 กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานกรรมการและกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่แต่งตั้งตามมาตราที่เกี่ยวข้อง ข้อความต้นฉบับไม่ครบถ้วน
ประธานกรรมการวาระกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดำรงตำแหน่ง
มาตรา 39หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
ผู้แทนกรรมการอยู่ครบวาระที่เหลือ
ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ และประธานหรือกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
ผู้แทนวาระแต่งตั้งใหม่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา 40หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
องค์ประชุมคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
การประชุมคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ต้องมีกรรมการอย่างน้อย 5 คน และต้องมีกรรมการฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้างอย่างน้อยฝ่ายละ 1 คน จึงจะครบองค์ประชุม
องค์ประชุมคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์5 คนนายจ้างลูกจ้าง
มาตรา 41หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานของคณะกรรมการ
มาตรา 41 กำหนดเรื่องคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานในกรณีที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจพิจารณา ข้อความต้นฉบับไม่ครบถ้วน
คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
มาตรา 42หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นในเรื่องที่มอบหมาย ทั้งแบบประจำและเฉพาะคราว
คณะอนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์ข้อเท็จจริงแต่งตั้งมอบหมาย
มาตรา 43หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
อำนาจสืบสวนของกรรมการแรงงานสัมพันธ์
กรรมการและอนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจเข้าตรวจสถานที่ทำงาน เรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ และขอเอกสารได้ โดยผู้เกี่ยวข้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้ความร่วมมือ
กรรมการแรงงานสัมพันธ์อำนาจสืบสวนตรวจสอบถ้อยคำเอกสาร
มาตรา 44หมวด 2 — วิธีระงับข้อพิพาทแรงงาน
เชิญผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นแก่คณะกรรมการ
กรรมการหรืออนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์สามารถมีหนังสือเชิญผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิมาให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาได้
ผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิความเห็นกรรมการแรงงานสัมพันธ์
มาตรา 45หมวด 5 — คณะกรรมการลูกจ้าง
คณะกรรมการลูกจ้าง — สถานประกอบการ ≥ 50 คน
กรรมการลูกจ้าง: สถานประกอบการ ≥ 50 คน เลือกตั้ง 5-21 คน วาระ 3 ปี ปรึกษาหารือกับนายจ้าง
คณะกรรมการลูกจ้าง50 คนเลือกตั้ง
มาตรา 46หมวด 4 — คณะกรรมการลูกจ้าง
จำนวนกรรมการลูกจ้างตามขนาดสถานประกอบการ
จำนวนกรรมการลูกจ้างขึ้นอยู่กับจำนวนลูกจ้าง ตั้งแต่ 5 คน (ลูกจ้าง 50–100 คน) ถึง 17–21 คน (ลูกจ้างเกิน 2,500 คน) โดยวิธีเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด
คณะกรรมการลูกจ้างจำนวนกรรมการสถานประกอบการเลือกตั้งอธิบดี
มาตรา 47หมวด 4 — คณะกรรมการลูกจ้าง
วาระกรรมการลูกจ้าง 3 ปี
กรรมการลูกจ้างมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และสามารถได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งใหม่ต่อได้อีก
กรรมการลูกจ้างวาระ3 ปีเลือกตั้งใหม่แต่งตั้ง
มาตรา 48หมวด 4 — คณะกรรมการลูกจ้าง
กรรมการลูกจ้างพ้นตำแหน่งก่อนวาระ
กรรมการลูกจ้างพ้นตำแหน่งก่อนวาระได้ 7 กรณี เช่น ตาย ลาออก ศาลสั่ง หรือลูกจ้างเกินครึ่งมีมติถอดถอน เมื่อตำแหน่งว่างให้เลือก/แต่งตั้งแทน โดยดำรงตำแหน่งตามวาระของผู้ที่แทน
กรรมการลูกจ้างพ้นตำแหน่งก่อนวาระลาออกศาลแรงงาน
มาตรา 49หมวด 4 — คณะกรรมการลูกจ้าง
เลือกตั้งกรรมการลูกจ้างใหม่ทั้งคณะ
ต้องเลือกตั้งกรรมการลูกจ้างใหม่ทั้งคณะ เมื่อลูกจ้างเพิ่ม/ลดเกินครึ่ง กรรมการพ้นเกินครึ่ง ลูกจ้างเกินครึ่งลงมติถอดถอนทั้งคณะ หรือศาลแรงงานสั่ง
กรรมการลูกจ้างเลือกตั้งใหม่ทั้งคณะลูกจ้างเกินครึ่งศาลแรงงาน
มาตรา 50หมวด 5 — คณะกรรมการลูกจ้าง
ประชุมหารือ — นายจ้าง+กรรมการลูกจ้าง ≥ ทุก 3 เดือน
ประชุมลูกจ้าง: ≥ ทุก 3 เดือน เพื่อจัดสวัสดิการ กำหนดข้อบังคับ รับฟังร้องทุกข์ ระงับข้อขัดแย้ง
ประชุมหารือกรรมการลูกจ้างร้องทุกข์สวัสดิการ
มาตรา 51หมวด 4 — คณะกรรมการลูกจ้าง
นายจ้างร้องศาลถอดกรรมการลูกจ้าง
หากกรรมการลูกจ้างไม่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ก่อภัยต่อสังคม หรือเปิดเผยความลับนายจ้างโดยไม่มีเหตุ นายจ้างมีสิทธิร้องศาลแรงงานให้สั่งถอดถอนได้ทั้งรายบุคคลหรือทั้งคณะ
กรรมการลูกจ้างถอดถอนไม่สุจริตเปิดเผยความลับศาลแรงงาน
มาตรา 52หมวด 4 — คณะกรรมการลูกจ้าง
คุ้มครองกรรมการลูกจ้าง — ห้ามเลิกจ้างโดยไม่ได้อนุญาต
กรรมการลูกจ้างได้รับคุ้มครองพิเศษ: นายจ้างจะเลิกจ้าง/ลดเงิน/ลงโทษ ต้องขออนุญาตศาลแรงงานก่อน ฝ่าฝืน = จำคุก ≤ 6 เดือน / ปรับ ≤ 10,000 บาท
กรรมการลูกจ้างห้ามเลิกจ้างศาลแรงงานคุ้มครอง
มาตรา 53หมวด 4 — คณะกรรมการลูกจ้าง
ห้ามนายจ้างให้เงินพิเศษแก่กรรมการลูกจ้าง
ห้ามนายจ้างให้เงินหรือทรัพย์สินแก่กรรมการลูกจ้างนอกเหนือสิทธิปกติ ยกเว้นค่าจ้าง โบนัส เงินปันผล และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับในฐานะลูกจ้างตามปกติ
กรรมการลูกจ้างห้ามให้เงินทรัพย์สินค่าจ้างโบนัส
มาตรา 54หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
สมาคมนายจ้าง — จัดตั้งและวัตถุประสงค์
สมาคมนายจ้างจัดตั้งได้ตามพ.ร.บ.นี้เท่านั้น โดยต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์ด้านสภาพการจ้าง และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
สมาคมนายจ้างจัดตั้งวัตถุประสงค์สภาพการจ้างความสัมพันธ์
มาตรา 55หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
สมาคมนายจ้าง — จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
สมาคมนายจ้างต้องมีข้อบังคับและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อจดทะเบียนแล้วจึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
สมาคมนายจ้างจดทะเบียนนายทะเบียนนิติบุคคลข้อบังคับ
มาตรา 56หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
คุณสมบัติผู้มีสิทธิจัดตั้งสมาคมนายจ้าง
ผู้จัดตั้งสมาคมนายจ้างต้องครบ 3 คุณสมบัติ ได้แก่ เป็นนายจ้างประกอบกิจการประเภทเดียวกัน บรรลุนิติภาวะ และมีสัญชาติไทย
สมาคมนายจ้างผู้จัดตั้งคุณสมบัติสัญชาติไทยนิติภาวะ
มาตรา 57หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
ยื่นขอจดทะเบียนสมาคมนายจ้าง
การขอจดทะเบียนสมาคมนายจ้างต้องมีผู้ก่อการ ≥ 3 คน ยื่นคำขอเป็นหนังสือพร้อมร่างข้อบังคับ ≥ 3 ฉบับ ต่อนายทะเบียน และระบุข้อมูลผู้ก่อการทุกคน
สมาคมนายจ้างจดทะเบียน3 คนร่างข้อบังคับนายทะเบียน
มาตรา 58หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
ข้อบังคับสมาคมนายจ้าง — รายการบังคับ 10 ข้อ
ข้อบังคับสมาคมนายจ้างต้องมี 10 รายการบังคับ ครอบคลุมชื่อ วัตถุประสงค์ ที่ตั้ง การรับสมาชิก ค่าสมาชิก สิทธิ/หน้าที่ การเงิน วิธีปิดงาน การประชุม และคณะกรรมการ
สมาคมนายจ้างข้อบังคับรายการบังคับประชุมใหญ่คณะกรรมการ
มาตรา 59หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
นายทะเบียนพิจารณาและรับจดทะเบียน
นายทะเบียนรับจดทะเบียนและออกใบสำคัญให้ เมื่อผู้ยื่นมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 56 และร่างข้อบังคับไม่ขัดต่อกฎหมาย
นายทะเบียนจดทะเบียนคุณสมบัติใบสำคัญการจดทะเบียนข้อบังคับ
มาตรา 60หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
ประกาศการจดทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนสมาคมนายจ้างแล้ว ต้องประกาศการจดทะเบียนนั้นในราชกิจจานุเบกษาเพื่อเผยแพร่สาธารณะ
สมาคมนายจ้างราชกิจจานุเบกษาประกาศนายทะเบียน
มาตรา 61หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
ประชุมใหญ่ครั้งแรกภายใน 120 วัน
ผู้ก่อการต้องจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 120 วันหลังจดทะเบียน เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการและอนุมัติข้อบังคับที่ยื่นต่อนายทะเบียน
สมาคมนายจ้างประชุมใหญ่120 วันเลือกตั้งกรรมการอนุมัติข้อบังคับ
มาตรา 62หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
แก้ไขข้อบังคับ — จดทะเบียนภายใน 14 วัน
แก้ไขข้อบังคับสมาคมนายจ้างต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่และนำจดทะเบียนภายใน 14 วัน การแก้ไขมีผลเมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้วเท่านั้น
สมาคมนายจ้างแก้ไขข้อบังคับ14 วันที่ประชุมใหญ่จดทะเบียน
มาตรา 63หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
คุณสมบัติสมาชิกสมาคมนายจ้าง
สมาชิกสมาคมนายจ้างต้องเป็นนายจ้างประกอบกิจการประเภทเดียวกัน หากนายจ้างเป็นนิติบุคคลให้ถือว่านิติบุคคลนั้นเป็นสมาชิก
สมาคมนายจ้างสมาชิกคุณสมบัตินิติบุคคลกิจการเดียวกัน
มาตรา 64หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
สิทธิสมาชิกตรวจสอบเอกสารสมาคม
สมาชิกสมาคมนายจ้างมีสิทธิตรวจสอบทะเบียน เอกสาร หรือบัญชีของสมาคมในเวลาทำการ โดยเจ้าหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
สมาคมนายจ้างสมาชิกตรวจสอบทะเบียนเอกสาร
มาตรา 65หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
สมาชิกภาพสมาคมนายจ้างสิ้นสุด
สมาชิกภาพสมาคมนายจ้างสิ้นสุดได้ 4 กรณี คือ ตาย ลาออก ถูกที่ประชุมใหญ่ให้ออก หรือตามที่ข้อบังคับกำหนดไว้
สมาคมนายจ้างสมาชิกภาพสิ้นสุดลาออกที่ประชุมใหญ่ข้อบังคับ
มาตรา 66หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
อำนาจหน้าที่สมาคมนายจ้าง 6 ประการ
สมาคมนายจ้างมีอำนาจ 6 ประการเพื่อประโยชน์สมาชิก ได้แก่ เจรจากับสหภาพ/ลูกจ้าง ดำเนินกิจกรรม ให้บริการข้อมูล ให้คำปรึกษา จัดสวัสดิการ และเก็บค่าสมาชิก
สมาคมนายจ้างอำนาจหน้าที่เจรจาสหภาพแรงงานสวัสดิการ
มาตรา 67หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
ยกเว้นความรับผิดอาญา-แพ่งสมาคมนายจ้าง
สมาคมนายจ้างและเจ้าหน้าที่ได้รับยกเว้นความรับผิดทางอาญา-แพ่ง เมื่อเจรจา สนับสนุนปิดงาน เผยแพร่ข้อเท็จจริง หรือจัดชุมนุมเพื่อประโยชน์สมาชิกที่ไม่ใช่การเมือง เว้นแต่ความผิดร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์
สมาคมนายจ้างยกเว้นความรับผิดอาญา-แพ่งปิดงานชุมนุม
มาตรา 68หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
คณะกรรมการดำเนินการสมาคมนายจ้าง
สมาคมนายจ้างมีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการและผู้แทนต่อบุคคลภายนอก สามารถมอบอำนาจกรรมการบางคนและแต่งตั้งอนุกรรมการได้
สมาคมนายจ้างคณะกรรมการผู้แทนอนุกรรมการมอบหมาย
มาตรา 69หมวด 5 — สมาคมนายจ้าง
คุณสมบัติกรรมการสมาคมนายจ้าง
กรรมการหรืออนุกรรมการสมาคมนายจ้างต้องเป็นสมาชิกของสมาคม บรรลุนิติภาวะ มีสัญชาติไทย และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
สมาคมนายจ้างกรรมการคุณสมบัติสัญชาติไทยบุคคลล้มละลาย
มาตรา 70หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
กิจการที่ต้องใช้มติที่ประชุมใหญ่สมาคม
สมาคมนายจ้างต้องใช้มติที่ประชุมใหญ่สำหรับ 7 เรื่องสำคัญ ได้แก่ แก้ไขข้อบังคับ เลือกตั้งกรรมการ จัดสรรทรัพย์สิน เลิก/ควบสมาคม และก่อตั้งสหพันธ์นายจ้าง
สมาคมนายจ้างที่ประชุมใหญ่มติข้อบังคับสหพันธ์นายจ้าง
มาตรา 71หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
หน้าที่จัดทำทะเบียนสมาชิกสมาคมนายจ้าง
สมาคมนายจ้างต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกตามแบบอธิบดีกำหนด เก็บไว้ให้ตรวจสอบได้ในเวลาทำการ และประกาศวันเวลาเปิดทำการที่สำนักงาน
สมาคมนายจ้างทะเบียนสมาชิกอธิบดีตรวจสอบสำนักงาน
มาตรา 72หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
อำนาจนายทะเบียนตรวจสอบสมาคมนายจ้าง
นายทะเบียนมีอำนาจเข้าตรวจสำนักงานสมาคมนายจ้าง เรียกดูเอกสาร/บัญชี และสอบถามกรรมการหรือพนักงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการได้
นายทะเบียนตรวจสอบสมาคมนายจ้างเอกสารอำนาจ
มาตรา 73หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
นายทะเบียนสั่งปลดกรรมการสมาคมนายจ้าง
นายทะเบียนสั่งปลดกรรมการสมาคมนายจ้างได้ใน 3 กรณี: ขัดขวางการทำงานของพนักงานประนอม/ผู้ชี้ขาด ดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ หรือยอมให้บุคคลภายนอกบริหาร
นายทะเบียนปลดกรรมการสมาคมนายจ้างคำสั่งออกจากตำแหน่ง
มาตรา 74หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
สิทธิอุทธรณ์คำสั่งปลดกรรมการสมาคม
ผู้ได้รับคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งตามมาตรา 73 มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีหรือศาลแรงงานได้ตามที่กฎหมายกำหนด
อุทธรณ์กรรมการสมาคมนายจ้างคำสั่งปลดรัฐมนตรี
มาตรา 75หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
สมาคมนายจ้างต้องตรวจสอบบัญชีทุกปี
สมาคมนายจ้างต้องตรวจสอบบัญชีทุกปี เสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่ และส่งสำเนาให้นายทะเบียนภายใน 30 วันหลังที่ประชุมใหญ่รับรอง
สมาคมนายจ้างตรวจสอบบัญชีงบดุลที่ประชุมใหญ่30 วัน
มาตรา 76หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
การควบสมาคมนายจ้างเข้าด้วยกัน
สมาคมนายจ้างประเภทเดียวกันตั้งแต่ 2 สมาคมขึ้นไปอาจควบรวมกันได้ โดยต้องได้มติเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทุกสมาคมและรับความเห็นชอบจากนายทะเบียน
ควบสมาคมสมาคมนายจ้างที่ประชุมใหญ่นายทะเบียนมติ
มาตรา 77หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
ขั้นตอนหลังนายทะเบียนเห็นชอบการควบสมาคม
เมื่อนายทะเบียนให้ความเห็นชอบการควบสมาคมนายจ้างแล้ว ให้ดำเนินการแจ้งเจ้าหนี้และจดทะเบียนสมาคมใหม่ตามขั้นตอนที่กำหนด
ควบสมาคมนายทะเบียนเห็นชอบสมาคมนายจ้างจดทะเบียน
มาตรา 78หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
การตั้งผู้แทนดำเนินการจดทะเบียนสมาคมใหม่
เมื่อมีการควบสมาคมนายจ้าง แต่ละสมาคมให้ตั้งผู้แทนสมาคมละไม่เกิน 3 คน เพื่อดำเนินการจดทะเบียนสมาคมนายจ้างใหม่
ผู้แทนควบสมาคมสมาคมนายจ้างจดทะเบียนคณะกรรมการ
มาตรา 79หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
การจดทะเบียนสมาคมนายจ้างใหม่หลังควบรวม
สมาคมที่เกิดจากการควบรวมต้องจดทะเบียนสมาคมนายจ้างใหม่ โดยยื่นคำขอพร้อมผู้แทนทุกสมาคมลงนามอย่างน้อยสมาคมละ 2 คน และแนบหนังสือรับรองการแจ้งเจ้าหนี้
จดทะเบียนใหม่ควบสมาคมสมาคมนายจ้างคำขอผู้แทน
มาตรา 80หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
ขีดชื่อสมาคมเดิมออกจากทะเบียน
เมื่อจดทะเบียนสมาคมนายจ้างใหม่หลังการควบรวมเรียบร้อยแล้ว นายทะเบียนต้องขีดชื่อสมาคมนายจ้างเดิมทุกสมาคมออกจากทะเบียน
ขีดชื่อออกทะเบียนสมาคมนายจ้างนายทะเบียนควบรวม
มาตรา 81หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
สมาคมใหม่รับโอนสิทธิสมาคมเดิมทั้งหมด
สมาคมนายจ้างใหม่รับโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ และหน้าที่ทั้งหมดของสมาคมเดิม และสมาชิกเดิมทุกคนย่อมเป็นสมาชิกของสมาคมใหม่โดยอัตโนมัติ
รับโอนสิทธิสมาคมนายจ้างทรัพย์สินหนี้สินสมาชิก
มาตรา 82หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
เหตุแห่งการเลิกสมาคมนายจ้าง 4 ประการ
สมาคมนายจ้างเลิกได้ใน 4 กรณี: ข้อบังคับกำหนด, ที่ประชุมใหญ่มีมติ, นายทะเบียนสั่งเลิก, หรือสมาคมล้มละลาย
เลิกสมาคมสมาคมนายจ้างนายทะเบียนที่ประชุมใหญ่ล้มละลาย
มาตรา 83หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
อำนาจนายทะเบียนสั่งเลิกสมาคมนายจ้าง
นายทะเบียนสั่งเลิกสมาคมนายจ้างได้ใน 3 กรณี: ดำเนินการขัดกฎหมาย ไม่เลือกตั้งกรรมการตามคำสั่ง หรือหยุดกิจการเกิน 2 ปี กรรมการเกินกึ่งหนึ่งอุทธรณ์รัฐมนตรีภายิน 30 วันได้
สั่งเลิกสมาคมนายทะเบียนอุทธรณ์รัฐมนตรีราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 84หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
การชำระบัญชีเมื่อสมาคมนายจ้างเลิก
เมื่อสมาคมนายจ้างเลิกตามเหตุที่กำหนดในมาตรา 82 ให้ดำเนินการชำระบัญชีตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ชำระบัญชีเลิกสมาคมสมาคมนายจ้างการเลิก
มาตรา 85หมวด 8 — สมาคมนายจ้าง
การจัดการทรัพย์สินเหลือหลังชำระบัญชีสมาคม
ทรัพย์สินเหลือหลังชำระบัญชีสมาคมนายจ้างห้ามแบ่งแก่สมาชิก ต้องโอนให้นิติบุคคลตามข้อบังคับหรือมติที่ประชุมใหญ่ หากไม่ระบุ ให้มอบกรมแรงงานเพื่อสวัสดิการลูกจ้าง
ทรัพย์สินเหลือชำระบัญชีสมาคมนายจ้างกรมแรงงานสวัสดิการ
มาตรา 86หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
หลักการและวัตถุประสงค์สหภาพแรงงาน
สหภาพแรงงานจัดตั้งได้เฉพาะตาม พ.ร.บ.นี้เท่านั้น และต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ด้านสภาพการจ้างและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง-ลูกจ้าง
สหภาพแรงงานวัตถุประสงค์สภาพการจ้างผลประโยชน์ก่อตั้ง
มาตรา 87หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
สหภาพแรงงานต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
สหภาพแรงงานต้องมีข้อบังคับและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน เมื่อจดทะเบียนแล้วมีสถานะเป็นนิติบุคคล
สหภาพแรงงานจดทะเบียนนายทะเบียนนิติบุคคลข้อบังคับ
มาตรา 88หมวด 7 — สหภาพแรงงาน
จัดตั้งสหภาพแรงงาน — ลูกจ้าง ≥ 10 คน
ตั้งสหภาพแรงงาน: ลูกจ้าง ≥ 10 คน กิจการประเภทเดียวกัน สัญชาติไทย บรรลุนิติภาวะ จดทะเบียน=นิติบุคคล
สหภาพแรงงานจัดตั้ง10 คนจดทะเบียน
มาตรา 89หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
ขั้นตอนขอจดทะเบียนสหภาพแรงงาน
จดทะเบียนสหภาพแรงงานต้องมีผู้ก่อการอย่างน้อย 10 คน ยื่นคำขอพร้อมร่างข้อบังคับ ≥ 3 ฉบับ และระบุชื่อ อายุ อาชีพ ที่อยู่ของผู้ก่อการทุกคน
จดทะเบียนสหภาพแรงงานลูกจ้าง10 คนผู้ก่อการ
มาตรา 90หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
ข้อบังคับสหภาพแรงงานต้องมี 10 รายการ
ข้อบังคับสหภาพแรงงานต้องมีอย่างน้อย 10 รายการ ครอบคลุม ชื่อ วัตถุประสงค์ สำนักงาน การรับสมาชิก ค่าบำรุง สิทธิ-หน้าที่ การเงิน การนัดหยุดงาน การประชุมใหญ่ และกรรมการ
ข้อบังคับสหภาพแรงงานสมาชิกกรรมการนัดหยุดงาน
มาตรา 91หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
นายทะเบียนรับจดทะเบียนสหภาพแรงงาน
เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบคำขอและร่างข้อบังคับแล้วเห็นว่าถูกต้อง ให้รับจดทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่สหภาพแรงงาน
นายทะเบียนจดทะเบียนสหภาพใบสำคัญคุณสมบัติคำขอ
มาตรา 92หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
ประกาศจดทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อจดทะเบียนสหภาพแรงงานแล้ว นายทะเบียนต้องประกาศการจดทะเบียนนั้นในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้สาธารณชนรับทราบ
ราชกิจจานุเบกษาประกาศจดทะเบียนนายทะเบียนสหภาพแรงงาน
มาตรา 93หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
ประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 120 วัน
ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานต้องจัดประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายใน 120 วันนับแต่วันจดทะเบียน เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการและอนุมัติข้อบังคับ
ประชุมใหญ่สามัญ120 วันเลือกตั้งกรรมการข้อบังคับผู้ก่อการ
มาตรา 94หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
แก้ไขข้อบังคับสหภาพต้องมติที่ประชุมใหญ่
การแก้ไขข้อบังคับสหภาพแรงงานต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่ และต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 14 วัน โดยมีผลบังคับเมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว
แก้ไขข้อบังคับที่ประชุมใหญ่จดทะเบียน14 วันมติ
มาตรา 95หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
คุณสมบัติสมาชิกสหภาพแรงงาน
สมาชิกสหภาพแรงงานต้องเป็นลูกจ้างของนายจ้างเดียวกันหรือกิจการประเภทเดียวกัน อายุ ≥ 15 ปี โดยพนักงานรัฐวิสาหกิจและผู้มีอำนาจจ้าง/เลิกจ้าง ไม่อาจเป็นสมาชิกร่วมกับลูกจ้างทั่วไปได้
คุณสมบัติสมาชิกอายุ 15 ปีผู้บังคับบัญชารัฐวิสาหกิจสหภาพแรงงาน
มาตรา 96หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
จัดตั้งสหภาพแรงงาน
ตั้งสหภาพแรงงาน: ลูกจ้างกิจการเดียวกัน ≥ 10 คน จดทะเบียนต่อนายทะเบียน มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง
สหภาพแรงงานจัดตั้ง10 คนจดทะเบียน
มาตรา 97หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
การสิ้นสุดสมาชิกภาพสหภาพแรงงาน
สมาชิกภาพสหภาพแรงงานสิ้นสุดเมื่อ: ตาย, ลาออก, ที่ประชุมใหญ่ให้ออก หรือเป็นไปตามข้อบังคับของสหภาพ
สมาชิกภาพสิ้นสุดลาออกที่ประชุมใหญ่ข้อบังคับ
มาตรา 98หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
อำนาจหน้าที่สหภาพแรงงานเพื่อประโยชน์สมาชิก
สหภาพแรงงานมีอำนาจ 6 ประการเพื่อประโยชน์สมาชิก ได้แก่ เจรจา-ทำข้อตกลงกับนายจ้าง บริการจัดหางาน ให้คำปรึกษา จัดสวัสดิการ และเรียกเก็บค่าบำรุง
อำนาจสหภาพเจรจาข้อตกลงสวัสดิการค่าบำรุง
มาตรา 99หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
ยกเว้นความรับผิดสหภาพในการนัดหยุดงานโดยสงบ
สหภาพแรงงานและกรรมการที่ปฏิบัติการเพื่อประโยชน์สมาชิก (ไม่ใช่การเมือง) ได้รับยกเว้นความรับผิดทางอาญาและแพ่ง ในการเจรจา นัดหยุดงาน โฆษณา และชุมนุมโดยสงบ
ยกเว้นความรับผิดนัดหยุดงานชุมนุมโดยสงบโฆษณาข้อพิพาทไม่ใช่การเมือง
มาตรา 100หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
คณะกรรมการดำเนินกิจการสหภาพแรงงาน
สหภาพแรงงานต้องมีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นตัวแทนในกิจการกับบุคคลภายนอก โดยอาจมอบหมายกรรมการย่อยหรือแต่งตั้งอนุกรรมการได้
คณะกรรมการสหภาพผู้แทนอนุกรรมการมอบหมายดำเนินกิจการ
มาตรา 101หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
คุณสมบัติกรรมการสหภาพแรงงาน
ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการสหภาพแรงงาน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อบังคับของสหภาพ
คุณสมบัติกรรมการลักษณะต้องห้ามเลือกตั้งแต่งตั้งข้อบังคับ
มาตรา 102หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
กรรมการสหภาพมีสิทธิลาดำเนินกิจการสหภาพ
กรรมการสหภาพแรงงานมีสิทธิลางานเพื่อเจรจา ไกล่เกลี่ย ชี้ขาดข้อพิพาท หรือร่วมประชุมราชการ โดยต้องแจ้งนายจ้างล่วงหน้า และถือว่าวันลาเป็นวันทำงาน
สิทธิลากรรมการสหภาพเจรจาวันทำงานแจ้งล่วงหน้า
มาตรา 103หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
กิจการสหภาพที่ต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่
สหภาพแรงงานต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่สำหรับ 8 กิจการสำคัญ ได้แก่ แก้ไขข้อบังคับ เลือกตั้งกรรมการ จัดสวัสดิการ เลิก/ควบสหภาพ ก่อตั้งสหพันธ์ และนัดหยุดงาน
มติที่ประชุมใหญ่แก้ไขข้อบังคับเลิกสหภาพควบสหภาพนัดหยุดงาน
มาตรา 104หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
สหภาพแรงงานต้องจัดทำทะเบียนสมาชิก
สหภาพแรงงานต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกตามแบบที่อธิบดีกำหนด เก็บไว้ที่สำนักงานให้ตรวจสอบได้ และต้องประกาศวันเวลาเปิดทำการ
ทะเบียนสมาชิกอธิบดีสำนักงานสหภาพเปิดทำการตรวจสอบ
มาตรา 105หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
อำนาจนายทะเบียนตรวจสอบสหภาพแรงงาน
นายทะเบียนมีอำนาจเข้าตรวจสอบสำนักงานสหภาพ สั่งให้ส่งเอกสาร/บัญชี และเรียกกรรมการมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้
นายทะเบียนอำนาจตรวจสอบเอกสารบัญชีชี้แจง
มาตรา 106หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
นายทะเบียนสั่งให้กรรมการสหภาพพ้นตำแหน่ง
นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้กรรมการสหภาพพ้นตำแหน่งได้ใน 3 กรณี ได้แก่ ขัดขวางพนักงานประนอม ดำเนินกิจการขัดกฎหมาย/ความมั่นคง หรือให้ผู้ที่ไม่ใช่กรรมการดำเนินกิจการ
นายทะเบียนสั่งให้ออกกรรมการสหภาพขัดกฎหมายความมั่นคง
มาตรา 107หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
อุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนให้กรรมการออก
ผู้ที่ถูกนายทะเบียนสั่งให้ออกตาม ม.106 มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภายใน 15 วัน โดยคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุด
อุทธรณ์คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์15 วันคำสั่งนายทะเบียนคำวินิจฉัยที่สุด
มาตรา 108หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
สหภาพแรงงานต้องตรวจสอบบัญชีทุกปี
สหภาพแรงงานต้องตรวจสอบบัญชีทุกปีและเสนองบดุลต่อที่ประชุมใหญ่ เมื่อที่ประชุมใหญ่รับรองแล้วต้องส่งสำเนาให้นายทะเบียนภายใน 30 วัน
ตรวจสอบบัญชีงบดุลผู้สอบบัญชีที่ประชุมใหญ่30 วัน
มาตรา 109หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
การควบสหภาพแรงงานตั้งแต่สองแห่งเข้ากัน
สหภาพ ≥ 2 แห่ง (นายจ้างเดียวกันหรือกิจการเดียวกัน) สามารถควบเข้ากันได้ โดยต้องได้มติที่ประชุมใหญ่เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดทุกสหภาพ และได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน
ควบสหภาพที่ประชุมใหญ่เกินกึ่งหนึ่งนายทะเบียนความเห็นชอบ
มาตรา 110หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
นำบทบัญญัติว่าด้วยการจดทะเบียนมาใช้บังคับ
ให้นำบทบัญญัติเรื่องการยื่นคำขอและการจดทะเบียนสหภาพแรงงานมาใช้กับการควบสหภาพแรงงานโดยอนุโลม
นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมควบสหภาพจดทะเบียนคำขอ
มาตรา 111หมวด 5 — สหภาพแรงงาน
นำบทบัญญัติมาใช้กับสหภาพแรงงานที่ควบกัน
บทบัญญัติในหมวดสหภาพแรงงานทั้งหมดให้นำมาใช้บังคับกับสหภาพแรงงานที่ควบเข้ากันโดยอนุโลม
นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมสหภาพที่ควบกันหมวดสหภาพบทบัญญัติ
มาตรา 112หมวด 8 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
การจัดตั้งสหพันธ์นายจ้าง
สมาคมนายจ้างตั้งแต่สองแห่งขึ้นไปที่ประกอบกิจการประเภทเดียวกัน สามารถรวมกันจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหพันธ์นายจ้างเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีและคุ้มครองผลประโยชน์ร่วมกันได้
สหพันธ์นายจ้างสมาคมนายจ้างจดทะเบียนกิจการประเภทเดียวกันคุ้มครองผลประโยชน์
มาตรา 113หมวด 8 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
การจัดตั้งสหพันธ์แรงงาน
สหภาพแรงงานตั้งแต่สองสหภาพขึ้นไป ไม่ว่าจะมีลูกจ้างนายจ้างเดียวกันหรือกิจการประเภทเดียวกัน สามารถรวมกันจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหพันธ์แรงงานเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของลูกจ้างได้
สหพันธ์แรงงานสหภาพแรงงานจดทะเบียนลูกจ้างกิจการประเภทเดียวกัน
มาตรา 114หมวด 8 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
เงื่อนไขการจัดตั้งและเข้าเป็นสมาชิกสหพันธ์
กำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งหรือการเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์นายจ้างหรือสหพันธ์แรงงานตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
สหพันธ์นายจ้างสหพันธ์แรงงานสมาชิกการจัดตั้งเงื่อนไข
มาตรา 115หมวด 8 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
สหพันธ์ที่จดทะเบียนมีสถานะนิติบุคคล
สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงานที่ได้จดทะเบียนแล้วมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย สามารถมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายได้
สหพันธ์นายจ้างสหพันธ์แรงงานนิติบุคคลจดทะเบียน
มาตรา 116หมวด 8 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
สิทธิส่งผู้แทนของสมาชิกสหพันธ์
สมาคมนายจ้างและสหภาพแรงงานที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ มีสิทธิส่งผู้แทนไปร่วมประชุมและดำเนินการของสหพันธ์ตามจำนวนที่กำหนดในข้อบังคับ
ผู้แทนสมาชิกสหพันธ์ประชุมข้อบังคับสิทธิ
มาตรา 117หมวด 8 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
คณะกรรมการสหพันธ์มาจากผู้แทนสมาชิก
คณะกรรมการสหพันธ์ทั้งนายจ้างและแรงงาน ต้องได้รับการเลือกตั้งจากผู้แทนขององค์กรสมาชิกที่เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์นั้นเท่านั้น
คณะกรรมการสหพันธ์เลือกตั้งผู้แทนสมาคมนายจ้างสหภาพแรงงาน
มาตรา 118หมวด 8 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
นำบทบัญญัติสมาคม-สหภาพมาใช้กับสหพันธ์
ให้นำบทบัญญัติเกี่ยวกับสมาคมนายจ้างและสหภาพแรงงานมาใช้บังคับกับสหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงานโดยอนุโลมตามความเหมาะสม
บทบัญญัติสหพันธ์นายจ้างสหพันธ์แรงงานโดยอนุโลมสมาคมนายจ้าง
มาตรา 119หมวด 9 — สภาองค์การนายจ้างและสภาองค์การลูกจ้าง
การจัดตั้งสภาองค์การนายจ้าง
สมาคมหรือสหพันธ์นายจ้างไม่น้อยกว่า 5 แห่ง สามารถร่วมกันจัดตั้งสภาองค์การนายจ้าง ซึ่งต้องจดทะเบียนและเป็นนิติบุคคลเพื่อส่งเสริมการแรงงานสัมพันธ์
สภาองค์การนายจ้างจัดตั้งห้าแห่งจดทะเบียนนิติบุคคล
มาตรา 120หมวด 9 — สภาองค์การนายจ้างและสภาองค์การลูกจ้าง
กิจการอื่นของสภาองค์การตามพระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้สภาองค์การนายจ้างและลูกจ้างสามารถดำเนินกิจการอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
สภาองค์การกิจการอื่นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 121หมวด 6 — การกระทำอันไม่เป็นธรรม
ห้ามนายจ้างเลิกจ้างเพราะเหตุยื่นข้อเรียกร้อง
ห้ามเลิกจ้างเพราะเหตุ: ยื่นข้อเรียกร้อง, เป็นกรรมการสหภาพ, เข้าร่วมนัดหยุดงาน — ถือเป็น "การกระทำอันไม่เป็นธรรม" ลูกจ้างร้องศาลแรงงานสั่งให้รับกลับเข้าทำงาน+จ่ายค่าเสียหายได้
เลิกจ้างไม่เป็นธรรมข้อเรียกร้องสหภาพไม่เป็นธรรม
มาตรา 122หมวด 6 — การกระทำอันไม่เป็นธรรม
ห้ามบังคับเข้าหรือออกจากสหภาพ
ห้ามผู้ใดบังคับหรือขู่เข็ญให้ลูกจ้างเข้าหรือออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ถือเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม
บังคับขู่เข็ญสมาชิกสหภาพการกระทำอันไม่เป็นธรรมลูกจ้าง
มาตรา 123หมวด 6 — การกระทำอันไม่เป็นธรรม
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ — สั่งรับกลับเข้าทำงาน
ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม → ร้องคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ภายใน 60 วัน สั่งได้: รับกลับเข้าทำงาน / จ่ายค่าเสียหาย ไม่พอใจคำสั่ง → อุทธรณ์ศาลแรงงานภายใน 30 วัน
คณะกรรมการรับกลับค่าเสียหาย60 วันอุทธรณ์
มาตรา 124หมวด 6 — การกระทำอันไม่เป็นธรรม
ขั้นตอนเมื่อมีการฝ่าฝืน
กำหนดขั้นตอนและอำนาจของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ในการจัดการกับการฝ่าฝืนบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรม
ฝ่าฝืนคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ขั้นตอนการกระทำอันไม่เป็นธรรม
มาตรา 125หมวด 6 — การกระทำอันไม่เป็นธรรม
อำนาจชี้ขาดและสั่งการของคณะกรรมการ
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มีอำนาจชี้ขาดกรณีกระทำอันไม่เป็นธรรม สั่งรับลูกจ้างกลับ จ่ายค่าเสียหาย หรือสั่งให้ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามที่เห็นสมควร
ชี้ขาดกระทำอันไม่เป็นธรรมรับลูกจ้างกลับค่าเสียหายคำสั่ง
มาตรา 126หมวด 6 — การกระทำอันไม่เป็นธรรม
ผลทางกฎหมายเมื่อปฏิบัติตามคำสั่ง
กำหนดผลทางกฎหมายในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรม
คำสั่งผู้ถูกกล่าวหาคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ปฏิบัติตามคำสั่ง
มาตรา 127หมวด 6 — การกระทำอันไม่เป็นธรรม
โทษสำหรับการฝ่าฝืน
กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติในหมวดการกระทำอันไม่เป็นธรรม
ฝ่าฝืนโทษการกระทำอันไม่เป็นธรรม
มาตรา 128หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้แทนนายจ้างหรือลูกจ้าง
กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้แทนนายจ้างหรือผู้แทนลูกจ้างที่กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้
ผู้แทนนายจ้างผู้แทนลูกจ้างโทษบทกำหนดโทษ
มาตรา 129หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษที่ปรึกษานายจ้างหรือลูกจ้าง
กำหนดบทลงโทษสำหรับที่ปรึกษานายจ้างหรือที่ปรึกษาลูกจ้างที่กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ
ที่ปรึกษานายจ้างที่ปรึกษาลูกจ้างโทษบทกำหนดโทษ
มาตรา 130หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างฝ่าฝืนบทบัญญัติ
กำหนดบทลงโทษสำหรับนายจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
นายจ้างฝ่าฝืนโทษไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 131หมวด 10 — บทกำหนดโทษ
โทษ — เลิกจ้างเพราะเหตุยื่นข้อเรียกร้อง จำคุก ≤ 6 เดือน
เลิกจ้างเพราะเรียกร้องสิทธิ/เป็นสมาชิกสหภาพ: จำคุก ≤ 6 เดือน ปรับ ≤ 10,000 + ศาลสั่งรับกลับเข้าทำงาน
เลิกจ้างไม่เป็นธรรมสหภาพโทษปรับ
มาตรา 132หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษฝ่าฝืนคำวินิจฉัยคณะกรรมการ
กำหนดโทษสำหรับนายจ้าง ลูกจ้าง หรือองค์กรแรงงานที่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรือคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรี
คำวินิจฉัยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ฝ่าฝืนโทษอุทธรณ์
มาตรา 133หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษฝ่าฝืนคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน
กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานที่มีคำตัดสินชัดเจนแล้ว
คำชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานฝ่าฝืนโทษ
มาตรา 134หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ชี้ขาดรับสินบน
ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานที่รับสินบนเพื่อชี้ขาดให้ฝ่ายใดเสียผลประโยชน์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ชี้ขาดสินบนโทษจำคุกปรับข้อพิพาทแรงงาน
มาตรา 135หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ชี้ขาดข้อพิพาทไม่ปฏิบัติตาม
ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ มีความผิดและต้องรับโทษตามที่กำหนดในหมวดบทกำหนดโทษ
ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานบทกำหนดโทษไม่ปฏิบัติตาม
มาตรา 136หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างฝ่าฝืนบทบัญญัติกฎหมาย
นายจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดและต้องรับโทษตามหมวดบทกำหนดโทษ
นายจ้างฝ่าฝืนบทกำหนดโทษพระราชบัญญัติ
มาตรา 137หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติทั่วไป
บุคคลใดก็ตามที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
ฝ่าฝืนบทกำหนดโทษไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ
มาตรา 138หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรี
นายจ้าง ลูกจ้าง หรือองค์กรแรงงานใดที่ฝ่าฝืนประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดและต้องรับโทษตามบทกำหนดโทษ
ประกาศรัฐมนตรีสมาคมนายจ้างสหภาพแรงงานสหพันธ์ฝ่าฝืน
มาตรา 139หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างหรือลูกจ้างฝ่าฝืน
นายจ้างหรือลูกจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
นายจ้างลูกจ้างฝ่าฝืนบทกำหนดโทษ
มาตรา 140หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษฝ่าฝืนคำสั่งรัฐมนตรี
นายจ้างหรือลูกจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐมนตรีที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
คำสั่งรัฐมนตรีนายจ้างลูกจ้างฝ่าฝืนบทกำหนดโทษ
มาตรา 141หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างหรือลูกจ้างไม่ปฏิบัติตาม
นายจ้างหรือลูกจ้างที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ในส่วนนี้ ต้องรับโทษตามที่กำหนดไว้ในหมวดบทกำหนดโทษ
นายจ้างลูกจ้างไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 142หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษขัดขวางคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์
ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์หรืออนุกรรมการ เช่น ไม่ตอบหนังสือ ไม่ชี้แจงข้อเท็จจริง หรือไม่ส่งเอกสาร มีความผิดตามบทกำหนดโทษ
คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์อนุกรรมการขัดขวางไม่อำนวยความสะดวกเอกสาร
มาตรา 143หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ
นายจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติในส่วนนี้ของพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดและต้องรับโทษตามที่กำหนด
นายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 144หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ก่อตั้งสมาคมนายจ้างไม่ปฏิบัติ
ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
ผู้ก่อตั้งสมาคมนายจ้างไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 145หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษสมาคมนายจ้างรับสมาชิกโดยฝ่าฝืน
สมาคมนายจ้างที่รับสมาชิกโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดและต้องรับโทษตามหมวดบทกำหนดโทษ
สมาคมนายจ้างรับสมาชิกฝ่าฝืนบทกำหนดโทษ
มาตรา 146หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษสมาคมนายจ้างฝ่าฝืนบทบัญญัติ
สมาคมนายจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
สมาคมนายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 147หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ชำระบัญชีไม่ปฏิบัติตาม
ผู้ชำระบัญชีที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดและต้องรับโทษตามบทกำหนดโทษ
ผู้ชำระบัญชีไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษสมาคม
มาตรา 148หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานไม่ปฏิบัติ
ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสหภาพแรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
ผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 149หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษสหภาพแรงงานรับสมาชิกโดยฝ่าฝืน
สหภาพแรงงานที่รับสมาชิกโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ มีความผิดและต้องรับโทษตามที่กำหนดในหมวดบทกำหนดโทษ
สหภาพแรงงานรับสมาชิกฝ่าฝืนบทกำหนดโทษ
มาตรา 150หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษสหภาพแรงงานฝ่าฝืนบทบัญญัติ
สหภาพแรงงานที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
สหภาพแรงงานฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 151หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษผู้จัดตั้งสหพันธ์นายจ้างไม่ปฏิบัติ
ผู้จัดตั้งสหพันธ์นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดและต้องรับโทษตามบทกำหนดโทษ
สหพันธ์นายจ้างผู้จัดตั้งไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 152หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษกรรมการสหพันธ์นายจ้างไม่ปฏิบัติ
กรรมการสหพันธ์นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
กรรมการสหพันธ์นายจ้างไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 153หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษสหพันธ์นายจ้างฝ่าฝืนบทบัญญัติ
สหพันธ์นายจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มีความผิดตามหมวดบทกำหนดโทษ
สหพันธ์นายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทกำหนดโทษ
มาตรา 154หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษใช้ชื่อสมาคมโดยไม่มีสิทธิ
ห้ามบุคคลหรือองค์กรใดที่ไม่ใช่สมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน หรือสหพันธ์ แอบอ้างใช้ชื่อดังกล่าวในป้าย เอกสาร หรือสื่อใดๆ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และปรับรายวันไม่เกินวันละ 50 บาทจนกว่าจะเลิกใช้
สมาคมนายจ้างสหภาพแรงงานสหพันธ์ใช้ชื่อโดยไม่มีสิทธิโทษปรับปรับรายวัน
มาตรา 155หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษสมาชิกสมาคมที่ไม่จดทะเบียน
สมาชิกของสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานที่รู้ว่ายังไม่จดทะเบียน มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ส่วนผู้ดำเนินการสมาคม/สหภาพที่ยังไม่จดทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สมาชิกสมาคมนายจ้างสหภาพแรงงานไม่จดทะเบียนโทษปรับ
มาตรา 156หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษขัดขวางผู้ชำระบัญชีหลังเลิกสมาคม
กรรมการหรืออนุกรรมการของสมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน หรือสหพันธ์ที่เลิกแล้วตามกฎหมาย หากขัดขวางการดำเนินการของผู้ชำระบัญชี มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขัดขวางชำระบัญชีกรรมการสมาคมนายจ้างสหภาพแรงงาน
มาตรา 157หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษดำเนินกิจการสมาคมที่เลิกแล้ว
ผู้ที่ยังคงดำเนินกิจการของสมาคมนายจ้าง สหภาพแรงงาน หรือสหพันธ์ที่เลิกไปแล้วตามพระราชบัญญัตินี้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดำเนินกิจการเลิกสมาคมนายจ้างสหภาพแรงงานสหพันธ์
มาตรา 158หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษนายจ้างฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ
กำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
นายจ้างฝ่าฝืนโทษบทกำหนดโทษ
มาตรา 159หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
โทษบุคคลฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ
กำหนดโทษสำหรับบุคคลทั่วไปที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์
ฝ่าฝืนโทษบทลงโทษบทกำหนดโทษ
มาตรา 160หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
บทเฉพาะกาลคดีก่อนบังคับใช้กฎหมาย
คดีและข้อพิพาทแรงงานที่เกิดขึ้นหรือยังไม่ถึงที่สุดก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามประกาศกระทรวงมหาดไทยตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ จนกว่าจะถึงที่สุด
บทเฉพาะกาลข้อพิพาทแรงงานประกาศกระทรวงมหาดไทยคณะปฏิวัติคดีค้างพิจารณา
มาตรา 161หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
รับรองสมาคมนายจ้างและสหภาพแรงงานเดิม
สมาคมนายจ้างและสมาคมลูกจ้างที่จดทะเบียนตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ ให้ถือว่าเป็นสมาคมนายจ้างและสหภาพแรงงานตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ต้องจดทะเบียนใหม่
สมาคมนายจ้างสมาคมลูกจ้างสหภาพแรงงานบทเฉพาะกาลรับรองสถานะ
มาตรา 162หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
รับรองคำขอจัดตั้งสมาคมที่ยื่นไว้แล้ว
คำขอจัดตั้งสมาคมนายจ้างหรือสมาคมลูกจ้างที่ยื่นไว้แล้วตามกฎหมายเดิม ให้ถือว่าเป็นคำขอตามพระราชบัญญัตินี้โดยไม่ต้องยื่นใหม่
คำขอจัดตั้งสมาคมนายจ้างสมาคมลูกจ้างบทเฉพาะกาล
มาตรา 163หมวด 7 — บทกำหนดโทษ
ศาลยุติธรรมทำหน้าที่แทนศาลแรงงาน
ก่อนที่จะมีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแรงงานใช้บังคับ ให้ศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับศาลแรงงานในคดีแรงงาน
ศาลแรงงานศาลยุติธรรมบทเฉพาะกาลอำนาจหน้าที่
มาตรา 17ทวิหมวด 1 — ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
มาตรา 17ทวิ
ผู้ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษานายจ้างหรือ ที่ปรึกษาลูกจ้าง ตามมาตรา ๑๗ ให้มีระยะเวลาในการเป็นที่ปรึกษามีกำหนดสอง…
ข้อพิพาทจดทะเบียนนายจ้างลูกจ้างสหภาพแรงงานเลิกจ้างแรงงานสัมพันธ์ไกล่เกลี่ย
มาตรา 120ทวิหมวด 7 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
มาตรา 120ทวิ
กรรมการสมาคมนายจ้าง สหพันธ์นายจ้าง และสภาองค์การนายจ้างซึ่งนายทะเบียนสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการ กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้…
ข้อพิพาททะเบียนนายจ้างลูกจ้างสหภาพแรงงานเลิกจ้างแรงงานสัมพันธ์ไกล่เกลี่ย
มาตรา 120ตรีหมวด 7 — สหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงาน
มาตรา 120ตรี
สหพันธ์แรงงานตามกฎหมายว่าด้วยแรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์อาจเข้าเป็นสมาชิกสภาองค์การลูกจ้างได้ หมวด ๙ การกระทำอันไม่เป็นธรรม
ข้อพิพาทนายจ้างลูกจ้างสหภาพแรงงานเลิกจ้างแรงงานสัมพันธ์ไกล่เกลี่ย
มาตรา 129ทวิหมวด 9 — บทกำหนดโทษ
มาตรา 129ทวิ
ผู้ใดกระทำตนเป็นที่ปรึกษานายจ้าง หรือ ที่ปรึกษาลูกจ้างโดยไม่ได้รับการจดทะเบียนตามมาตรา ๑๗ วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี…
ข้อพิพาทจดทะเบียนจำคุกนายจ้างปรับลูกจ้างสหภาพแรงงานเลิกจ้างแรงงานสัมพันธ์ไกล่เกลี่ย
มาตรา 157ทวิหมวด 9 — บทกำหนดโทษ
มาตรา 157ทวิ
ผู้ใดดำเนินการสภาองค์การนายจ้างหรือสภา องค์การลูกจ้าง หรือใช้ชื่อซึ่งมีอักษรไทยประกอบว่า “สภาองค์การ นายจ้าง” หรือ “สภาองค์การลูกจ้าง”…
ข้อพิพาทจำคุกนายจ้างปรับลูกจ้างสหภาพแรงงานเลิกจ้างแรงงานสัมพันธ์ไกล่เกลี่ย
มาตรา 8 (ศาลแรงงาน)หมวด 1 — ศาลแรงงาน
เขตอำนาจศาลแรงงาน — คดีแรงงาน ฟ้องได้ที่ศาลแรงงาน
ศาลแรงงาน: พิจารณาคดีแรงงานทุกประเภท (สัญญาจ้าง/คุ้มครองแรงงาน/แรงงานสัมพันธ์/ประกันสังคม)
ศาลแรงงานเขตอำนาจคดีแรงงาน
มาตรา 31 (ศาลแรงงาน)หมวด 3 — วิธีพิจารณาคดีแรงงาน
ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล — ลูกจ้างฟ้องฟรี
ฟ้องฟรี: คดีแรงงานไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมศาล ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง ≠ คดีแพ่ง (ต้องจ่าย)
ไม่เสียค่าธรรมเนียมฟ้องฟรีศาลแรงงาน
มาตรา 33 (ศาลแรงงาน)หมวด 3 — วิธีพิจารณาคดีแรงงาน
ฟ้องด้วยวาจาได้ — ไม่ต้องมีทนาย ศาลจดให้
ฟ้องด้วยวาจา: ลูกจ้างไม่ต้องเขียนคำฟ้อง ไม่ต้องจ้างทนาย ฟ้องปากเปล่าต่อศาลได้ เจ้าหน้าที่จดให้
ฟ้องด้วยวาจาไม่ต้องมีทนายจดบันทึก
มาตรา 39 (ศาลแรงงาน)หมวด 3 — วิธีพิจารณาคดีแรงงาน
ศาลไกล่เกลี่ยก่อน — ต้องพยายามให้ตกลงกันก่อนพิจารณา
ไกล่เกลี่ย: ศาลแรงงานต้องไกล่เกลี่ยก่อนทุกคดี ตกลง→พิพากษาตามยอม ไม่ตกลง→พิจารณาต่อ
ไกล่เกลี่ยตกลงพิพากษาตามยอม
มาตรา 49 (ศาลแรงงาน)หมวด 3 — วิธีพิจารณาคดีแรงงาน
ศาลสั่งจ่ายมากกว่าฟ้องได้ — อำนาจพิเศษศาลแรงงาน
อำนาจพิเศษ: ศาลแรงงานสั่งจ่ายเกินคำขอได้ (≠ ศาลแพ่งทั่วไปที่ห้ามพิพากษาเกินคำขอ ม.142 วิ.แพ่ง)
พิพากษาเกินคำขออำนาจพิเศษศาลแรงงาน
มาตรา 54 (ศาลแรงงาน)หมวด 4 — อุทธรณ์
อุทธรณ์คดีแรงงาน — ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง
อุทธรณ์แรงงาน: อุทธรณ์ตรงไปศาลฎีกา (ข้ามศาลอุทธรณ์) เฉพาะข้อกฎหมายเท่านั้น 15 วัน
อุทธรณ์ข้อกฎหมายศาลฎีกา