มาตรา 1หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
บทนิยาม — คำจำกัดความในประมวลกฎหมายอาญา
นิยามคำสำคัญ 19 คำในประมวลกฎหมายอาญา ได้แก่ โดยทุจริต ทางสาธารณะ สาธารณสถาน เคหสถาน อาวุธ ใช้กำลังประทุษร้าย เอกสาร เอกสารราชการ เอกสารสิทธิ ลายมือชื่อ กลางคืน คุมขัง ค่าไถ่ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หนังสือเดินทาง เจ้าพนักงาน สื่อลามกอนาจารเด็ก กระทำชำเรา คุกคามทางเพศ
บทนิยามโดยทุจริตเอกสารเจ้าพนักงานอาวุธเคหสถานกลางคืนค่าไถ่กระทำชำเราคุกคามทางเพศ
มาตรา 2หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
กฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลัง — ไม่มีกฎหมาย ไม่มีความผิด
หลักไม่มีผลย้อนหลัง: ไม่มีกฎหมาย=ไม่มีความผิด=ไม่มีโทษ กฎหมายใหม่ยกเลิกความผิด=พ้นผิดทันที
ไม่มีผลย้อนหลังไม่มีกฎหมายพ้นผิด
มาตรา 3หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
กฎหมายที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด
บัญญัติให้ใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดเมื่อกฎหมายเปลี่ยนแปลง หากกฎหมายใหม่ยกเลิกความผิด ผู้กระทำพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิดหรือสิ้นสุดการลงโทษ
กฎหมายที่เป็นคุณlex mitiorยกเลิกความผิดการใช้กฎหมายย้อนหลังพ้นโทษ
มาตรา 4หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
ความผิดในราชอาณาจักร — ทำผิดในไทย ต้องรับโทษตามกฎหมายไทย
ทำผิดในไทย: ต้องรับโทษตามกฎหมายไทย รวมถึงเรือไทย/อากาศยานไทยทุกที่ในโลก
ราชอาณาจักรเรือไทยอากาศยาน
มาตรา 5หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
ความผิดที่กระทำบางส่วนในราชอาณาจักร
ขยายเขตอำนาจของกฎหมายไทยให้ครอบคลุมความผิดที่กระทำบางส่วนหรือมีผลเกิดขึ้นในราชอาณาจักร แม้จะเริ่มกระทำนอกราชอาณาจักรก็ตาม
เขตอำนาจศาลสถานที่กระทำความผิดผลแห่งการกระทำราชอาณาจักร
มาตรา 6หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
ความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย
เรือไทยและอากาศยานไทยถือเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร ความผิดที่เกิดขึ้นในเรือหรืออากาศยานไทยไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ต้องรับผิดตามกฎหมายไทย
เรือไทยอากาศยานไทยเขตอำนาจดินแดนไทย
มาตรา 7หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
คนไทยทำผิดนอกราชอาณาจักร — บางฐานความผิดลงโทษได้
ผิดนอกราชอาณาจักร: ผิดได้แม้ทำนอกไทย เช่น ความมั่นคง/ปลอมเงิน/ปลอมบัตร/ค้ามนุษย์ ม.8=คนไทยทำผิดนอก
นอกราชอาณาจักรคนไทยปลอมเงิน
มาตรา 8หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
ความผิดนอกราชอาณาจักรโดยคนไทยหรือต่างด้าว
กำหนดให้คนไทยหรือคนต่างด้าวที่กระทำความผิดบางประเภทนอกราชอาณาจักรต้องรับโทษตามกฎหมายไทย หากมีการร้องขอให้ลงโทษโดยรัฐบาลต่างประเทศ ผู้เสียหาย หรือรัฐบาลไทย
ความผิดนอกราชอาณาจักรคนไทยคนต่างด้าวเขตอำนาจสากลร้องขอลงโทษ
มาตรา 9หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
ห้ามลงโทษซ้ำ — ถูกลงโทษในต่างประเทศแล้ว ศาลไทยลดโทษ/ไม่ลงโทษ
ห้ามลงโทษซ้ำ: รับโทษต่างประเทศแล้ว→ศาลไทยลดโทษ/ไม่ลงโทษได้ (Ne Bis In Idem)
ลงโทษซ้ำต่างประเทศลดโทษ
มาตรา 10หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
ห้ามส่งบุคคลสัญชาติไทยข้ามแดน
บัญญัติห้ามเด็ดขาดมิให้ส่งผู้มีสัญชาติไทยให้แก่รัฐบาลต่างประเทศเพื่อดำเนินคดีหรือลงโทษ
ส่งข้ามแดนสัญชาติไทยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนห้ามส่งตัว
มาตรา 11หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
กฎหมายอาญาใช้เท่าเทียมกัน — ไม่มีข้อยกเว้น
ใช้เท่าเทียม: กฎหมายอาญาใช้กับทุกคนเท่ากัน ไม่มีข้อยกเว้นตามฐานะ/ตำแหน่ง
เท่าเทียมไม่มีข้อยกเว้น
มาตรา 12หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
มาตรา 12 — วิธีการเพื่อความปลอดภัยจะใช้บังคับแก่บุค
วิธีการเพื่อความปลอดภัยจะใช้บังคับแก่บุคคลใดได้ก็ต่อเมื่อ มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้ใช้บังคับได้เท่านั้น และกฎหมายที่จะใช้บังคับนั้น...
วิธีการเพื่อความปลอดภัยกักกัน
มาตรา 13หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
มาตรา 13 — ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายห
ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังได้มีการ ยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยใด และถ้าผู้ใดถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย...
วิธีการเพื่อความปลอดภัยยกเลิก
มาตรา 14หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
มาตรา 14 — ในกรณีที่มีผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อคว
ในกรณีที่มีผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยใดอยู่ และ ได้มีบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่จะสั่ง...
วิธีการเพื่อความปลอดภัยกฎหมาย
มาตรา 15หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
ความผิดที่กระทำนอกราชอาณาจักร — คนไทยทำผิดในต่างประเทศ
ผิดนอกราชอาณาจักร: คนไทยทำผิดต่างประเทศ+รับโทษแล้ว → ศาลลดโทษ/ไม่ลงโทษได้ ป้องกันลงโทษซ้ำ
นอกราชอาณาจักรต่างประเทศลดโทษ
มาตรา 16หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
กฎหมายอาญาที่ใช้เฉพาะท้องถิ่น — ใช้ได้เฉพาะในท้องถิ่นนั้น
กฎหมายเฉพาะท้องถิ่น: ใช้เฉพาะในท้องถิ่น แม้ยกเลิกก็ยังใช้กับผู้ทำผิดก่อนยกเลิก
ท้องถิ่นเฉพาะยกเลิก
มาตรา 17หมวด 1 — การใช้กฎหมายอาญา
กฎหมายอาญาที่ใช้เฉพาะกาล — มีกำหนดเวลาใช้
ภาค 1 ใช้กับกฎหมายอื่น: หลักทั่วไป ป.อ. ภาค 1 ใช้กับความผิดตาม พ.ร.บ. อื่นด้วย ยกเว้นกฎหมายนั้นกำหนดไว้เป็นอื่น
ภาค 1กฎหมายอื่นหลักทั่วไป
มาตรา 18หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ประเภทโทษทางอาญาห้าประการ
กำหนดประเภทโทษทางอาญาห้าประการ และห้ามใช้โทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตกับผู้กระทำผิดที่อายุต่ำกว่าสิบแปดปีโดยให้ใช้จำคุกห้าสิบปีแทน
ประหารชีวิตจำคุกกักขังปรับริบทรัพย์สินผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 18 ปี
มาตรา 19หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
โทษประหารชีวิต — ฉีดยาให้ตาย
ประหารชีวิต: วิธีฉีดยาให้ตาย (เปลี่ยนจากยิงเป้าเป็นฉีดยา ตั้งแต่ พ.ศ. 2546)
ประหารชีวิตฉีดยาโทษประหาร
มาตรา 20หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
การลดโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต
กำหนดวิธีการลดโทษประหารชีวิตและโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยการลดโทษประหารชีวิตให้เป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี และลดโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุกไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี
ลดโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตจำคุก 25 ปีขั้นต่ำโทษ
มาตรา 21หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 21 — ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำ
ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวม คำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็นหนึ่งวันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที...
จำคุกคำนวณระยะเวลา
มาตรา 22หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 22 — โทษจำคุก ให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้
โทษจำคุก ให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำ พิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุก ตา...
จำคุกวันมีคำพิพากษาคุมขัง
มาตรา 23หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 23 — ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดี
ผู้ใดกระทำความผิดซึ่งมีโทษจำคุก และในคดีนั้นศาลจะ ลงโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้นได้รับโทษจำคุกมาก่อน หรือปรากฏว่า...
จำคุกกักขังแทนปรับแทน
มาตรา 24หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 24 — ผู้ใดต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขังซึ่ง
ผู้ใดต้องโทษกักขัง ให้กักตัวไว้ในสถานที่กักขังซึ่งกำหนดไว้ อันมิใช่เรือนจำ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ควบคุมผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวน ถ...
กักขังความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาเจ้าพนักงานโทษ
มาตรา 25หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 25 — ผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่ซึ่งกำหนด จะได้
ผู้ต้องโทษกักขังในสถานที่ซึ่งกำหนด จะได้รับการเลี้ยงดูจาก สถานที่นั้น แต่ภายใต้ข้อบังคับของสถานที่ผู้ต้องโทษกักขังมีสิทธิที่จะรับอ...
กักขังเลี้ยงดู
มาตรา 26หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 26 — ถ้าผู้ต้องโทษกักขังถูกกักขังในที่อาศัยขอ
ถ้าผู้ต้องโทษกักขังถูกกักขังในที่อาศัยของผู้นั้นเอง หรือของ ผู้อื่นที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ ผู้ต้องโทษกักขังนั้นมีสิทธิที่จะดำเนินกา...
กักขังบ้านที่อาศัย
มาตรา 27หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 27 — ถ้าในระหว่างที่ผู้ต้องโทษกักขังตามมาตรา ๒๓ ได้รับโ
ถ้าในระหว่างที่ผู้ต้องโทษกักขังตามมาตรา ๒๓ ได้รับโทษ กักขังอยู่ความปรากฏแก่ศาลเอง หรือปรากฏแก่ศาลตามคำแถลงของพนักงานอัยการหรือ ผู้...
กักขังความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 28หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 28 — ผู้ใดต้องโทษปรับ ผู้นั้นจะต้องชำระเงินตา
ผู้ใดต้องโทษปรับ ผู้นั้นจะต้องชำระเงินตามจำนวนที่กำหนด ไว้ในคำพิพากษาต่อศาล
ปรับชำระคำพิพากษา
มาตรา 29หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
โทษจำคุกและกำหนดเวลาสูงสุด
กำหนดสถานที่รับโทษจำคุกในเรือนจำ กำหนดขอบเขตโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งวันถึงห้าสิบปี และจำกัดให้โทษจำคุกรวมกันไม่เกินห้าสิบปี
จำคุกเรือนจำห้าสิบปีกำหนดเวลารวมโทษ
มาตรา 29/1หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 29/1 — ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด เว
ในกรณีที่ผู้ต้องโทษปรับไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนด เวลาตามมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินหรือ อายัด...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาเจ้าพนักงานโทษ
มาตรา 30หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
กักขังแทนค่าปรับและอัตราการแปลง
กำหนดกระบวนการเมื่อผู้ต้องโทษปรับไม่ชำระค่าปรับ ให้ยึดทรัพย์สินก่อน หากไม่มีให้กักขังแทนในอัตรา 500 บาทต่อวัน สูงสุดไม่เกินหนึ่งปี (หรือสองปีสำหรับค่าปรับตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป)
กักขังแทนค่าปรับค่าปรับยึดทรัพย์500 บาทต่อวันไม่เกินสองปี
มาตรา 30/1หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 30/1 — ในกรณีที่ศาลพิพากษาปรับ ผู้ต้องโทษปรับซึ่งมิใช่ นิ
ในกรณีที่ศาลพิพากษาปรับ ผู้ต้องโทษปรับซึ่งมิใช่ นิติบุคคลและไม่มีเงินชำระค่าปรับอาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดีเพื่อขอทำงา...
ความผิดจำคุกฎีกาประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 30/2หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 30/2 — ถ้าภายหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตตามมาตรา ๓๐/๑ แล้ว ความ
ถ้าภายหลังศาลมีคำสั่งอนุญาตตามมาตรา ๓๐/๑ แล้ว ความปรากฏแก่ศาลเองหรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่าผู้ต้อง โทษปรับมีเ...
กักขังความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาเจ้าพนักงานโทษ
มาตรา 30/3หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 30/3 — คำสั่งศาลตามมาตรา ๓๐/๑ และมาตรา ๓๐/๒ ให้เป็น ที่สุ
คำสั่งศาลตามมาตรา ๓๐/๑ และมาตรา ๓๐/๒ ให้เป็น ที่สุด
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 31หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 31 — ในกรณีที่ศาลจะพิพากษาให้ปรับผู้กระทำความผิดหลายคน
ในกรณีที่ศาลจะพิพากษาให้ปรับผู้กระทำความผิดหลายคน ในความผิดอันเดียวกัน ในกรณีเดียวกันให้ศาลลงโทษปรับเรียงตามรายตัวบุคคล
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 32หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 32 — ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้
ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็น ความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตาม...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับริบเจตนาโทษ
มาตรา 33หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ริบทรัพย์สิน — ของกลางที่ใช้/ได้มาจากความผิด
ริบทรัพย์: ของที่ใช้ทำผิด (อาวุธ/ยานพาหนะ) + ของที่ได้จากความผิด (เงิน/ยาเสพติด) ของคนอื่นที่ไม่รู้เห็น→ไม่ริบ
ริบทรัพย์สินของกลางใช้ทำผิด
มาตรา 34หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ริบทรัพย์สิน — ศาลมีคำสั่งริบ ≤ 5 ปีหลังกระทำผิด
ริบทรัพย์ไม่ต้องมีผู้ถูกลงโทษ: จำเลยหนี/ตาย→ศาลริบของกลางได้ เช่น ยาเสพติดที่ยึดไว้
ริบทรัพย์ไม่มีผู้ถูกลงโทษของกลาง
มาตรา 35หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ทรัพย์สินที่ริบตกเป็นของแผ่นดิน
เมื่อศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สิน ทรัพย์นั้นตกเป็นสิทธิของแผ่นดินทันที และศาลอาจสั่งทำลายทรัพย์สินที่ไม่คุ้มค่าการเก็บรักษาได้
ริบทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินทำลายทรัพย์คำสั่งริบ
มาตรา 36หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
โทษริบทรัพย์สิน
ริบทรัพย์สิน: ของที่ใช้ทำผิด + ของที่ได้มาจากความผิด ศาลสั่งริบได้ เช่น อาวุธที่ใช้ทำร้าย เงินที่ได้จากค้ายา รถที่ใช้ขนยาเสพติด
ริบทรัพย์สินของกลางใช้ทำผิดได้มาจากความผิด
มาตรา 37หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ริบทรัพย์สินที่ต้องริบเสมอ — ยาเสพติด อาวุธผิดกฎหมาย
ริบเสมอ: ของผิดกฎหมาย (ยาเสพติด/อาวุธเถื่อน/ของปลอม) ริบไม่ว่าเจ้าของเป็นใคร ≠ ม.33 (ต้องมีผู้ถูกลงโทษ)
ริบเสมอยาเสพติดอาวุธผิดกฎหมาย
มาตรา 38หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
เจ้าของแท้จริงร้องขอรับทรัพย์ที่ริบคืน
เจ้าของแท้จริงของทรัพย์สินที่ถูกริบซึ่งไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด มีสิทธิร้องขอรับทรัพย์คืนได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งริบ
เจ้าของแท้จริงร้องขอรับทรัพย์คืนริบทรัพย์สินหนึ่งปีไม่รู้เห็นเป็นใจ
มาตรา 39หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
วิธีการเพื่อความปลอดภัย 5 ประเภท — กักกัน ห้ามเข้าเขต คุมตัว
วิธีการเพื่อความปลอดภัย ≠ โทษ: ไม่ใช่การลงโทษ แต่คุ้มครองสังคม 5 วิธี (กักกัน/ห้ามเข้าเขต/ทัณฑ์บน/คุมรักษา/ห้ามอาชีพ)
วิธีการเพื่อความปลอดภัยกักกันทัณฑ์บน
มาตรา 40หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
กักกันผู้กระทำผิดซ้ำหลายครั้ง
ศาลอาจสั่งกักกันผู้ที่เคยถูกลงโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้งและกระทำผิดซ้ำภายในห้าปี โดยกักกันได้ไม่เกินสิบปีนับแต่วันพ้นโทษ
กักกันผู้กระทำผิดซ้ำสิบปีวิธีการเพื่อความปลอดภัยห้าปี
มาตรา 41หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ห้ามเข้าเขตกำหนด — ห้ามเข้าท้องที่ ≤ 5 ปี
ห้ามเข้าเขต: ศาลสั่งห้ามเข้าพื้นที่กำหนด ≤5 ปีหลังพ้นโทษ เช่น ห้ามเข้าใกล้บ้านผู้เสียหาย
ห้ามเข้าเขต5 ปีพ้นโทษ
มาตรา 42หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ห้ามประกอบอาชีพหรือกิจการบางอย่าง
ศาลอาจสั่งห้ามมิให้ผู้กระทำผิดประกอบอาชีพหรือกิจการที่เปิดโอกาสให้กระทำผิดซ้ำ โดยกำหนดระยะเวลาห้ามได้ไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ
ห้ามประกอบอาชีพห้ามประกอบกิจการวิธีการเพื่อความปลอดภัยห้าปีพ้นโทษ
มาตรา 43หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
คุมตัวในสถานพยาบาล กรณีจิตบกพร่อง
ศาลอาจสั่งให้คุมตัวผู้กระทำผิดที่มีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือนไว้ในสถานพยาบาล โดยระยะเวลาคุมตัวต้องไม่เกินกำหนดโทษตามคำพิพากษา
จิตบกพร่องโรคจิตจิตฟั่นเฟือนสถานพยาบาลคุมตัววิธีการเพื่อความปลอดภัย
มาตรา 44หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ส่งบำบัดรักษา กรณีติดยาเสพติด
ศาลอาจสั่งให้ส่งผู้กระทำผิดที่ติดยาเสพติดให้โทษไปรับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลแทน โดยระยะเวลาต้องไม่เกินกำหนดโทษตามคำพิพากษา
ติดยาเสพติดบำบัดรักษาสถานพยาบาลวิธีการเพื่อความปลอดภัยยาเสพติดให้โทษ
มาตรา 45หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ทัณฑ์บนเพื่อความปลอดภัย
ศาลอาจสั่งให้ผู้กระทำผิดหรือผู้ที่มีเหตุควรเชื่อว่าจะก่อเหตุร้ายทำทัณฑ์บน กำหนดจำนวนเงินและระยะเวลาไม่เกินห้าปี
ทัณฑ์บนวิธีการเพื่อความปลอดภัยห้าปีภยันตรายก่อเหตุร้าย
มาตรา 46หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ห้ามเข้าเขตกำหนดหลังพ้นโทษ
ศาลอาจสั่งห้ามผู้กระทำผิดเข้าพื้นที่หรือเขตที่กำหนดหลังพ้นโทษ โดยกำหนดระยะเวลาได้ไม่เกินห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ
ห้ามเข้าเขตเขตกำหนดวิธีการเพื่อความปลอดภัยห้าปีพ้นโทษ
มาตรา 47หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
วิธีการเพื่อความปลอดภัย — ไม่ถือเป็นโทษ
ไม่ใช่โทษ: กักกัน/ห้ามเขต/ทัณฑ์บน/คุมตัว/ห้ามอาชีพ ≠ โทษ(จำคุก/ปรับ) สั่งได้แม้ไม่ต้องรับโทษ
ไม่ใช่โทษวิธีการเพื่อความปลอดภัยศาลสั่งได้
มาตรา 48หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
กฎหมายที่ใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย
วิธีการเพื่อความปลอดภัยใช้กฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ณ ขณะที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่ง ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิด
วิธีการเพื่อความปลอดภัยกฎหมายที่ใช้บังคับขณะพิพากษาไม่ย้อนหลัง
มาตรา 49หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
วิธีการเพื่อความปลอดภัย — ศาลเพิกถอนได้ทุกเมื่อ
เพิกถอนได้: ศาลเพิกถอนวิธีการฯ ได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่จำเป็นแล้ว เช่น ผู้ป่วยหายดีแล้ว→ปล่อย
เพิกถอนวิธีการเพื่อความปลอดภัยไม่จำเป็น
มาตรา 50หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
วิธีการเพื่อความปลอดภัย — ศาลแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้
แก้ไขวิธีการฯ: ศาลเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ เช่น เปลี่ยนจากกักกัน→ห้ามเขต หรือเพิ่ม/ลดระยะเวลา
แก้ไขวิธีการเพื่อความปลอดภัยเปลี่ยนแปลง
มาตรา 51หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
เพิ่มโทษ — กระทำผิดซ้ำภายใน 5 ปี (3 ปี สำหรับลหุโทษ)
เพิ่มโทษซ้ำ: ทำผิดซ้ำใน 5 ปี → เพิ่มกึ่งหนึ่ง (เช่น ศาลกำหนด 2 ปี → เพิ่มเป็น 3 ปี) ลหุโทษ=3 ปี
เพิ่มโทษกระทำผิดซ้ำกึ่งหนึ่ง
มาตรา 52หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
เพิ่มโทษกรณีกระทำผิดซ้ำลหุโทษ
ศาลอาจเพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งสำหรับผู้ที่กระทำความผิดลหุโทษซ้ำอีกครั้งภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด
เพิ่มโทษกระทำผิดซ้ำลหุโทษกึ่งหนึ่งหนึ่งปี
มาตรา 53หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
เหตุบรรเทาโทษและการลดโทษ
เมื่อมีเหตุบรรเทาโทษ ศาลมีดุลพินิจลดโทษลงจากที่กฎหมายกำหนดได้ โดยเหตุบรรเทาโทษได้แก่ ผู้เยาว์ ความเจ็บป่วย ความยากจน ให้ความร่วมมือ สำนึกผิด หรือเหตุอื่นทำนองเดียวกัน
เหตุบรรเทาโทษลดโทษดุลพินิจศาลผู้เยาว์สำนึกผิดร่วมมือ
มาตรา 54หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
รอการลงโทษ — ศาลรอกำหนดหรือรอลงโทษได้
ผู้กระทำผิดโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี ที่ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลอาจรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษไว้ไม่เกิน ๕ ปี โดยคำนึงถึงอายุ ประวัติ และเหตุอื่นอันควรปรานี
รอการลงโทษรอลงอาญาโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีปรานีคุมประพฤติ
มาตรา 55หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
เงื่อนไขคุมความประพฤติ — รายงานตัว บริการสังคม ชดใช้ค่าเสียหาย
เมื่อศาลสั่งรอการลงโทษ อาจกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติ ๖ ข้อ ได้แก่ รายงานตัว ทำงานอาชีพ ละเว้นสมาคมที่นำสู่ความผิด บำบัดรักษา บริการสังคมไม่เกิน ๒๔๐ ชั่วโมง และชดใช้ค่าเสียหาย
คุมความประพฤติเงื่อนไขรายงานตัวบริการสังคมชดใช้ค่าเสียหาย
มาตรา 56หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
รอการลงโทษ — รอลงอาญา
รอลงอาญา: โทษจำคุก ≤ 5 ปี + ไม่เคยติดคุกมาก่อน → ศาลรอลงโทษได้ ≤ 5 ปี ถ้าไม่ทำผิดอีกในระหว่างรอ → พ้นโทษ ทำผิดอีก → บวกโทษ (ม.90)
รอลงอาญารอการลงโทษ5 ปีไม่เคยติดคุกบวกโทษ
มาตรา 57หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
เพิกถอนการรอลงโทษ — กระทำผิดซ้ำระหว่างรอ
ผู้ที่ถูกรอการลงโทษแล้วยังกระทำผิดซ้ำในระหว่างเวลาที่กำหนด ศาลให้เพิกถอนการรอลงโทษและบวกโทษเดิมกับโทษใหม่ หากความผิดใหม่มีโทษสูงไม่เกิน ๕ ปี อยู่ในดุลพินิจของศาล
เพิกถอนรอลงโทษทำผิดซ้ำบวกโทษดุลพินิจ
มาตรา 58หมวด 2 — โทษและวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ลดมาตราส่วนโทษ — ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต ลดลงมาได้
เมื่อจะลดมาตราส่วนโทษ โทษประหารชีวิตลดเป็นจำคุกตลอดชีวิตหรือห้าสิบปี โทษจำคุกตลอดชีวิตลดเป็นห้าสิบปีแล้วลดตามส่วน โทษมีกำหนดเวลาลดจากขั้นสูงลงมาตามสัดส่วน
ลดมาตราส่วนโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตห้าสิบปีลดโทษ
มาตรา 59หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
การกระทำโดยเจตนา
ความรับผิดทางอาญาต้องมี "เจตนา" — กระทำโดยรู้ตัวและประสงค์ให้เกิดผล หรือเล็งเห็นว่าผลจะเกิดขึ้น หากไม่มีเจตนาจะไม่ผิดอาญา เว้นแต่กฎหมายกำหนดให้รับผิดแม้ประมาทหรือไม่มีเจตนา
เจตนาความรับผิดทางอาญาประสงค์ต่อผลเล็งเห็นผลประมาท
มาตรา 60หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
กระทำโดยพลาด — เจตนาทำร้าย ก. แต่ถูก ข. ผิดเหมือนเจตนาทำร้าย ข.
กระทำโดยพลาด: เจตนาทำ ก. แต่ถูก ข. → ผิดเหมือนเจตนาทำ ข. แต่โทษไม่หนักกว่าประมาท
กระทำโดยพลาดเจตนาผลพลาด
มาตรา 61หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
สำคัญผิดในตัวบุคคล — ผิดเหมือนเจตนาทำร้ายบุคคลที่ถูกกระทำ
สำคัญผิดในตัวบุคคล: เจตนาฆ่า ก. แต่ฆ่า ข. เพราะเข้าใจผิดว่าเป็น ก. → ผิดฐานเจตนาฆ่า ข.
สำคัญผิดตัวบุคคลเจตนา
มาตรา 62หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
สำคัญผิดในข้อเท็จจริง
สำคัญผิดในข้อเท็จจริง: เข้าใจผิดว่ามีเหตุที่ทำให้ไม่ผิด → ได้ประโยชน์จากความเข้าใจผิดนั้น เช่น คิดว่าถูกทำร้ายจึงป้องกัน แต่จริงๆ ไม่ได้ถูกทำร้าย
สำคัญผิดข้อเท็จจริงmistake of factยกเว้นโทษ
มาตรา 63หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
สำคัญผิดในตัวบุคคล — ยิงผิดตัว
สำคัญผิดในตัวบุคคล: ยิงผิดตัว (ตั้งใจยิง ก. แต่ไปถูก ข.) ถือว่ามีเจตนาฆ่า ข. ด้วย — "เจตนาโอน" ข้ามตัวบุคคล ออกสอบบ่อยมาก
สำคัญผิดตัวบุคคลยิงผิดตัวเจตนาโอน
มาตรา 64หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
สำคัญผิดในข้อเท็จจริง — ไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด
ไม่รู้กฎหมาย: ไม่พ้นผิด แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าไม่รู้จริง → ศาลลดโทษได้ ≠ ไม่รู้ข้อเท็จจริง (ม.62=ไม่เจตนา)
ไม่รู้กฎหมายลดโทษสำคัญผิด
มาตรา 65หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ผู้ใช้ให้กระทำความผิด
ผู้ใช้: จ้างวาน/ยุยง/บังคับให้ทำผิด → รับโทษเท่าตัวการ ถ้าคนถูกใช้ไม่ทำ → ผู้ใช้รับ 1/3
ผู้ใช้จ้างวานยุยงตัวการ1/3
มาตรา 66หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ความจำเป็น — ป้องกันภยันตรายที่ใกล้จะถึง ไม่ต้องรับโทษ
ผู้จำต้องกระทำเพื่อป้องกันภยันตรายที่ใกล้จะถึง ซึ่งตนมิได้ก่อขึ้นเอง และหลีกเลี่ยงวิธีอื่นไม่ได้ ถ้าไม่เกินสมควรแก่เหตุ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
ความจำเป็นภยันตรายไม่เกินสมควรไม่ต้องรับโทษหลีกเลี่ยงไม่ได้
มาตรา 67หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ตัวการ — ร่วมกระทำความผิด 2 คนขึ้นไป
ตัวการ: 2 คนขึ้นไปร่วมทำผิด ทุกคนรับโทษเท่ากัน ต้องมีเจตนาร่วม+ลงมือร่วม
ตัวการร่วมกระทำ2 คนเจตนาร่วม
มาตรา 68หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย (Self-defense)
ป้องกันตัว: ภยันตรายจากการละเมิดกฎหมาย+ใกล้จะถึง+พอสมควรแก่เหตุ = ไม่ผิด ออกสอบทุกปี
ป้องกันself-defenseภยันตรายพอสมควรแก่เหตุ
มาตรา 69หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ป้องกันเกินสมควร — ลดโทษ/ไม่ลงโทษ
ป้องกันเกินสมควร: ศาลลดโทษ ถ้าตกใจ/กลัว → ไม่ลงโทษก็ได้
ป้องกันเกินสมควรลดโทษตกใจกลัว
มาตรา 70หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ความจำเป็นสองกรณี — ถูกบังคับ หรือหนีภยันตราย ไม่ต้องรับโทษ
ผู้กระทำผิดด้วยความจำเป็น ๒ กรณี คือ ถูกบังคับจนขัดขืนไม่ได้ หรือหนีภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากไม่เกินสมควรแก่เหตุก็ไม่ต้องรับโทษ แต่หากเกินสมควรแก่เหตุศาลลดโทษได้
ความจำเป็นถูกบังคับภยันตรายไม่เกินสมควรลดโทษ
มาตรา 71หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
มาตรา 71 — ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ ถึงมาตรา ๓๓๖ วร
ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๓๔ ถึงมาตรา ๓๓๖ วรรคแรก และมาตรา ๓๔๑ ถึงมาตรา ๓๖๔ นั้น ถ้าเป็นการกระทำที่สามีกระทำต่อภริยา หรือภริ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับยอมความเจตนาโทษ
มาตรา 72หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
จำเป็น (Necessity)
จำเป็น: ทำผิดเพื่อหนีภัยที่ไม่ได้ก่อเอง + พอสมควร = ไม่ต้องรับโทษ ต่างจากป้องกัน (ม.68) ตรงที่ภัยไม่ใช่จากการละเมิดกฎหมาย
จำเป็นnecessityภยันตรายพ้นภัย
มาตรา 73หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
การกระทำความผิดด้วยความจำเป็น — เด็ก คนวิกลจริต
เด็ก 12-15 ปี ทำผิด: ไม่ต้องรับโทษ แต่ศาลดำเนินการได้ เช่น ว่ากล่าว มอบตัวให้ผู้ปกครอง ส่งสถานฝึก เด็ก < 12 ปี ไม่มีความผิดเลย (ม.73)
เด็ก12 ปี15 ปีไม่ต้องรับโทษสถานฝึก
มาตรา 74หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี — ไม่มีความผิดเลย
เด็ก < 12 ปี ทำผิด: ไม่ต้องรับโทษเลย ไม่ต้องดำเนินคดี ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก เด็ก 12-15 ปี → ม.73 ไม่ต้องรับโทษแต่ศาลดำเนินการได้
เด็ก12 ปีไม่ต้องรับโทษคุ้มครองเด็ก
มาตรา 75หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
เด็ก 15-18 ปี — ศาลลดโทษได้
เด็ก 15-18 ปี: ศาลลดโทษกึ่งหนึ่งได้ หรือใช้วิธีการสำหรับเด็กแทนลงโทษ (ส่งสถานฝึก มอบผู้ปกครอง) — ขึ้นศาลเยาวชน
เด็ก15-18 ปีลดโทษกึ่งหนึ่งศาลเยาวชน
มาตรา 76หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
เด็กอายุ < 12 ปี — ไม่ต้องรับโทษ
เด็ก <12 ปี: ไม่ต้องรับโทษเลย ส่งคุ้มครองเด็ก | 12-15 ปี: ไม่ต้องรับโทษแต่ใช้มาตรการพิเศษ (ม.73-74)
เด็ก12 ปีไม่ต้องรับโทษ
มาตรา 77หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
เด็กอายุ ๑๒–๑๕ ปี — ไม่รับโทษ แต่ศาลใช้มาตรการพิเศษได้
เด็กอายุกว่า ๑๒ ปีแต่ไม่เกิน ๑๕ ปีที่กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ศาลมีอำนาจตักเตือน มอบให้บิดามารดาดูแล หรือส่งไปสถานฝึกอบรม ตามที่เห็นสมควร
เด็ก 12-15 ปีไม่รับโทษตักเตือนสถานพินิจมาตรการพิเศษ
มาตรา 78หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
เหตุบรรเทาโทษ — ลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่ง
เหตุบรรเทาโทษ: ศาลลดโทษได้ไม่เกินกึ่งหนึ่ง เช่น สารภาพ รู้สึกผิด ช่วยเหลือผู้เสียหาย
บรรเทาโทษลดโทษกึ่งหนึ่งสารภาพ
มาตรา 79หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
มาตรา 79 — ในคดีที่มีโทษปรับสถานเดียว ถ้าผู้ที่ต้องหาว่ากระทำ
ในคดีที่มีโทษปรับสถานเดียว ถ้าผู้ที่ต้องหาว่ากระทำความ ผิด นำค่าปรับในอัตราอย่างสูงสำหรับความผิดนั้นมาชำระก่อนที่ศาลเริ่มต้นสืบพยา...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 80หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
พยายามกระทำความผิด (Attempt)
พยายาม: ลงมือแล้วแต่ไม่สำเร็จ → โทษ 2/3 เช่น พยายามฆ่า = 2/3 ของ 15-20 ปี
พยายามattemptลงมือ2/3
มาตรา 81หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
พยายามที่เป็นไปไม่ได้ — ลดโทษหรือไม่ลงโทษเลย
พยายามเป็นไปไม่ได้: ใช้ยาพิษแต่เป็นน้ำตาล/ยิงศพ → ลดโทษ/ไม่ลงโทษก็ได้ ≠ พยายามธรรมดา(ม.80)
พยายามเป็นไปไม่ได้ลดโทษวัตถุ
มาตรา 82หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
กลับใจระหว่างลงมือ — ป้องกันผลไม่ต้องรับโทษหรือลดโทษ
ผู้ที่ลงมือกระทำผิดแล้วกลับใจหยุดหรือพยายามป้องกันไม่ให้การกระทำนั้นบรรลุผล ศาลมีดุลพินิจลดโทษหรือไม่ลงโทษเลยก็ได้
กลับใจยับยั้งป้องกันผลลดโทษไม่ลงโทษ
มาตรา 83หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ตัวการร่วมกระทำความผิด
ถ้าหลายคนร่วมกันทำผิด ทุกคนเป็น "ตัวการร่วม" รับโทษเต็มเหมือนกันหมด ไม่ใช่แค่คนลงมือเพียงคนเดียว ใช้บ่อยในคดีที่มีผู้สมรู้ร่วมคิดหลายราย
ตัวการร่วมร่วมกันกระทำผู้สมรู้ร่วมคิดโทษเต็มหลายคนกระทำ
มาตรา 84หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ผู้ใช้ให้กระทำผิด — รับโทษเสมือนตัวการ
ผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดโดยใช้ บังคับ ขู่ จ้าง หรือยุยง ถือเป็นผู้ใช้ รับโทษเสมือนตัวการหากผู้ถูกใช้กระทำผิด แต่หากความผิดไม่เกิดขึ้นรับโทษเพียงหนึ่งในสาม
ผู้ใช้ตัวการยุยงจ้างหนึ่งในสาม
มาตรา 85หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ผู้ถูกใช้ไม่รู้ข้อเท็จจริง — ผู้ใช้เป็นผู้กระทำผิดโดยตรง
หากผู้ถูกใช้กระทำโดยไม่รู้ว่าเป็นความผิด หรือมีเหตุยกเว้นโทษ กฎหมายถือว่าผู้ใช้เป็นผู้กระทำความผิดโดยตรง ไม่ใช่แค่ผู้ใช้
ผู้ถูกใช้ไม่รู้ผู้ใช้กระทำผิดโดยตรงเหตุยกเว้นโทษ
มาตรา 85/1หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
มาตรา 85/1 — ถ้าผู้ถูกใช้ตามมาตรา ๘๔ หรือผู้กระทำตามคำโฆษณา หรื
ถ้าผู้ถูกใช้ตามมาตรา ๘๔ หรือผู้กระทำตามคำโฆษณา หรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิดตามมาตรา ๘๕ ได้ให้ข้อมูลสำคัญอัน เป็นการเปิด...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 86หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ผู้สนับสนุน — ช่วยเหลือ/ให้ความสะดวก
ผู้สนับสนุน: ช่วยเหลือ/ให้สะดวกก่อนหรือขณะทำผิด → โทษ 2/3 ต่างจากตัวการที่ไม่ได้ร่วมลงมือ
ผู้สนับสนุนช่วยเหลือ2/3aiding
มาตรา 87หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ตัวการ/ผู้ใช้/ผู้สนับสนุน — ต่างรับโทษตามที่ตนกระทำ
เหตุส่วนตัว: ไม่เกี่ยวกับคนอื่น (เช่น เด็ก/จำเป็น) | เหตุภายนอก: เกี่ยวกับทุกคน (เช่น สถานที่/เวลา)
เหตุส่วนตัวเหตุภายนอกตัวการ
มาตรา 88หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ผลที่หนักขึ้นโดยมิได้ตั้งใจ — รับผิดต่อเมื่อเล็งเห็นผลได้
ผู้กระทำผิดจะรับผิดต่อผลที่หนักขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออาจเล็งเห็นผลนั้นได้ล่วงหน้า หากไม่รู้หรือคาดหมายไม่ได้จะนำพฤติการณ์นั้นมาเพิ่มโทษไม่ได้
ผลหนักขึ้นเล็งเห็นผลคาดหมายเพิ่มโทษ
มาตรา 89หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ผู้สนับสนุน — รับโทษ 2/3 ของตัวการ
ผู้สนับสนุน: โทษ 2/3 ของตัวการ ≠ ผู้ใช้(ม.84=โทษเท่าตัวการ) เช่น ให้อาวุธ/เงิน/ที่ซ่อนตัว
ผู้สนับสนุน2/3ตัวการ
มาตรา 90หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
บวกโทษ — กรณีรอลงอาญาแล้วทำผิดอีก
รอลงอาญาแล้วทำผิดอีกในระหว่างรอ: ศาลบวกโทษเดิมที่รอไว้เข้ากับโทษใหม่ เช่น รอ 2 ปี + ทำผิดใหม่จำคุก 1 ปี = จำคุก 3 ปี
บวกโทษรอลงอาญาทำผิดอีกจำคุก
มาตรา 91หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
กระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท — ลงโทษบทหนักสุด
กรรมเดียวผิดหลายบท: ลงโทษบทหนักสุดบทเดียว เช่น ยิงปืนขู่ = ทำร้ายร่างกาย+พ.ร.บ.อาวุธปืน → ใช้บทที่โทษหนักกว่า ออกสอบทุกปี
กรรมเดียวหลายบทบทหนักสุดลงโทษ
มาตรา 92หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
เพิ่มโทษ — กระทำผิดซ้ำ (Recidivism)
กระทำผิดซ้ำ: พ้นโทษจำคุกยังไม่ถึง 5 ปี แล้วทำผิดจำคุกอีก → ศาลเพิ่มโทษ 1/3 ของโทษครั้งหลัง
เพิ่มโทษผิดซ้ำ5 ปี1/3recidivism
มาตรา 93หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
หลายกรรม — ลงโทษทุกกรรมรวมกัน
หลายกรรม: ลงโทษทุกกรรม รวมโทษจำคุกไม่เกิน 50 ปี เช่น ฆ่า 3 คน = 3 กระทง รวมจำคุกสูงสุด 50 ปี (ไม่ใช่ตลอดชีวิต 3 ครั้ง)
หลายกรรมกระทงรวมโทษ50 ปีลงโทษทุกกรรม
มาตรา 94หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ไม่เพิ่มโทษ — ถ้าผิดครั้งก่อนเป็นลหุโทษ หรือประมาท
ไม่เพิ่มโทษ: ลหุโทษหรือประมาท ไม่นับเป็นผิดซ้ำเพื่อเพิ่มโทษ (ม.92-93)
ไม่เพิ่มโทษลหุโทษประมาท
มาตรา 95หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
อายุความอาญา — 1/5/10/15/20 ปี ตามอัตราโทษ
อายุความอาญา: ประหาร/ตลอดชีวิต=20ปี | >7ปี=15ปี | >1-7ปี=10ปี | >1เดือน-1ปี=5ปี | ≤1เดือน=1ปี
อายุความอาญา20 ปี15 ปี10 ปี
มาตรา 96หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ศาลรอการกำหนดโทษ
รอการกำหนดโทษ: ศาลพิพากษาว่าผิดแต่ยังไม่กำหนดโทษ ต่างจากรอลงอาญา(ม.56)ที่กำหนดโทษแล้วแต่รอไว้
รอการกำหนดโทษไม่กำหนดโทษไม่เคยจำคุก
มาตรา 97หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ถอนฟ้องหรือคดีไม่มีมูล — อายุความไม่เคยสะดุดหยุดลง
เมื่อศาลมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลหรือโจทก์ถอนฟ้อง ถือว่าการฟ้องครั้งนั้นไม่เคยทำให้อายุความสะดุดหยุดลง อายุความยังคงเดินต่อไปเหมือนไม่มีการฟ้อง
อายุความสะดุดหยุดลงถอนฟ้องไม่มีมูล
มาตรา 98หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
อายุความล่วงเลยการลงโทษ — กำหนดเวลา ๕–๒๐ ปี
เมื่อศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วแต่ไม่ได้จัดการบังคับโทษภายในกำหนด ๕–๒๐ ปีตามความหนักเบาของโทษ ถือว่าล่วงเลยการลงโทษ ผู้ต้องคำพิพากษาพ้นจากโทษนั้น
อายุความล่วงเลยการลงโทษ20 ปี15 ปี10 ปี5 ปี
มาตรา 99หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
อายุความหยุดนับ — ระหว่างคดียังอยู่ในศาล
อายุความล่วงเลยการลงโทษตามมาตรา ๙๘ ไม่นับในระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล เริ่มนับใหม่หลังจากมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
อายุความหยุดนับระหว่างพิจารณาศาลคำพิพากษาถึงที่สุด
มาตรา 100หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
อายุความหยุดนับ — ระหว่างหลบหนีหรือถูกจำคุกในคดีอื่น
อายุความล่วงเลยการลงโทษหยุดนับในสองกรณี คือ ระหว่างที่ผู้ต้องโทษหลบหนี และระหว่างที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาในคดีอื่น
อายุความหยุดนับหลบหนีจำคุกคดีอื่นล่วงเลยการลงโทษ
มาตรา 101หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
พ้นโทษเมื่อล่วงเลยกำหนด — ตามมาตรา ๙๘
เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๘ แล้วยังบังคับโทษตามคำพิพากษาไม่ได้ ให้ถือว่าล่วงเลยการลงโทษ และผู้ต้องคำพิพากษาพ้นจากโทษนั้น
ล่วงเลยการลงโทษพ้นโทษคำพิพากษากำหนดเวลา
มาตรา 102หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ความผิดลหุโทษ — ไม่ลงโทษพยายาม ผู้สนับสนุน และตักเตือนแทนได้
ความผิดลหุโทษมีข้อยกเว้นพิเศษ ผู้พยายามกระทำและผู้สนับสนุนไม่ต้องรับโทษ และหากโทษสูงสุดเป็นเพียงปรับ ศาลอาจตักเตือนแทนการลงโทษได้
ลหุโทษพยายามผู้สนับสนุนตักเตือนไม่รับโทษ
มาตรา 103หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
มาตรา 103 — บทบัญญัติในลักษณะ ๑ ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดลหุโทษ
บทบัญญัติในลักษณะ ๑ ให้ใช้ในกรณีแห่งความผิดลหุโทษ ด้วย เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในสามมาตราต่อไปนี้
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 104หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
อายุความคดียอมความ — ต้องร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือน
ความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือนนับแต่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ มิฉะนั้นขาดอายุความ
อายุความยอมความ3 เดือนร้องทุกข์ขาดอายุความ
มาตรา 105หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
คดีอาญาแผ่นดิน — อัยการฟ้องได้โดยไม่ต้องมีคำร้องทุกข์
ความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ พนักงานอัยการฟ้องคดีได้เองโดยไม่ต้องรอคำร้องทุกข์จากผู้เสียหาย โดยอายุความเป็นไปตามมาตรา ๙๕
อาญาแผ่นดินอัยการไม่ต้องร้องทุกข์อายุความมาตรา 95
มาตรา 106หมวด 3 — ความรับผิดในทางอาญา
ล่วงเลยการลงโทษ — ผู้ต้องคำพิพากษาพ้นโทษ
เมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา ๙๘ แล้วยังไม่ได้บังคับโทษตามคำพิพากษา ถือว่าล่วงเลยการลงโทษแล้ว ผู้ต้องคำพิพากษาพ้นจากโทษในความผิดนั้น
ล่วงเลยการลงโทษพ้นโทษบังคับโทษคำพิพากษา
มาตรา 107หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์หรือพระราชินี
บัญญัติโทษผู้ปลงพระชนม์หรือทำร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี โทษสูงสุดคือประหารชีวิต และมีโทษสำหรับผู้เตรียมการและผู้สมคบด้วย
ปลงพระชนม์พระมหากษัตริย์พระราชินีประหารชีวิตเตรียมการสมคบความมั่นคง
มาตรา 108หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ปลงพระชนม์รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการ
กำหนดโทษประหารชีวิตแก่ผู้ปลงพระชนม์ พยายามปลงพระชนม์ หรือทำร้ายรัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ปลงพระชนม์ประทุษร้ายประหารชีวิต
มาตรา 109หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ทำร้ายรัชทายาทถึงสิ้นพระชนม์
บัญญัติโทษสำหรับการกระทำต่อรัชทายาทในระดับต่างกัน ตั้งแต่ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึงจำคุกสิบหกถึงยี่สิบปี
รัชทายาทปลงพระชนม์ทำร้ายสิ้นพระชนม์ประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 110หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ล้มล้างพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์
กำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตแก่ผู้กระทำการให้พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงไม่สามารถใช้อำนาจในพระราชสถานะได้ และมีโทษสำหรับผู้เตรียมการด้วย
พระมหากษัตริย์ล้มล้างพระราชอำนาจผู้สำเร็จราชการจำคุกตลอดชีวิตเตรียมการ
มาตรา 111หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
มาตรา 111 — ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๐๗
ผู้ใดเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๑๐ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 112หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ — ม.112
ม.112 หมิ่นสถาบัน: หมิ่นประมาท/ดูหมิ่น/อาฆาตมาดร้ายต่อกษัตริย์ ราชินี รัชทายาท ผู้สำเร็จราชการ — จำคุก 3-15 ปี ไม่ใช่ความผิดยอมความ
ม.112หมิ่นสถาบันหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ3-15 ปี
มาตรา 113หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
กบฏ — ล้มล้างรัฐธรรมนูญ/อำนาจอธิปไตย → ประหาร/จำคุกตลอดชีวิต
กบฏ: ใช้กำลังล้มล้างรัฐธรรมนูญ/อำนาจรัฐ/แบ่งแยกดินแดน → ประหาร/ตลอดชีวิต
กบฏล้มล้างรัฐธรรมนูญประหาร
มาตรา 114หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
สะสมกำลังพลอาวุธเพื่อเตรียมกบฏ
กำหนดโทษแก่ผู้สะสมกำลัง อาวุธ ทรัพย์สิน หรือรับการฝึกรบเพื่อเตรียมการก่อกบฏ โทษจำคุกไม่เกินสิบปี
สะสมกำลังพลอาวุธเตรียมกบฏฝึกรบความมั่นคงกบฏ
มาตรา 115หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
คบคิดต่างประเทศให้รุกรานราชอาณาจักร
บัญญัติโทษแก่ผู้สมคบกับต่างประเทศเพื่อก่อให้เกิดการรุกรานหรือความเป็นปฏิปักษ์ต่อราชอาณาจักรไทย โทษตั้งแต่จำคุกสามปีจนถึงประหารชีวิต
คบคิดต่างประเทศรุกรานราชอาณาจักรประหารชีวิตปฏิปักษ์
มาตรา 116หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ยุยงปลุกปั่นให้เปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลัง
กำหนดโทษแก่ผู้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือรัฐบาลโดยใช้กำลัง หรือก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร โทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
ยุยงปลุกปั่นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลกระด้างกระเดื่องความไม่สงบวาจาหนังสือความมั่นคง
มาตรา 117หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
สมคบและเตรียมการก่อกบฏ
บัญญัติโทษสำหรับผู้สมคบคิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปหรือเตรียมการเพื่อกระทำการกบฏตามมาตรา ๑๑๓ โดยแยกโทษตามพฤติการณ์
สมคบกบฏเตรียมการมาตรา113ความมั่นคงล้มล้างรัฐบาล
มาตรา 118หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ส่งความลับราชการให้ต่างประเทศ
กำหนดโทษแก่ผู้แสวงหาและส่งความลับของราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของรัฐไปยังต่างประเทศหรือใช้ในทางปฏิปักษ์ต่อรัฐ โทษจำคุกสามถึงสิบห้าปี
ความลับราชการต่างประเทศเอกสารลับปฏิปักษ์ความมั่นคงจารกรรม
มาตรา 119หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
คนไทยทำให้ราชอาณาจักรตกใต้อำนาจต่างชาติ
บัญญัติโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตแก่คนไทยที่กระทำการให้ราชอาณาจักรตกอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของต่างประเทศหรือทำให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสีย
คนไทยอำนาจอธิปไตยเอกราชต่างประเทศประหารชีวิตทรยศชาติ
มาตรา 120หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ล้วงความลับทางทหารส่งต่างประเทศ
กำหนดโทษแก่ผู้ล้วงความลับที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศเพื่อส่งต่างประเทศ โดยมีโทษหนักขึ้นเป็นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตในเวลาสงคราม
ความลับความปลอดภัยต่างประเทศสงครามประหารชีวิตจารกรรมทหาร
มาตรา 121หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ช่วยเหลือข้าศึกให้ได้ชัยชนะ
บัญญัติโทษจำคุกห้าปีถึงตลอดชีวิตแก่ผู้กระทำการใดๆ เพื่อช่วยข้าศึกให้ชนะในการรบหรือทำให้ราชอาณาจักรและกองทัพไทยเสียเปรียบ
ข้าศึกช่วยเหลือกองทัพชัยชนะราชอาณาจักรสงครามทรยศ
มาตรา 122หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ยุยงทหารตำรวจให้ทรยศหรือกบฏ
กำหนดโทษจำคุกไม่เกินห้าปีแก่ผู้ยุยงหรือเสี้ยมสอนทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐให้หนีราชการ ทรยศ หรือก่อกบฏ
ยุยงเสี้ยมสอนทหารตำรวจหนีราชการทรยศกบฏ
มาตรา 123หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ทำลายสาธารณสมบัติเพื่อก่อความวุ่นวาย
บัญญัติโทษจำคุกสามถึงสิบห้าปีแก่ผู้ทำลายหรือทำให้เสียหายซึ่งสาธารณสมบัติหรือสิ่งสาธารณประโยชน์ เพื่อก่อความวุ่นวายหรือคุกคามความมั่นคงของรัฐ
ทำลายสาธารณสมบัติความวุ่นวายความมั่นคงสาธารณประโยชน์
มาตรา 124หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ยุยงทหารให้หนีราชการหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่
กำหนดโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทแก่ผู้ยุยงทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัครทหารให้หนีราชการหรือละทิ้งหน้าที่
ยุยงทหารตำรวจอาสาสมัครหนีราชการไม่ปฏิบัติหน้าที่โฆษณาชวนเชื่อ
มาตรา 125หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ส่งเสบียงอาวุธให้ข้าศึก
บัญญัติโทษจำคุกห้าปีถึงตลอดชีวิตแก่ผู้ส่งเสบียงอาหาร อาวุธ หรือยุทธภัณฑ์ให้แก่ข้าศึก อันเป็นการช่วยเหลือศัตรูของชาติ
เสบียงอาวุธยุทธภัณฑ์ข้าศึกช่วยเหลือสงคราม
มาตรา 126หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ทำลายป้อมค่ายอาวุธทางทหาร
บัญญัติโทษแก่ผู้ทำลายสิ่งอุปกรณ์ทางทหาร เช่น ป้อม ค่าย อาวุธ เรือรบ อากาศยาน โดยโทษหนักขึ้นเป็นประหารชีวิตหรือตลอดชีวิตในเวลาสงคราม
ป้อมค่ายอาวุธเรือรบอากาศยานทหารสงครามทำลาย
มาตรา 127หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ทำลายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อช่วยข้าศึก
กำหนดโทษแก่ผู้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ เช่น ถนน สะพาน ทางรถไฟ การสื่อสาร เพื่อประโยชน์ของข้าศึก มีโทษหนักขึ้นในเวลาสงคราม
ถนนสะพานทางรถไฟสื่อสารข้าศึกโครงสร้างพื้นฐานสงคราม
มาตรา 128หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
รวบรวมกำลังพลหรือเป็นทหารข้าศึก
บัญญัติโทษแก่ผู้รวบรวมกำลังพลให้ข้าศึก และโทษหนักกว่าสำหรับคนไทยที่สมัครเป็นทหารข้าศึก ถึงขั้นประหารชีวิต
รวบรวมกำลังพลข้าศึกคนไทยทหารประหารชีวิตทรยศชาติ
มาตรา 129หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ทำร้ายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ
กำหนดโทษจำคุกห้าถึงสิบห้าปีแก่ผู้กระทำการอันเป็นอันตรายต่อทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ
ทหารตำรวจเจ้าหน้าที่ป้องกันประเทศทำร้ายปฏิบัติหน้าที่
มาตรา 130หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ดูหมิ่นรัฐต่างประเทศโดยกระทำต่อธงหรือเจ้าหน้าที่
ห้ามผู้ใดดูหมิ่นรัฐต่างประเทศโดยกระทำต่อธง เครื่องหมาย หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น โทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
ดูหมิ่นรัฐต่างประเทศธงต่างประเทศเครื่องหมายต่างประเทศเจ้าหน้าที่ต่างประเทศความมั่นคง
มาตรา 131หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
จารกรรมข้อมูลลับเพื่อส่งต่างประเทศ
ห้ามกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อความหรือเอกสารความลับเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศเพื่อส่งให้รัฐบาลต่างประเทศ โทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี
จารกรรมความลับของรัฐความปลอดภัยของประเทศส่งต่างประเทศเอกสารลับ
มาตรา 132หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ทำให้เสื่อมเสียธงหรือเครื่องหมายมิตรประเทศ
ห้ามผู้ใดทำให้เสื่อมเสียธงหรือเครื่องหมายของมิตรประเทศที่แสดงไว้เพื่อเป็นเกียรติยศ โทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
ธงมิตรประเทศเครื่องหมายมิตรประเทศเสื่อมเสียเกียรติยศความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
มาตรา 133หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ทำให้เสื่อมเสียธงชาติหรือเครื่องหมายรัฐ
ห้ามผู้ใดทำให้เสื่อมเสียธงชาติหรือเครื่องหมายอื่นที่มีความหมายถึงรัฐ โทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
ธงชาติเครื่องหมายรัฐเสื่อมเสียสัญลักษณ์ชาติ
มาตรา 134หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ดูหมิ่นผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศในราชอาณาจักร
ห้ามผู้ใดดูหมิ่นผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศที่ได้รับแต่งตั้งให้มาปฏิบัติงานในราชอาณาจักร โทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
ดูหมิ่นผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศทูตนักการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
มาตรา 135หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ประทุษร้ายต่อประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ
ห้ามผู้ใดประทุษร้ายต่อร่างกายหรือเสรีภาพของประมุขรัฐต่างประเทศที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือมาเยือนอย่างเป็นทางการ โทษจำคุกหนึ่งถึงเจ็ดปี
ประมุขรัฐต่างประเทศประทุษร้ายความปลอดภัยบุคคลสำคัญเยือนราชอาณาจักร
มาตรา 135/1หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ความผิดฐานก่อการร้าย
ผู้ใดกระทำความผิดอาญาโดยมุ่งขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลหรือสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน มีความผิดฐานก่อการร้าย โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
ก่อการร้ายขู่เข็ญรัฐบาลสร้างความหวาดกลัวก่อวินาศกรรมความมั่นคงแห่งรัฐ
มาตรา 135/2หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ให้หรือรับทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนการก่อการร้าย
ห้ามผู้ใดให้ จัดหา รวบรวม หรือรับทรัพย์สินหรือเงินโดยรู้ว่าจะนำไปใช้สนับสนุนการก่อการร้าย โทษจำคุกสองถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท
สนับสนุนการก่อการร้ายให้ทรัพย์สินก่อการร้ายระดมทุนก่อการร้ายการเงินก่อการร้าย
มาตรา 135/3หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ขู่ว่าจะก่อการร้ายโดยมีพฤติการณ์น่าเชื่อ
ห้ามผู้ใดขู่ว่าจะก่อการร้ายโดยมีพฤติการณ์ที่ควรเชื่อว่าจะกระทำจริง โทษจำคุกสองถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ขู่ก่อการร้ายขู่เข็ญก่อการร้ายภัยคุกคามก่อการร้าย
มาตรา 135/4หมวด 4 — ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
สมคบกันตั้งแต่สองคนเพื่อก่อการร้าย
ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อก่อการร้ายมีความผิด โทษจำคุกสองถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท
สมคบก่อการร้ายร่วมกันก่อการร้ายแผนก่อการร้ายองค์กรก่อการร้าย
มาตรา 136หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน — จำคุก ≤ 1 ปี หรือปรับ ≤ 20,000
ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน: ด่า/สบประมาทต่อหน้าขณะปฏิบัติหน้าที่ → จำคุก ≤ 1 ปี เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน
ดูหมิ่นเจ้าพนักงานตามหน้าที่
มาตรา 137หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
แจ้งความเท็จ (ป.อ.): แจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงาน — จำคุก ≤ 6 เดือน / ปรับ ≤ 10,000 ต่างจาก วิ.อาญา ม.157 (แจ้งเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาโดยเฉพาะ)
แจ้งความเท็จเจ้าพนักงานเท็จ6 เดือน
มาตรา 138หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่
ห้ามผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หากใช้กำลังประทุษร้ายโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี
ขัดขวางเจ้าพนักงานต่อสู้เจ้าพนักงานขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่กำลังประทุษร้ายต่อเจ้าพนักงาน
มาตรา 139หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
แจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าพนักงานเป็นเหตุให้เสียหาย
ห้ามผู้ใดแจ้งข้อความเท็จแก่เจ้าพนักงานอันอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย โทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
แจ้งความเท็จแจ้งข้อความเท็จเจ้าพนักงานข้อมูลเท็จ
มาตรา 140หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
ข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการมิชอบ
ห้ามผู้ใดบังคับหรือขู่เข็ญเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการมิชอบหรือละเว้นหน้าที่ โทษจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท
ข่มขืนใจเจ้าพนักงานบังคับเจ้าหน้าที่ขู่เข็ญเจ้าพนักงานปฏิบัติการมิชอบ
มาตรา 141หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
ถอนหรือทำลายตราหรือเครื่องหมายที่เจ้าพนักงานประทับ
ห้ามผู้ใดถอนหรือทำลายตราหรือเครื่องหมายที่เจ้าพนักงานประทับไว้เป็นหลักฐานในการยึดหรืออายัดสิ่งของ โทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ตราเจ้าพนักงานเครื่องหมายยึดทรัพย์ถอดตราประทับทำลายหลักฐาน
มาตรา 142หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
แจ้งเหตุเท็จต่อเจ้าพนักงานรักษาความสงบ
ห้ามผู้ใดแจ้งเหตุที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย โทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท
แจ้งเหตุเท็จแจ้งความเท็จแกล้งแจ้งความรักษาความสงบ
มาตรา 143หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เอาทรัพย์ที่ยึดหรืออายัดไปหรือทำลาย
ห้ามผู้ใดเคลื่อนย้าย ทำลาย หรือซ่อนทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานยึดหรืออายัดไว้ โทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ยักย้ายทรัพย์ยึดทรัพย์อายัดซ่อนทรัพย์ยึดทำลายทรัพย์ยึด
มาตรา 144หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
ให้สินบนเจ้าพนักงานหรือสมาชิกสภา
ห้ามผู้ใดให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานหรือสมาชิกสภาเพื่อจูงใจให้กระทำการมิชอบ โทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
สินบนให้สินบนจูงใจเจ้าพนักงานทุจริตคอร์รัปชัน
มาตรา 145หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีอำนาจ
ห้ามผู้ใดแสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการตามตำแหน่งโดยที่ตนไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีอำนาจ โทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่แอบอ้างเจ้าพนักงานเจ้าพนักงานปลอม
มาตรา 146หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
สั่งเจ้าพนักงานโดยไม่มีอำนาจหน้าที่
ห้ามผู้ไม่มีอำนาจสั่งเจ้าพนักงานโดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของผู้บังคับบัญชา โทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
สั่งเจ้าพนักงานอ้างคำสั่งผู้บังคับบัญชาไม่มีอำนาจสั่งแอบอ้างอำนาจ
มาตรา 147หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานยักยอกเงิน/ทรัพย์ราชการ — จำคุก 5-20 ปี / ตลอดชีวิต
ยักยอกทรัพย์ราชการ (ม.147): เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ → จำคุก 5-20 ปี / ตลอดชีวิต + ปรับ 100,000-400,000
ยักยอกทุจริตเจ้าพนักงานราชการ
มาตรา 148หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานใช้อำนาจมิชอบข่มขืนใจเรียกทรัพย์
เจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบบังคับหรือจูงใจให้บุคคลมอบทรัพย์สินมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ โทษจำคุกห้าถึงยี่สิบปีหรือตลอดชีวิตและปรับ
เจ้าพนักงานทุจริตกรรโชกทรัพย์ใช้อำนาจมิชอบเรียกรับสินบนข่มขืนใจ
มาตรา 149หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
รับสินบน — เจ้าพนักงานเรียก/รับ/ยอมจะรับทรัพย์สิน → จำคุก 5-20 ปี
รับสินบน (ม.149): เจ้าพนักงานเรียก/รับ/ยอมรับสินบน → จำคุก 5-20 ปี / ตลอดชีวิต / ประหาร ผิดทั้งชอบ+มิชอบหน้าที่
สินบนเจ้าพนักงานทุจริตประหาร
มาตรา 150หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานเรียกเก็บภาษีเกินอัตรากำหนด
เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียม เรียกเก็บเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเพื่อประโยชน์ตนหรือผู้อื่น มีโทษจำคุก 1–10 ปี และปรับ 20,000–200,000 บาท
เจ้าพนักงานภาษีอากรค่าธรรมเนียมเรียกเก็บเกินทุจริต
มาตรา 151หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
มาตรา 151 — ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรั
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษา ทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาเจ้าพนักงานโทษ
มาตรา 152หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ/ละเว้น — จำคุก 1-10 ปี
ปฏิบัติมิชอบ (ม.157 คู่กัน): จ.พง.ทำ/ไม่ทำหน้าที่โดยมิชอบ/ทุจริต → จำคุก 1-10 ปี ≠ ม.157(เจ้าพนักงาน)
ปฏิบัติมิชอบละเว้นทุจริต
มาตรา 153หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานทุจริตเรียกเก็บภาษีอากร
เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร กระทำการทุจริตโดยเรียกเก็บหรือรายงานเป็นเท็จ มีโทษหนักถึงจำคุกตลอดชีวิต
เจ้าพนักงานทุจริตภาษีอากรตรวจสอบเป็นเท็จจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 154หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานข่มขืนใจให้มอบทรัพย์สิน
เจ้าพนักงานใช้อำนาจตำแหน่งโดยมิชอบ บังคับหรือจูงใจให้บุคคลมอบทรัพย์สินหรือประโยชน์ มีโทษหนักถึงจำคุกตลอดชีวิต
เจ้าพนักงานข่มขืนใจจูงใจทรัพย์สินใช้อำนาจโดยมิชอบ
มาตรา 155หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานเปิดเผยความลับในราชการ
เจ้าพนักงานที่รู้หรือล่วงรู้ความลับราชการแล้วนำไปเปิดเผยในลักษณะที่อาจก่อความเสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
เจ้าพนักงานความลับราชการเปิดเผยเสียหาย
มาตรา 156หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานแสวงหาประโยชน์โดยอาศัยอำนาจ
เจ้าพนักงานที่อาศัยอำนาจในตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์ที่ตนไม่ควรได้รับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท
เจ้าพนักงานแสวงหาประโยชน์อำนาจในตำแหน่งมิควรได้
มาตรา 157หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ — ม.157
ม.157 มาตราดัง: เจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่โดยมิชอบ/ทุจริต/ละเว้น — จำคุก 1-10 ปี ใช้ฟ้องตำรวจ ข้าราชการ ผู้บริหาร อปท. ที่ทุจริตหรือไม่ทำหน้าที่
ม.157เจ้าพนักงานมิชอบทุจริตละเว้น1-10 ปี
มาตรา 158หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานกรอกข้อความเท็จในเอกสาร
เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเอกสาร กรอกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร มีโทษจำคุก 1–10 ปี และปรับ 20,000–200,000 บาท
เจ้าพนักงานเอกสารข้อความเท็จรับรองสำเนาปลอมเอกสาร
มาตรา 159หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานปลอมเอกสารโดยอาศัยหน้าที่
เจ้าพนักงานที่อาศัยโอกาสจากหน้าที่ปลอมเอกสาร มีโทษจำคุก 1–10 ปี และปรับ 20,000–200,000 บาท
เจ้าพนักงานปลอมเอกสารอาศัยหน้าที่รักษาเอกสาร
มาตรา 160หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานละเว้นหรือช่วยให้ผู้กระทำผิดหนี
เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่จับกุมปราบปราม แต่ละเว้นหรือช่วยให้ผู้กระทำผิดหลุดพ้น มีโทษจำคุก 1–7 ปี และปรับ 20,000–140,000 บาท
เจ้าพนักงานละเว้นหน้าที่จับกุมปราบปรามช่วยเหลือผู้กระทำผิด
มาตรา 161หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานเปิดเผยแผนที่หรือความลับสำคัญของรัฐ
เจ้าพนักงานที่ทำหรือเปิดเผยแผนที่ แบบ สัญญา หรือสิ่งที่เป็นความลับในราชการอันอาจเป็นอันตรายต่อรัฐ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี
เจ้าพนักงานความลับราชการแผนที่สัญญาความมั่นคงของรัฐ
มาตรา 162หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานรับหรือกักขังบุคคลโดยไม่มีอำนาจ
เจ้าพนักงานที่รับหรือกักขังบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยวิธีมิชอบกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
เจ้าพนักงานกักขังโดยไม่มีอำนาจคุมขังมิชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา 163หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานไม่ปล่อยตัวผู้ถูกขังโดยมิชอบ
เจ้าพนักงานที่ดูแลสถานที่คุมขัง รู้ว่าบุคคลถูกขังโดยมิชอบแต่ไม่ดำเนินการปล่อยตัว มีโทษจำคุก 1–7 ปี
เจ้าพนักงานคุมขังโดยมิชอบไม่ปล่อยตัวควบคุมดูแล
มาตรา 164หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือช่วยผู้ต้องขังหนี
เจ้าพนักงานที่ดูแลผู้ต้องขังตามคำพิพากษา ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลหรือช่วยให้ผู้ต้องขังหลุดพ้น มีโทษจำคุก 1–10 ปี
เจ้าพนักงานคำพิพากษาคำสั่งศาลช่วยหลบหนีผู้ต้องขัง
มาตรา 165หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานทารุณบุคคลเพื่อให้ให้การ
เจ้าพนักงานที่ทารุณหรือทำร้ายร่างกาย/จิตใจบุคคลเพื่อบังคับให้ให้การ มีโทษจำคุก 1–10 ปี
เจ้าพนักงานทารุณทำร้ายร่างกายบังคับให้การซ้อมทรมาน
มาตรา 166หมวด 5 — ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง
เจ้าพนักงานมีส่วนได้เสียในกิจการที่ตนดูแล
เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ดูแลกิจการเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการนั้นเพื่อประโยชน์ตน มีโทษจำคุก 1–10 ปี และปรับ 20,000–200,000 บาท
เจ้าพนักงานส่วนได้เสียผลประโยชน์ทับซ้อนจัดการกิจการ
มาตรา 167หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้พ้นโทษหรือหลบหนี
ผู้ที่ช่วยเหลือผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาคดีที่ไม่ใช่ลหุโทษ โดยให้ที่พัก ซ่อนเร้น หรือช่วยให้หลบหนี มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท
ช่วยเหลือผู้กระทำผิดซ่อนเร้นหลบหนีผู้ต้องหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
มาตรา 168หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
มาตรา 168 — ผู้ใดขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการ ผู้ว่
ผู้ใดขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน ห...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 169หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุสมควร
ผู้ที่ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานซึ่งสั่งโดยมีอำนาจตามกฎหมาย แต่ขัดขืนหรือไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานไม่ปฏิบัติตามอำนาจตามกฎหมาย
มาตรา 170หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ขัดขืนคำบังคับของศาล
ผู้ที่ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลที่สั่งให้กระทำหรืองดเว้นกระทำการ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ขัดขืนคำบังคับศาลไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
มาตรา 171หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
แจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับการจดทะเบียน
ผู้ที่แจ้งข้อความเท็จต่อเจ้าพนักงานในเรื่องการจดทะเบียนตามกฎหมายซึ่งอาจก่อความเสียหายแก่ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
แจ้งเท็จการจดทะเบียนเจ้าพนักงานข้อความเท็จ
มาตรา 172หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
แจ้งความเท็จ — แจ้งว่ามีความผิดเกิดขึ้นโดยรู้ว่าไม่จริง
แจ้งความเท็จ: แจ้งว่ามีความผิดเกิดขึ้นโดยรู้ว่าเท็จ → จำคุก ≤ 2 ปี / ปรับ ≤ 40,000 เป็นความผิดยอมความ
แจ้งความเท็จพนักงานสอบสวนอัยการ
มาตรา 173หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
แจ้งความเท็จว่ามีการกระทำผิดโดยรู้ว่าไม่มี
ผู้ที่รู้ว่าไม่มีความผิดเกิดขึ้นแต่ยังแจ้งต่อพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานว่ามีความผิดเกิดขึ้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท
แจ้งความเท็จพนักงานสอบสวนไม่มีความผิดกล่าวหาเท็จ
มาตรา 174หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เบิกความเท็จ — ให้การเท็จต่อศาล → จำคุก ≤ 5 ปี
เบิกความเท็จ: ให้การเท็จต่อศาลในข้อสำคัญ → จำคุก ≤ 5 ปี / ปรับ ≤ 100,000 ถ้ามีผลเสียหาย → โทษหนักขึ้น
เบิกความเท็จศาลข้อสำคัญ
มาตรา 175หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เบิกความเท็จในศาลแต่ไม่ใช่ข้อสำคัญ
ผู้ที่เบิกความเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล แม้จะเป็นเพียงข้อที่ไม่ใช่ข้อสำคัญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
เบิกความเท็จศาลพยานเท็จพยานการพิจารณาคดี
มาตรา 176หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ซ่อนเร้นทำลายพยานหลักฐาน
ผู้ที่ซ่อนเร้น ทำลาย หรือทำให้พยานหลักฐานในคดีใดๆ สูญหายหรือไร้ประโยชน์ก่อนคดีถึงที่สุด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พยานหลักฐานซ่อนเร้นทำลายขัดขวางกระบวนยุติธรรมคำพิพากษาถึงที่สุด
มาตรา 177หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
นำสืบพยานหลักฐานเท็จในศาล
ผู้นำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานเท็จในข้อสำคัญของคดีมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากกระทำในคดีอาญาจนเป็นเหตุให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้น โทษเพิ่มเป็นจำคุก 1-7 ปี และปรับ 20,000-140,000 บาท
พยานหลักฐานเท็จนำสืบแสดงพยานคดีอาญาขัดขวางกระบวนยุติธรรม
มาตรา 178หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ทำลายพยานหลักฐานในคดีอาญา
ผู้ที่ทำ ซ่อน ทำลาย หรือทำให้พยานหลักฐานในคดีอาญาไร้ประโยชน์มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากเป็นคดีที่มีโทษประหารชีวิต โทษเพิ่มเป็นจำคุก 1-7 ปี
พยานหลักฐานทำลายคดีอาญาโทษประหารชีวิตขัดขวางกระบวนยุติธรรม
มาตรา 179หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
พยานเท็จทำให้ผู้ถูกฟ้องรับโทษหนัก
หากการกระทำตามมาตรา 177 ในคดีอาญาเป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก 1-7 ปี และปรับ 20,000-140,000 บาท
พยานเท็จคดีอาญาผู้ถูกฟ้องรับโทษหนักขึ้นมาตรา 177
มาตรา 180หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
พยานเท็จทำให้จำเลยถูกประหารชีวิต
หากการกระทำตามมาตรา 177 เป็นเหตุให้จำเลยต้องโทษประหารชีวิต ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
พยานเท็จโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตมาตรา 177คดีอาญา
มาตรา 181หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
หลุดพ้นจากการคุมขังของศาล
ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจศาลหรือพนักงานสอบสวนที่หลุดพ้นจากการคุมขังมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หากหลุดพ้นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โทษเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี
หลุดพ้นการคุมขังศาลพนักงานสอบสวนกำลังประทุษร้าย
มาตรา 182หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
มาตรา 182 — ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๗๗ หรือมาตรา ๑๗๘ แล้วลุ
ผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา ๑๗๗ หรือมาตรา ๑๗๘ แล้วลุแก่โทษ และกลับแจ้งความจริงต่อศาลหรือเจ้าพนักงานก่อนจบคำเบิกความหรือการ แปล ผู้นั...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาเจ้าพนักงานโทษ
มาตรา 183หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ช่วยผู้ถูกคุมขังหลุดพ้นระหว่างพาตัว
ผู้ที่ช่วยให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้นในระหว่างที่พาตัวไปหรือกลับจากศาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท
ช่วยหลุดพ้นผู้ถูกคุมขังพาตัวศาลขัดขวางกระบวนยุติธรรม
มาตรา 184หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
หลุดพ้นจากการคุมขังโดยใช้กำลัง
ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจศาลหรือพนักงานสอบสวนที่หลุดพ้นโดยใช้กำลังประทุษร้าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
หลุดพ้นกำลังประทุษร้ายการคุมขังศาลพนักงานสอบสวน
มาตรา 185หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ทำลายที่คุมขังเพื่อช่วยผู้ต้องขัง
ผู้ที่ทำให้เสียหายหรือทำลายที่คุมขังเพื่อช่วยให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท
ทำลายที่คุมขังช่วยหลุดพ้นผู้ถูกคุมขังขัดขวางกระบวนยุติธรรมเรือนจำ
มาตรา 186หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ร่วมกันหลบหนีหรือช่วยหลบหนีการคุมขัง
หากการกระทำตามมาตรา 181 หรือ 184 กระทำโดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากมีอาวุธโทษเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 10 ปี
ร่วมกันกระทำหลุดพ้นการคุมขังมีอาวุธมาตรา 181มาตรา 184
มาตรา 187หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
มาตรา 187 — ผู้ใดเพื่อจะมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ข
ผู้ใดเพื่อจะมิให้การเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ของศาล ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่ง ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 188หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ละเลยไม่ไปเป็นพยานต่อศาล
ผู้ที่ได้รับหมายเรียกให้ไปเป็นพยานหรือให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานหรือศาล แล้วละเลยไม่ไปหรือไม่ยอมให้การโดยไม่มีเหตุอันควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท
หมายเรียกพยานถ้อยคำศาลละเลยไม่ไปให้การ
มาตรา 189หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
มาตรา 189 — ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้
ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหา ว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 190หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
รบกวนกระบวนพิจารณาของศาล
ผู้ที่กระทำการรบกวนหรือขัดขวางกระบวนวิธีพิจารณาของศาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รบกวนขัดขวางกระบวนพิจารณาศาลดูหมิ่นศาล
มาตรา 191หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
หลบหนีเมื่อได้รับปล่อยชั่วคราว
ผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วหลบหนีหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนผู้ทำสัญญาประกันที่ไม่ส่งตัวตามกำหนดมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนและต้องชดใช้ค่าปรับตามสัญญา
ปล่อยตัวชั่วคราวหลบหนีสัญญาประกันผู้ต้องหาจำเลยเงื่อนไขศาล
มาตรา 192หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ผู้ถูกคุมขังทำลายที่คุมขังเพื่อหลบหนี
ผู้ถูกคุมขังที่ทำให้เสียหายหรือทำลายที่คุมขังเพื่อให้ตนเองหลุดพ้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ผู้ถูกคุมขังทำลายที่คุมขังหลุดพ้นหลบหนีเรือนจำ
มาตรา 193หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ทำลายตราประทับยึดหรืออายัดสิ่งของ
ผู้ที่ทำลาย ถอน หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งตราหรือเครื่องหมายที่เจ้าพนักงานประทับไว้ในการยึดหรืออายัด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท
ตราประทับเครื่องหมายยึดทรัพย์อายัดเจ้าพนักงานทำลาย
มาตรา 194หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ทำลายที่คุมขังเพื่อให้ผู้อื่นหลุดพ้น
ผู้ที่ทำให้เสียหายหรือทำลายที่คุมขังเพื่อให้ผู้ถูกคุมขังหลุดพ้นมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หากผู้กระทำเป็นผู้ถูกคุมขังด้วยกัน โทษเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 7 ปี
ทำลายที่คุมขังช่วยหลุดพ้นผู้ถูกคุมขังเรือนจำขัดขวางกระบวนยุติธรรม
มาตรา 195หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับที่คุมขัง
หากความผิดตามมาตรา 192, 193 หรือ 194 กระทำโดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป มีโทษจำคุก 1-7 ปี หากมีอาวุธด้วยโทษเพิ่มเป็นจำคุก 2-10 ปี
ร่วมกันกระทำที่คุมขังมีอาวุธมาตรา 192มาตรา 193มาตรา 194
มาตรา 196หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ช่วยผู้ถูกคุมขังตามคำพิพากษาหลุดพ้น
ผู้ที่ช่วยให้ผู้ถูกคุมขังตามคำพิพากษาหลุดพ้นมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากใช้กำลังประทุษร้าย โทษเพิ่มเป็นจำคุก 1-7 ปี และปรับ 20,000-140,000 บาท
ช่วยหลุดพ้นคำพิพากษาผู้ถูกคุมขังกำลังประทุษร้ายขัดขวางกระบวนยุติธรรม
มาตรา 197หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ใช้กำลังช่วยผู้ถูกคุมขังหลุดพ้น
หากการกระทำตามมาตรา 192 หรือ 196 ใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญจะใช้กำลัง มีโทษจำคุก 1-7 ปี และปรับ 20,000-140,000 บาท
กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญหลุดพ้นการคุมขังมาตรา 192มาตรา 196
มาตรา 198หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เจ้าพนักงานช่วยผู้ถูกคุมขังหลุดพ้น
หากผู้กระทำความผิดตามมาตรา 192-197 เป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ควบคุมผู้ถูกคุมขัง ต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้
เจ้าพนักงานควบคุมผู้ถูกคุมขังโทษสองเท่ามาตรา 192-197
มาตรา 199หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้หลบหนีโทษ
ผู้ใดช่วยเหลือผู้กระทำความผิดให้หนีโทษหรือได้รับโทษน้อยลง มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี แต่ยกเว้นโทษหากกระทำเพื่อช่วยญาติสนิท
ช่วยเหลือผู้กระทำผิดซ่อนเร้นหลบหนีญาติลดหย่อนโทษ
มาตรา 200หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เจ้าพนักงานช่วยผู้ต้องหาให้พ้นโทษโดยมิชอบ
เจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมที่ช่วยเหลือผู้ต้องหาโดยมิชอบ ต้องรับโทษระหว่างครึ่งหนึ่งถึงสองเท่าของโทษที่บุคคลนั้นพึงได้รับ
พนักงานอัยการพนักงานสอบสวนช่วยเหลือมิชอบคดีอาญาเจ้าพนักงาน
มาตรา 201หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
ตุลาการหรืออัยการกลั่นแกล้งให้รับโทษหนัก
ตุลาการหรืออัยการที่กระทำมิชอบเพื่อให้บุคคลต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น มีโทษจำคุกหนึ่งถึงยี่สิบปี
ตุลาการอัยการกลั่นแกล้งโทษหนักมิชอบ
มาตรา 202หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เจ้าพนักงานปลอมแปลงหรือทำรายงานเท็จในคดีอาญา
เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ด้านเอกสารคดีอาญาแล้วปลอมแปลงหรือทำรายงานเท็จ มีโทษจำคุกหนึ่งถึงสิบปี
เอกสารรายงานเท็จปลอมแปลงเจ้าพนักงานคดีอาญา
มาตรา 203หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจวินิจฉัยช่วยเหลือโดยมิชอบ
เจ้าพนักงานตุลาการหรืออัยการที่ช่วยเหลือผู้ใดโดยมิชอบให้ได้ประโยชน์หรือพ้นจากการลงโทษ มีโทษจำคุกหนึ่งถึงยี่สิบปี
ตุลาการอัยการวินิจฉัยคดีช่วยเหลือมิชอบประโยชน์
มาตรา 204หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เจ้าพนักงานเปิดเผยความลับในคดีอาญา
เจ้าพนักงานที่เปิดเผยความลับในคดีอาญาซึ่งตนล่วงรู้เนื่องจากหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
เปิดเผยความลับคดีอาญาตุลาการอัยการสืบสวน
มาตรา 205หมวด 6 — ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม
เพิ่มโทษเมื่อรับสินบนในความผิดตามมาตรา 200-204
หากผู้กระทำผิดตามมาตรา 200 ถึง 204 เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์เนื่องจากการกระทำ ให้เพิ่มโทษอีกหนึ่งในสาม
เพิ่มโทษสินบนรับทรัพย์ประโยชน์เจ้าพนักงาน
มาตรา 206หมวด 7 — ความผิดเกี่ยวกับศาสนา
เหยียดหยามวัตถุหรือสถานที่ทางศาสนา
ผู้ใดกระทำต่อวัตถุหรือสถานที่ทางศาสนาในลักษณะเหยียดหยาม มีโทษจำคุกหนึ่งถึงเจ็ดปีหรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
เหยียดหยามศาสนาวัตถุศาสนาสถานที่ศาสนาหมิ่นศาสนา
มาตรา 207หมวด 7 — ความผิดเกี่ยวกับศาสนา
ก่อความวุ่นวายในพิธีกรรมทางศาสนา
ผู้ใดก่อความวุ่นวายในที่ประชุมพิธีกรรมทางศาสนา มีโทษจำคุกหนึ่งถึงเจ็ดปีและปรับ
วุ่นวายพิธีกรรมศาสนาที่ประชุมศาสนิกชน
มาตรา 208หมวด 7 — ความผิดเกี่ยวกับศาสนา
ดูหมิ่นนักบวชขณะปฏิบัติศาสนกิจ
ผู้ใดดูหมิ่นนักบวชหรือผู้สอนศาสนาขณะปฏิบัติศาสนกิจหรืออยู่ในสถานที่ศาสนกิจ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ดูหมิ่นพระภิกษุนักบวชศาสนกิจสามเณร
มาตรา 209หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
ความผิดฐานเป็นอั้งยี่
ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมุ่งหมายทำการมิชอบ มีความผิดฐานอั้งยี่ โทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
อั้งยี่สมาชิกปกปิดมิชอบด้วยกฎหมายคณะบุคคล
มาตรา 210หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
ความผิดฐานเป็นซ่องโจร สมคบตั้งแต่ห้าคน
การสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอาญา เป็นความผิดฐานซ่องโจร มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับ หากความผิดที่สมคบมีโทษสูงถึงสิบปี โทษเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
ซ่องโจรสมคบห้าคนขึ้นไปกระทำความผิดคณะบุคคล
มาตรา 211หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
สมคบตั้งแต่สองคนลงมือกระทำความผิด
ผู้สมคบกันตั้งแต่สองคนเพื่อกระทำความผิดที่มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปี หากมีผู้ลงมือแล้ว ผู้สมคบคนอื่นต้องรับโทษจำคุกไม่เกินห้าปี
สมคบสองคนลงมือความผิดโทษจำคุก
มาตรา 212หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
หัวหน้าหรือผู้จัดการอั้งยี่
หัวหน้าหรือผู้จัดการอั้งยี่ได้รับโทษหนักกว่าสมาชิกทั่วไป คือจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท
หัวหน้าอั้งยี่ผู้จัดการบังคับบัญชาอั้งยี่โทษหนัก
มาตรา 213หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
หัวหน้าหรือผู้สั่งการซ่องโจร
หัวหน้าหรือผู้สั่งการในซ่องโจรได้รับโทษหนักกว่า คือจำคุกหนึ่งถึงเจ็ดปีและปรับ
หัวหน้าซ่องโจรผู้จัดการสั่งการซ่องโจรโทษหนัก
มาตรา 214หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
มั่วสุมร่วมกันทำร้ายหรือทำลายทรัพย์สิน
ผู้ที่มั่วสุมแล้วร่วมกันทำร้ายร่างกายหรือทำลายทรัพย์สินผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
มั่วสุมทำร้ายทรัพย์สินเสียหายร่วมกัน
มาตรา 215หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
มั่วสุมตั้งแต่สิบคนก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง
การมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง มีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หากมีอาวุธโทษเพิ่มเป็นสองปี และหากไม่เลิกเมื่อสั่ง โทษเพิ่มเป็นสามปี
มั่วสุมสิบคนก่อความวุ่นวายอาวุธบ้านเมือง
มาตรา 216หมวด 8 — ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน
ไม่เลิกการมั่วสุมเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก
ผู้มั่วสุมที่ไม่ยอมเลิกเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ไม่เลิกชุมนุมเจ้าพนักงานมั่วสุมสั่งให้เลิก
มาตรา 217หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
วางเพลิง — เผาทรัพย์ผู้อื่น → จำคุก 6 เดือน - 7 ปี
วางเพลิง: เผาทรัพย์ผู้อื่น → จำคุก 6 เดือน - 7 ปี + ปรับ | เผาโรงเรือน/เรือ/แพ → จำคุก 2-10 ปี (ม.218)
วางเพลิงเผาทรัพย์อัคคีภัย
มาตรา 218หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
วางเพลิงเผาโรงเรือน/เรือ/แพ — จำคุก 2-10 ปี
เผาโรงเรือน: จำคุก 2-10 ปี หนักกว่าเผาทรัพย์ทั่วไป(ม.217=6เดือน-7ปี) เพราะเป็นที่อยู่อาศัย
วางเพลิงโรงเรือนเรือแพ
มาตรา 219หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
วางเพลิงทรัพย์ตนเองจนเป็นอันตรายต่อผู้อื่น
ผู้ใดวางเพลิงทรัพย์ของตนเองจนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นหรือทรัพย์ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
วางเพลิงทรัพย์ตนเองอันตรายบุคคลอื่นทรัพย์ผู้อื่น
มาตรา 220หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
วางเพลิงเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
หากการวางเพลิงตามมาตรา 217 218 หรือ 219 เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องจำคุกห้าถึงยี่สิบปีหรือตลอดชีวิต
วางเพลิงถึงแก่ความตายโทษหนักจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 221หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ทำให้เกิดระเบิดน่าจะเป็นอันตราย
ผู้ใดทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ระเบิดภยันตรายต่อประชาชนอันตรายต่อทรัพย์สินจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
มาตรา 222หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
การกระทำตามมาตรา ๒๒๑ ที่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือจำคุกตลอดชีวิต
ระเบิดเป็นเหตุให้ตายจำคุกตลอดชีวิตเหตุฉกรรจ์
มาตรา 223หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ประมาทก่อให้เกิดเพลิงไหม้วัตถุตามมาตรา ๒๑๘
ผู้กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุที่ระบุในมาตรา ๒๑๘ มีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ประมาทเพลิงไหม้วัตถุตามมาตรา ๒๑๘จำคุกไม่เกินเจ็ดปี
มาตรา 224หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ทำให้ทางสาธารณะตกอยู่ในภาวะอันตราย
ผู้ใดทำให้ทางสาธารณะ ประตูน้ำ ทำนบ สะพาน หรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับประชาชนตกอยู่ในภาวะที่อาจเกิดอันตรายแก่การจราจร มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ทางสาธารณะสะพานทำนบภาวะอันตรายการจราจร
มาตรา 225หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ก่อให้เกิดอันตรายในการเดินอากาศยานหรือเดินเรือ
ผู้ใดกระทำให้เกิดอันตรายในการเดินอากาศยานหรือเดินเรือ มีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
อากาศยานเดินเรืออันตรายภยันตรายต่อประชาชน
มาตรา 226หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
เอาพิษเจือปนอาหารน้ำกินหรือยา
ผู้ใดเอาของมีพิษเจือปนในอาหาร น้ำกิน หรือยา อันน่าจะก่อให้เกิดอันตราย มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หากเป็นเหตุให้ตายมีโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต
ของมีพิษเจือปนอาหารน้ำกินยาจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 227หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ประมาทตามมาตรา ๒๒๔ ๒๒๕ หรือ ๒๒๖
การกระทำตามมาตรา ๒๒๔ ๒๒๕ หรือ ๒๒๖ ที่กระทำโดยประมาท มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ประมาททางสาธารณะอากาศยานเดินเรือพิษเจือปน
มาตรา 228หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ป่า
ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่ป่า มีโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
เพลิงไหม้ป่าไฟป่าทรัพยากรธรรมชาติภยันตรายต่อประชาชน
มาตรา 229หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ป่า
ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่ป่า มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ประมาทเพลิงไหม้ป่าไฟป่าจำคุกไม่เกินห้าปี
มาตรา 230หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ทำให้น้ำท่วมทรัพย์สินของผู้อื่น
ผู้ใดทำให้น้ำท่วมทรัพย์สินผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หากทรัพย์สินเสียหายจำคุกหกเดือนถึงเจ็ดปี และหากเป็นเหตุให้ตายจำคุกสองปีถึงสิบห้าปี
น้ำท่วมอุทกภัยทรัพย์สินเสียหายเป็นเหตุให้ตาย
มาตรา 231หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
เอาสิ่งอันตรายลงในน้ำดื่มของประชาชน
ผู้ใดเอาสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพลงในน้ำที่ใช้ดื่มกินของประชาชน มีโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี
สิ่งอันตรายต่อสุขภาพน้ำดื่มน้ำประชาชนภยันตรายต่อประชาชน
มาตรา 232หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ทำให้ยานพาหนะหรืออากาศยานเสียหายน่าจะเป็นอันตราย
ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย หรือทำให้ใช้การไม่ได้ซึ่งยานพาหนะ เรือ หรืออากาศยาน ในประการที่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ยานพาหนะเรืออากาศยานทำให้เสียหายภยันตรายต่อบุคคล
มาตรา 233หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ปล่อยสัตว์ร้ายเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น
ผู้ใดปล่อยสัตว์ร้ายที่อาจเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หากเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายมีโทษจำคุกไม่เกินสามปี
สัตว์ร้ายปล่อยสัตว์อันตรายแก่บุคคลเหตุฉกรรจ์
มาตรา 234หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ขายของอันตรายต่อสุขภาพโดยปกปิดความจริง
ผู้ใดขายของที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยปกปิดความจริงเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งของนั้น มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ขายของอันตรายสุขภาพปกปิดความจริงคุ้มครองผู้บริโภค
มาตรา 235หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ทำปลอมปนอาหารยาหรือสินค้าเพื่อบริโภค
ผู้ใดทำปลอมปนอาหาร ยา หรือสินค้า เพื่อให้ผู้อื่นบริโภคหรือใช้สอยในประการที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ปลอมปนอาหารยาสินค้าอันตรายต่อสุขภาพ
มาตรา 236หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ผสมสิ่งเจือปนในอาหารยาหรือวัตถุเพื่อขาย
ผู้ใดผสมสิ่งอื่นเจือปนในยา อาหาร หรือวัตถุสำหรับบริโภคจนทำให้คุณภาพลดลง เพื่อนำออกขาย มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ผสมเจือปนยาอาหารคุณภาพลดลงขายคุ้มครองผู้บริโภค
มาตรา 237หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ทำให้เสียหายทรัพย์ระบบสาธารณูปโภค
ผู้ใดทำให้เสียหายหรือทำลายทรัพย์ที่ใช้ในการผลิตหรือจำหน่ายไฟฟ้า ก๊าซ น้ำประปา หรือโทรคมนาคม มีโทษจำคุกหนึ่งปีถึงสิบปีและปรับสองหมื่นถึงสองแสนบาท
สาธารณูปโภคไฟฟ้าน้ำประปาโทรคมนาคมก๊าซทำลายทรัพย์
มาตรา 238หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ก่อให้เกิดมลพิษในอากาศน้ำหรือดิน
ผู้ใดก่อให้เกิดมลพิษในอากาศ น้ำ หรือดินจนเป็นอันตรายแก่สุขภาพประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หากกระทำในเชิงอุตสาหกรรมมีโทษจำคุกหนึ่งถึงสิบปี
มลพิษอากาศน้ำดินสุขภาพประชาชนอุตสาหกรรม
มาตรา 239หมวด 9 — ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน
ก่อให้เกิดอุทกภัยน่าจะเป็นอันตราย
ผู้ใดก่อให้เกิดอุทกภัยในประการที่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สิน มีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หากเป็นเหตุให้ผู้อื่นตายมีโทษจำคุกห้าถึงยี่สิบปี
อุทกภัยน้ำท่วมอันตรายต่อประชาชนเป็นเหตุให้ตาย
มาตรา 240หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมเงินตราภายในหรือนอกราชอาณาจักร
ผู้ใดปลอมเงินตราไม่ว่าจะเป็นเงินตราในราชอาณาจักรหรือต่างประเทศ มีโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สองแสนถึงสี่แสนบาท
ปลอมเงินตราเงินปลอมต่างประเทศปลอมและแปลง
มาตรา 241หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
สมคบกันเพื่อปลอมเงินตรา
ผู้ที่สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อปลอมเงินตราตามมาตรา 240 ต้องระวางโทษจำคุก 5-15 ปี และปรับ 100,000-300,000 บาท
สมคบปลอมเงินตราเงินตราความผิดร่วม
มาตรา 242หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
นำเข้าเงินตราปลอมในราชอาณาจักร
ผู้นำเข้าเงินตราปลอมตามมาตรา 240 เข้ามาในราชอาณาจักรต้องระวางโทษจำคุก 10-20 ปี และปรับ 200,000-400,000 บาท
นำเข้าเงินตราปลอมราชอาณาจักรเงินตรา
มาตรา 243หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
นำเข้าเงินตราปลอมหรือแปลง
ผู้นำเข้าเงินตราปลอมหรือเงินตราแปลงเข้ามาในราชอาณาจักรมีโทษจำคุก 10-20 ปี และปรับ 200,000-400,000 บาท
นำเข้าเงินตราปลอมเงินตราแปลงราชอาณาจักร
มาตรา 244หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ใช้หรือจำหน่ายเงินตราปลอมหรือแปลง
ผู้ใช้หรือจำหน่ายเงินตราปลอมหรือแปลงโดยรู้ว่าปลอมมีโทษจำคุก 1-15 ปี และปรับ 20,000-300,000 บาท หากได้รับมาโดยไม่รู้แต่ยังนำออกใช้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี
ใช้เงินตราปลอมจำหน่ายนำออกใช้เงินตราแปลง
มาตรา 245หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
รับเงินปลอมโดยไม่รู้แล้วนำออกใช้
ผู้ที่ได้รับเงินตราปลอมหรือแปลงมาโดยไม่รู้ แต่เมื่อรู้แล้วยังนำออกใช้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี
รับเงินปลอมไม่รู้นำออกใช้เงินตราแปลง
มาตรา 246หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
แปลงเงินตราให้ดูมีมูลค่าสูงขึ้น
ผู้แปลงเหรียญกษาปณ์หรือธนบัตรให้ดูมีมูลค่าสูงกว่าความเป็นจริงมีโทษจำคุก 1-15 ปี และปรับ 20,000-300,000 บาท
แปลงเงินตราเหรียญกษาปณ์ธนบัตรมูลค่าสูง
มาตรา 246/1หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ทำหรือมีไว้เครื่องมือปลอมเงินตรา
ผู้ทำ มีไว้ หรือนำเข้าเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงเงินตรามีโทษจำคุก 5-15 ปี และปรับ 100,000-300,000 บาท
เครื่องมือปลอมเงินมีไว้นำเข้าปลอมเงินตรา
มาตรา 247หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ทำให้เงินตราของรัฐบาลผิดไปจากเดิม
ผู้กระทำด้วยประการใดๆ ให้เงินตราที่รัฐบาลออกใช้ผิดไปจากเดิมมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
เงินตรารัฐบาลออกใช้ผิดไปจากเดิม
มาตรา 248หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
มีไว้เพื่อนำออกใช้เงินตราปลอมหรือแปลง
ผู้มีเงินตราปลอมหรือแปลงไว้เพื่อนำออกใช้มีโทษจำคุก 1-15 ปี และสันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อนำออกใช้หากมีตั้งแต่ 10 ชิ้น/ฉบับขึ้นไป
มีไว้เงินตราปลอมนำออกใช้สันนิษฐาน
มาตรา 249หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ทำให้เหรียญกษาปณ์มีน้ำหนักลดลง
ผู้ทำให้เหรียญกษาปณ์มีน้ำหนักลดลงเพื่อหลอกลวงมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท ผู้นำเข้าหรือใช้เหรียญดังกล่าวโดยรู้มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
เหรียญกษาปณ์น้ำหนักลดลงปลอมเหรียญนำเข้า
มาตรา 250หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมดวงตราของรัฐบาลต่างประเทศ
ผู้ปลอมดวงตราหรือรอยตราของรัฐบาลต่างประเทศหรือผู้มีอำนาจในต่างประเทศมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ดวงตราปลอมรัฐบาลต่างประเทศรอยตรา
มาตรา 251หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมดวงตรา ตราครั่ง หรือตราผนึก
ผู้ปลอมดวงตรา ตราครั่ง หรือตราผนึกที่ใช้ในกิจการของรัฐมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ดวงตราตราครั่งตราผนึกปลอมกิจการของรัฐ
มาตรา 252หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมดวงตราของทบวงการเมือง
ผู้ปลอม แก้ไข หรือเพิ่มเติมดวงตราของทบวงการเมืองมีโทษจำคุก 1-7 ปี และปรับ 20,000-140,000 บาท ผู้ใช้ดวงตราปลอมดังกล่าวต้องรับโทษเท่ากัน
ทบวงการเมืองดวงตรารอยตราแสตมป์ปลอม
มาตรา 253หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ใช้ดวงตราปลอมของรัฐบาลต่างประเทศ
ผู้ใช้ดวงตราปลอมของรัฐบาลต่างประเทศหรือผู้มีอำนาจในต่างประเทศโดยรู้ว่าเป็นของปลอมต้องรับโทษเท่ากับผู้ทำปลอม
ใช้ดวงตราปลอมรัฐบาลต่างประเทศโทษเท่ากับผู้ปลอม
มาตรา 254หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ทำลายหรือทำให้เสียหายดวงตราทบวงการเมือง
ผู้ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือซ่อนเร้นดวงตราของทบวงการเมืองมีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000-100,000 บาท
ทำลายทบวงการเมืองดวงตราทำให้เสียหายซ่อนเร้น
มาตรา 255หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ทำลายดวงตราของรัฐบาลต่างประเทศ
ผู้ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือซ่อนเร้นดวงตราหรือแสตมป์ของรัฐบาลต่างประเทศมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
ทำลายรัฐบาลต่างประเทศดวงตราแสตมป์
มาตรา 256หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมหรือแก้ไขตั๋วโดยสารและเครื่องหมายค่าโดยสาร
ผู้ปลอม แก้ไข หรือเพิ่มเติมตั๋วโดยสารหรือเครื่องหมายชำระค่าโดยสารมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท
ตั๋วโดยสารปลอมแก้ไขค่าโดยสารเครื่องหมาย
มาตรา 257หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมแสตมป์สำหรับเสียภาษีอากร
ผู้ปลอมแสตมป์สำหรับเสียภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมตามกฎหมายมีโทษจำคุก 1-7 ปี และปรับ 20,000-140,000 บาท
แสตมป์ภาษีอากรค่าธรรมเนียมปลอม
มาตรา 258หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ใช้หรืออ้างดวงตราหรือแสตมป์ปลอม
ผู้ใช้หรืออ้างดวงตรา รอยตรา หรือแสตมป์ปลอมโดยรู้ว่าเป็นของปลอมต้องรับโทษเท่ากับผู้ทำปลอม
ใช้แสตมป์ปลอมอ้างดวงตรารอยตราโทษเท่ากับผู้ปลอม
มาตรา 259หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมหรือแก้ไขตั๋วโดยสารบางประเภท
ผู้ปลอม แก้ไข หรือเพิ่มเติมตั๋วโดยสารที่ใช้สำหรับยานพาหนะขนส่งสาธารณะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
ตั๋วโดยสารปลอมแก้ไขขนส่งสาธารณะ
มาตรา 260หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ทำให้แสตมป์ที่ใช้แล้วดูเสมือนยังไม่ใช้
ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อให้แสตมป์ที่ใช้แล้วดูเสมือนยังไม่เคยใช้ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
แสตมป์ทำให้ดูยังไม่ใช้ปลอมแปลงแสตมป์ปรับหกหมื่น
มาตรา 261หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ใช้แสตมป์ที่ทำขึ้นตามมาตรา 260
ผู้ใดนำแสตมป์ที่ทำขึ้นตามมาตรา 260 ออกใช้ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ใช้แสตมป์ปลอมแสตมป์มาตรา 260จำคุกสามปี
มาตรา 262หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
มีไว้เพื่อใช้สิ่งที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น
ผู้ครอบครองสิ่งปลอมหรือแปลงตามหมวดนี้เพื่อนำออกใช้ ต้องรับโทษตามมาตราที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่เกินจำคุกสามปีหรือปรับหกหมื่นบาท
มีไว้เพื่อใช้ของปลอมของแปลงโทษสูงสุดสามปี
มาตรา 263หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ทำหรือมีไว้ซึ่งเครื่องมือสำหรับทำปลอม
ผู้ใดทำหรือครอบครองเครื่องมือเพื่อใช้ทำปลอมหรือแปลงดวงตรา แสตมป์ หรือตั๋ว มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
เครื่องมือปลอมดวงตราแสตมป์ตั๋วจำคุกห้าปี
มาตรา 264หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมเอกสาร
ปลอมเอกสาร: ทำเอกสารปลอม แก้ไขเอกสารจริง ลงลายเซ็นปลอม ประทับตราปลอม — จำคุก ≤ 3 ปี / ปรับ ≤ 60,000 บาท ถ้าเป็นเอกสารราชการ ม.265 โทษหนักขึ้น
ปลอมเอกสารแก้ไขเอกสารลายเซ็นปลอมตราปลอม
มาตรา 265หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ปลอมเอกสารราชการ/เอกสารสิทธิ — โทษหนัก
ปลอมเอกสารราชการ/เอกสารสิทธิ: จำคุก 1-10 ปี + ปรับ 20,000-200,000 โทษหนักกว่าปลอมเอกสารธรรมดา (ม.264 จำคุก ≤ 3 ปี) เช่น ปลอมโฉนด ปลอมบัตรประชาชน
ปลอมเอกสารราชการเอกสารสิทธิโฉนดบัตรประชาชน1-10 ปี
มาตรา 266หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ใช้เอกสารปลอม — โทษเท่าผู้ปลอม
ใช้เอกสารปลอม: โทษเท่าคนปลอม ไม่ต้องเป็นคนปลอมเอง แค่ใช้/อ้างก็ผิด เช่น ใช้ใบปริญญาปลอม ใช้หนังสือเดินทางปลอม
ใช้เอกสารปลอมอ้างเอกสารโทษเท่าผู้ปลอม
มาตรา 267หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
แจ้งข้อความเท็จให้เจ้าพนักงานบันทึกเอกสาร
ผู้ใดแจ้งข้อความเท็จให้เจ้าพนักงานบันทึกลงในเอกสารราชการอันเป็นพยานหลักฐาน มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
แจ้งข้อความเท็จเอกสารราชการเอกสารมหาชนเจ้าพนักงานพยานหลักฐาน
มาตรา 268หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ใช้หรืออ้างเอกสารอันเป็นเท็จตามมาตรา 264-267
ผู้ใช้หรืออ้างเอกสารเท็จตามมาตรา 264-267 ต้องรับโทษตามมาตรานั้นๆ และหากเป็นผู้ปลอมเองด้วยให้ลงโทษกระทงเดียว
ใช้เอกสารเท็จอ้างเอกสารปลอมกระทงเดียวเอกสารมาตรา 264-267
มาตรา 269หมวด 10 — ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง
ใช้หรืออ้างเอกสารปลอม
ผู้ใช้หรืออ้างเอกสารปลอมได้รับโทษเท่ากับผู้ปลอมเอกสารในมาตราที่เกี่ยวข้อง
ใช้เอกสารปลอมอ้างเอกสารปลอมโทษเท่าผู้ปลอม
มาตรา 269/1หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ — จำคุก 1-5 ปี
ปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์: ปลอมบัตรเครดิต/บัตร ATM/e-Money → จำคุก 1-5 ปี ใช้บัตรปลอม=1-5ปี (ม.269/4)
บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมบัตรเครดิตATM
มาตรา 269/10หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
มีไว้เพื่อใช้หนังสือเดินทางปลอม
ผู้ครอบครองหนังสือเดินทางปลอมหรือที่แก้ไขแล้วเพื่อนำออกใช้ มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท
มีไว้หนังสือเดินทางปลอมครอบครองพาสปอร์ตปลอมนำออกใช้
มาตรา 269/11หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
เป็นธุระจัดหาหนังสือเดินทางโดยมิชอบ
ผู้ที่เป็นธุระจัดหาหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดินทางให้ผู้อื่นโดยมิชอบ มีโทษจำคุก 2-10 ปี และปรับ 40,000-200,000 บาท
จัดหาหนังสือเดินทางเอกสารเดินทางโดยมิชอบเป็นธุระ
มาตรา 269/12หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ยื่นคำขอหนังสือเดินทางโดยแจ้งข้อความเท็จ
ผู้ยื่นคำขอหนังสือเดินทางโดยแจ้งข้อมูลเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ยื่นคำขอหนังสือเดินทางแจ้งเท็จพาสปอร์ตจำคุกห้าปี
มาตรา 269/13หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ยึดถือหรือขัดขวางการใช้หนังสือเดินทาง
ผู้ใดยึดถือหรือขัดขวางมิให้เจ้าของหนังสือเดินทางใช้หนังสือเดินทางของตนเองโดยมิชอบ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ยึดหนังสือเดินทางขัดขวางการใช้พาสปอร์ตโดยมิชอบ
มาตรา 269/14หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้นหนังสือเดินทาง
ผู้ที่ทำให้เสียหาย ทำลาย หรือซ่อนเร้นหนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
ทำลายหนังสือเดินทางซ่อนเร้นพาสปอร์ตทำให้เสียหายโดยมิชอบ
มาตรา 269/15หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ทำปลอมขึ้นซึ่งหนังสือเดินทาง
ผู้ทำปลอมหนังสือเดินทาง มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท และผู้ใช้หนังสือเดินทางปลอมต้องรับโทษเท่ากัน
ปลอมหนังสือเดินทางพาสปอร์ตปลอมใช้พาสปอร์ตปลอมจำคุกสิบปี
มาตรา 269/2หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
แก้ไขข้อมูลหรือรหัสในบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ใดแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือรหัสในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท
แก้ไขบัตรอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนแปลงรหัสบัตรของผู้อื่น
มาตรา 269/3หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ทำหรือมีไว้ซึ่งเครื่องมือปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ทำ ครอบครอง หรือนำเข้าเครื่องมือสำหรับปลอมหรือแก้ไขบัตรอิเล็กทรอนิกส์ มีโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับ 60,000-200,000 บาท
เครื่องมือปลอมบัตรอุปกรณ์แก้ไขบัตรนำเข้าเครื่องมือบัตรอิเล็กทรอนิกส์
มาตรา 269/4หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบจนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท
ใช้บัตรผู้อื่นบัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบความเสียหาย
มาตรา 269/5หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำปลอมขึ้น
ผู้ใดใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมตามมาตรา 269/1 หรือที่แก้ไขตามมาตรา 269/2 ต้องรับโทษตามมาตรานั้นๆ
ใช้บัตรปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์มาตรา 269/1มาตรา 269/2
มาตรา 269/6หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
นำเข้า ส่งออก จำหน่ายบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม
ผู้นำเข้า ส่งออก หรือจำหน่ายบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมหรือที่แก้ไขแล้ว มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท
นำเข้าบัตรปลอมจำหน่ายบัตรปลอมส่งออกบัตรปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์
มาตรา 269/7หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
มีไว้เพื่อนำออกใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม
ผู้ครอบครองบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมหรือที่แก้ไขแล้วเพื่อนำออกใช้ ต้องรับโทษตามมาตราที่เกี่ยวข้อง
มีไว้บัตรปลอมครอบครองบัตรอิเล็กทรอนิกส์นำออกใช้
มาตรา 269/8หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ทำปลอมหรือแก้ไขตรวจลงตราในหนังสือเดินทาง
ผู้ทำปลอมหรือแก้ไขตรวจลงตรา (วีซ่า) ในหนังสือเดินทาง มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท
ปลอมวีซ่าตรวจลงตราหนังสือเดินทางแก้ไขวีซ่า
มาตรา 269/9หมวด 11 — ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นใช้
ผู้ใดใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่น หรือให้ผู้อื่นใช้หนังสือเดินทางของตนเพื่อเดินทาง มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท
ใช้หนังสือเดินทางผู้อื่นให้ใช้หนังสือเดินทางเดินทาง
มาตรา 270หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายหลอกลวงในการค้า
ห้ามใช้ชื่อ รูป หรือเครื่องหมายเลียนแบบผู้ค้าอื่นเพื่อหลอกให้ประชาชนเข้าใจผิด โทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท
หลอกลวงการค้าใช้ชื่อเลียนแบบความผิดเกี่ยวกับการค้า
มาตรา 271หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ขายสินค้าโดยหลอกลวงเรื่องแหล่งกำเนิดหรือคุณภาพ
ห้ามขายสินค้าโดยหลอกลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณสินค้า โทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี
ขายสินค้าหลอกลวงแหล่งกำเนิดเท็จคุณภาพเท็จ
มาตรา 272หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มีเครื่องชั่งตวงวัดผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบ
ห้ามมีหรือใช้เครื่องชั่งตวงวัดที่ผิดอัตราเพื่อเอาเปรียบผู้อื่น โทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี
เครื่องชั่งผิดอัตราเครื่องตวงเท็จเอาเปรียบการค้า
มาตรา 273หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
เลียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว
ห้ามเลียนเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนเพื่อหลอกให้ประชาชนสับสน โทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี และปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท
เลียนเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนการค้าหลอกลวงประชาชน
มาตรา 274หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ปลอมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
ห้ามปลอมเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในราชอาณาจักร โทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท
ปลอมเครื่องหมายการค้าทรัพย์สินทางปัญญาจดทะเบียน
มาตรา 275หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
นำเข้าหรือจำหน่ายสินค้าเครื่องหมายการค้าปลอม
ห้ามนำเข้า จำหน่าย หรือเสนอขายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือที่เลียนแบบ โทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี
นำเข้าสินค้าปลอมจำหน่ายเครื่องหมายปลอมสินค้าละเมิด
มาตรา 276หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ข่มขืนกระทำชำเรา
ข่มขืนโดยขู่เข็ญ ใช้กำลัง หรือผู้เสียหายขัดขืนไม่ได้ — โทษจำคุก 4–20 ปี ปรับ 80,000–400,000 บาท ถ้ามีอาวุธหรือร่วมกันหลายคนโทษหนักขึ้นถึงจำคุกตลอดชีวิต
ข่มขืนล่วงละเมิดทางเพศขู่เข็ญใช้กำลังจำคุก 4–20 ปี
มาตรา 277หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
กระทำชำเราเด็กอายุ < 15 ปี — จำคุก 5-20 ปี แม้ยินยอม
ชำเราเด็ก <15: แม้ยินยอมก็ผิด จำคุก 5-20 ปี | <13 ปี=7-20ปี/ตลอดชีวิต | ใช้กำลัง=ประหาร/ตลอดชีวิต
กระทำชำเราเด็ก15 ปียินยอม
มาตรา 278หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
กระทำอนาจารโดยขู่เข็ญหรือใช้กำลัง
ห้ามกระทำอนาจารแก่ผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ใช้กำลัง หรือทำให้เข้าใจผิด โทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี
กระทำอนาจารขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้าย
มาตรา 279หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 279 — ผู้ใดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดย
ผู้ใดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดย เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสน...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 280หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี
การกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี มีโทษจำคุก ๗-๒๐ ปี หากใช้กำลังหรือเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต
กระทำชำเราเด็กเด็กอายุไม่เกินสิบสามโทษสูงสุด
มาตรา 280/1หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 280/1 — ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘
ถ้าผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ ได้บันทึกภาพหรือเสียงการกระทำชำเราหรือการก นั้ พื่ อื่ [226] [227...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 281หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 281 — ความผิดตามมาตราดังต่อไปนี้ เป็นความผิดอันยอม ความไ
ความผิดตามมาตราดังต่อไปนี้ เป็นความผิดอันยอม ความได้ (๑) มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นการกระทำระหว่างคู่สมรส ถ้ามิได้เกิด ต่อหน้าธา...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 282หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
พาบุคคลไปเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น
ห้ามจัดหาหรือพาบุคคลไปเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น โดยมีโทษหนักขึ้นหากกระทำต่อเด็ก
ค้ามนุษย์จัดหาเพื่อสนองความใคร่ล่อลวงเด็ก
มาตรา 283หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
พาเด็กอายุ ๑๕-๑๘ ปีไปเพื่อการอนาจาร
ห้ามพาเด็กอายุ ๑๕-๑๘ ปีไปเพื่อการอนาจาร ถ้าใช้กำลังหรือขู่เข็ญโทษหนักขึ้นเป็นจำคุก ๑-๑๐ ปี
พาเด็กไปอนาจารขู่เข็ญเด็กอายุ ๑๕-๑๘ ปี
มาตรา 284หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
ดำรงชีพจากรายได้ผู้ค้าประเวณี
ห้ามดำรงชีพโดยอาศัยรายได้จากผู้ค้าประเวณี โทษจำคุก ๗-๒๐ ปี และหนักขึ้นหากกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี
ดำรงชีพค้าประเวณีแมงดารายได้ผิดกฎหมาย
มาตรา 284/1หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 284/1 — ผู้ใดคุกคามทางเพศต่อผู้อื่น ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็น
ผู้ใดคุกคามทางเพศต่อผู้อื่น ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็น ความผิดฐานอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรื...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 284/2หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 284/2 — ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๘๔/๑ เป็นการกระทำโดยอา
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๘๔/๑ เป็นการกระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำ อันเนื่องจากความ สัมพันธ์ในฐานะที่เป็น...
ความผิดจำคุกนายจ้างประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 284/3หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 284/3 — ในคดีคุกคามทางเพศ ถ้าความปรากฏแก่ศาลเอง หรือตามข้อ
ในคดีคุกคามทางเพศ ถ้าความปรากฏแก่ศาลเอง หรือตามข้อเสนอของพนักงานอัยการ โจทก์ ผู้เสียหาย หรือเจ้าพนักงาน ว่าจำเลยมี พฤติการณ์อันควร...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาเจ้าพนักงานโทษ
มาตรา 284/4หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 284/4 — ในการกระทำความผิดฐานคุกคามทางเพศตาม
ในการกระทำความผิดฐานคุกคามทางเพศตาม
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 285หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
เป็นเจ้าของหรือจัดการสถานค้าประเวณี
ห้ามเป็นเจ้าของ ผู้จัดการ หรือผู้ดูแลสถานที่ค้าประเวณี โทษจำคุก ๓-๑๕ ปี และปรับ ๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท
สถานค้าประเวณีเจ้าของซ่องโสเภณีผิดกฎหมายเพศ
มาตรา 285/1หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 285/1 — การกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๒ วร
การกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๒ วรรคสาม มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๓ ทวิ วรรคสอง หาก เป็นการกระทำต่อเด็กอายุไม่เ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 285/2หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 285/2 — ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗
ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ เป็นการกระทำ แก่บุคคลซึ่งไม่สามารถปกป...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 286หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 286 — ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ดังต่อไปนี้ ต้องระวาง โทษ
ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ดังต่อไปนี้ ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินยี่สิบปี และปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต (๑) ช่วยเหลือ ให...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 287หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
สื่อลามกอนาจาร — ทำ/แจกจ่าย/แสดง → จำคุก ≤ 3 ปี
สื่อลามก: ทำ/ขาย/แจก/แสดงสิ่งลามก → จำคุก ≤ 3 ปี | สื่อลามกเด็ก ≤ 7 ปี (ม.287/1-287/2)
สื่อลามกอนาจารเผยแพร่
มาตรา 287/1หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 287/1 — ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหา ประโยชน
ผู้ใดครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหา ประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่ เกินหน...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 287/2หมวด 12 — ความผิดเกี่ยวกับเพศ
มาตรา 287/2 — ผู้ใด (๑) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า
ผู้ใด (๑) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือ เพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 288หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ฆ่าคนโดยเจตนา — โทษสูงสุดคือประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุก 15–20 ปี โทษขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และดุลยพินิจศาล มาตรา 289 กำหนดโทษหนักขึ้นกรณีมีเหตุฉกรรจ์
ฆ่าคนฆาตกรรมประหารชีวิตจำคุกตลอดชีวิตเจตนาฆ่า
มาตรา 289หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ฆ่าโดยไตร่ตรอง / ฆ่าโดยทรมาน — ประหารชีวิต
ฆ่าโดยไตร่ตรอง/ทรมาน/เพื่อความผิดอื่น → ประหารชีวิต ≠ ม.288 ฆ่าธรรมดา (จำคุก 15-20 ปี / ตลอดชีวิต)
ฆ่าโดยไตร่ตรองประหารชีวิตทรมาน
มาตรา 290หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่เจตนาฆ่าจนถึงแก่ตาย
ผู้ที่ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่เจตนาฆ่าแต่เป็นเหตุให้ถึงแก่ตาย ต้องระวางโทษจำคุก ๓-๑๕ ปี
ทำร้ายร่างกายเหตุให้ตายไม่เจตนาฆ่าผลที่เกินเจตนา
มาตรา 291หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ประมาทจนคนตาย — จำคุก ≤ 10 ปี + ปรับ ≤ 200,000 บาท ใช้กับ: ขับรถชนคนตาย แพทย์ประมาท อุบัติเหตุจากความประมาท
ประมาทตายขับรถชนคนตายแพทย์ประมาท
มาตรา 292หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำร้ายบุคคลตามมาตรา ๒๘๙ จนถึงแก่ตาย
การทำร้ายบุคคลตามมาตรา ๒๘๙ โดยไม่เจตนาฆ่าจนถึงแก่ตาย มีโทษจำคุก ๓-๑๕ ปี
ทำร้ายบุคคลพิเศษเหตุให้ตายมาตรา ๒๘๙
มาตรา 293หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ฆ่าคนตายโดยประมาท — จำคุก ≤ 10 ปี + ปรับ ≤ 200,000
ฆ่าโดยประมาท: ไม่ตั้งใจแต่ประมาทจนคนตาย (ขับรถชนคนตาย/หมอผ่าตัดผิดพลาด) → จำคุก ≤ 10 ปี
ฆ่าโดยประมาทขับรถชนไม่ตั้งใจ
มาตรา 294หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
มาตรา 294 — ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่ส
ผู้ใดเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สาม คนขึ้นไป และบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เข้าร่วมในการนั้นหรือไม่ ถึงแก...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 295หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำร้ายร่างกาย
ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บทางกายหรือจิตใจ — โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท เป็นความผิดอันยอมความได้ หากบาดเจ็บสาหัสหรือถึงตายโทษหนักขึ้นตามมาตรา 297–300
ทำร้ายร่างกายชกต่อยทะเลาะวิวาทบาดเจ็บยอมความได้
มาตรา 296หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำร้ายร่างกายสาหัส — จำคุก 6 เดือน - 10 ปี
ทำร้ายสาหัส: ตาบอด/หูหนวก/สูญอวัยวะ/หน้าเสียโฉม/แท้ง/จิตพิการ/ทุพพลภาพ → จำคุก 6 เดือน - 10 ปี
ทำร้ายร่างกายสาหัสสูญเสียอวัยวะทุพพลภาพ
มาตรา 297หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำร้ายร่างกายสาหัส
ทำร้ายจนสาหัส เช่น ตาบอด หูหนวก อวัยวะขาด หน้าเสียโฉม หรือเจ็บป่วยเกิน 20 วัน — โทษหนักขึ้นเป็นจำคุก 6 เดือน–10 ปี ปรับ 10,000–200,000 บาท ยอมความไม่ได้
ทำร้ายสาหัสบาดเจ็บสาหัสอวัยวะพิการหน้าเสียโฉมจำคุก 10 ปี
มาตรา 298หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำร้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือผู้ไม่สามารถช่วยตนเอง
การทำร้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือผู้ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้มีโทษจำคุก ๑-๑๐ ปี และปรับ
ทำร้ายผู้ปฏิบัติหน้าที่ทำร้ายผู้ช่วยตนเองไม่ได้ทรมาน
มาตรา 299หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายโดยประมาท
การกระทำโดยประมาทให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจมีโทษ และหนักขึ้นหากเป็นอันตรายสาหัส
กระทำโดยประมาทอันตรายแก่กายอันตรายสาหัส
มาตรา 300หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ประมาท — อันตรายสาหัส
ประมาทจนคนบาดเจ็บสาหัส (ตาบอด พิการ แท้ง) — จำคุก ≤ 3 ปี
ประมาทสาหัสพิการตาบอด
มาตรา 301หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
หญิงทำให้ตนเองแท้งเกินสิบสองสัปดาห์
หญิงที่ทำให้ตนแท้งหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้แท้งขณะอายุครรภ์เกิน ๑๒ สัปดาห์ มีโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน (แก้ไข พ.ศ.๒๕๖๔)
ทำแท้งเกินสิบสองสัปดาห์ทำให้ตนเองแท้งความผิดการแท้ง
มาตรา 302หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำให้หญิงแท้งโดยไม่ยินยอม
ห้ามทำให้หญิงแท้งโดยไม่ได้รับความยินยอม โทษหนักขึ้นหากหญิงรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ตาย
ทำให้แท้งไม่ยินยอมอันตรายสาหัสจากแท้งหญิงถึงแก่ตาย
มาตรา 303หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำให้หญิงแท้งโดยยินยอมเป็นเหตุให้อันตรายสาหัสหรือตาย
การทำให้หญิงแท้งโดยได้รับความยินยอม หากเป็นเหตุให้อันตรายสาหัสหรือถึงแก่ตาย มีโทษจำคุกเพิ่มขึ้น
ทำให้แท้งโดยยินยอมอันตรายสาหัสถึงแก่ตาย
มาตรา 304หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำให้หญิงแท้งลูกโดยยินยอม
กำหนดโทษผู้ทำให้หญิงแท้งลูกโดยได้รับความยินยอม โทษหนักขึ้นหากหญิงรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย
แท้งลูกยินยอมอันตรายสาหัสทำแท้ง
มาตรา 305หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ข้อยกเว้นการทำแท้งโดยนายแพทย์
ยกเว้นความรับผิดให้นายแพทย์ที่ทำแท้งเมื่อจำเป็นเพื่อสุขภาพหญิง ครรภ์จากคดีอาญา หรืออายุครรภ์ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด
นายแพทย์ข้อยกเว้นทำแท้งอายุครรภ์คำปรึกษาทางเลือก
มาตรา 306หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ — บังคับใช้แรงงาน
บังคับให้ทำ/ไม่ทำสิ่งใดด้วยกำลัง/ขู่ — จำคุก ≤ 3 ปี ครอบคลุม: บังคับใช้แรงงาน บังคับลงนาม บังคับให้ทำสิ่งผิดกฎหมาย
บังคับขู่เข็ญเสรีภาพใช้แรงงาน3 ปี
มาตรา 307หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทอดทิ้งผู้พึ่งตนเองมิได้
ผู้มีหน้าที่ดูแลผู้ที่ช่วยตัวเองไม่ได้หากทอดทิ้งจนน่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตมีความผิดทางอาญา
ทอดทิ้งพึ่งตนเองมิได้กายพิการจิตพิการอันตรายแก่ชีวิต
มาตรา 308หมวด 13 — ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย
ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี
ผู้ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปีโดยรู้ว่าไม่มีผู้ดูแลมีความผิด โทษหนักขึ้นหากเด็กถึงแก่ความตาย
ทอดทิ้งเด็กเด็กอายุไม่เกินเก้าปีไม่มีผู้ดูแล
มาตรา 309หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หน่วงเหนี่ยว กักขัง
ข่มขืนใจ/บังคับให้ทำหรือไม่ทำสิ่งใด โดยขู่ว่าจะทำร้าย/ทำลายชื่อเสียง/ทรัพย์สิน — จำคุก ≤ 3 ปี ใช้กับกรณี: บังคับให้ลงนาม ข่มขู่ให้จ่ายเงิน หน่วงเหนี่ยว
ข่มขืนใจบังคับข่มขู่หน่วงเหนี่ยวกักขัง
มาตรา 310หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่น
หน่วงเหนี่ยว/กักขัง: ทำให้ผู้อื่นไม่มีเสรีภาพในร่างกาย — จำคุก ≤ 3 ปี ถ้าทำให้เจ็บกาย/สาหัส/ตาย โทษหนักขึ้น ม.311-312
หน่วงเหนี่ยวกักขังเสรีภาพ3 ปี
มาตรา 311หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
พรากผู้เยาว์เกินสิบห้าถึงสิบแปดปี
ผู้พรากผู้เยาว์อายุ 15-18 ปีออกจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองโดยไม่ยินยอมมีความผิดทางอาญา
พรากผู้เยาว์บิดามารดาผู้ปกครองไม่เต็มใจ
มาตรา 312หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
พรากผู้เยาว์ — พาไปจากผู้ปกครอง
พรากเด็ก ≤ 15 ปี จากพ่อแม่/ผู้ปกครอง: จำคุก 3-15 ปี + ปรับ 60,000-300,000 ถ้าเพื่ออนาจาร → ม.317 โทษหนักขึ้น
พรากผู้เยาว์เด็ก15 ปีผู้ปกครอง3-15 ปี
มาตรา 313หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
พรากเด็กโดยปราศจากเหตุอันสมควร
กำหนดโทษผู้พรากเด็กหรือผู้เยาว์ออกจากผู้ปกครองโดยปราศจากเหตุอันสมควร แยกตามช่วงอายุ
พรากเด็กปราศจากเหตุอันสมควรผู้ดูแลผู้ปกครอง
มาตรา 314หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
จัดหาบุคคลเพื่อการค้าประเวณี
ผู้จัดหา ล่อ หรือพาบุคคลไปเพื่อค้าประเวณีมีความผิดแม้บุคคลนั้นจะยินยอม โทษหนักขึ้นหากกระทำต่อเด็ก
จัดหาค้าประเวณีล่อไปสนองความใคร่
มาตรา 315หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
ข่มขืนใจเพื่อประโยชน์ทรัพย์สิน
ผู้ข่มขืนใจผู้อื่นด้วยกำลังหรือการขู่เข็ญเพื่อให้ยอมมอบประโยชน์ในทรัพย์สินมีความผิดทางอาญา
ข่มขืนใจทรัพย์สินกำลังประทุษร้ายขู่เข็ญ
มาตรา 316หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
ข่มขืนใจให้กระทำการโดยขู่เข็ญ
ผู้ข่มขืนใจผู้อื่นโดยทำให้กลัวอันตรายหรือใช้กำลัง เพื่อให้กระทำหรือไม่กระทำสิ่งใด มีความผิดทางอาญา
ข่มขืนใจกลัวอันตรายกำลังประทุษร้ายจำยอม
มาตรา 317หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น
ผู้หน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือกระทำให้ผู้อื่นสูญเสียเสรีภาพในร่างกายมีความผิดทางอาญา
หน่วงเหนี่ยวกักขังเสรีภาพในร่างกายจำกัดเสรีภาพ
มาตรา 318หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
ลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่
การลักพาตัวบุคคลเพื่อเรียกค่าไถ่มีโทษหนัก โดยเฉพาะกรณีกระทำต่อเด็ก และโทษสูงสุดหากผู้ถูกลักพาถึงแก่ความตาย
ลักพาตัวค่าไถ่เด็กประหารชีวิต
มาตรา 319หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
บังคับให้ค้าประเวณีหรือทำงาน
ผู้บังคับให้ผู้อื่นค้าประเวณีหรือทำงานโดยใช้กำลัง ขู่เข็ญ หรืออำนาจครอบงำมีความผิดทางอาญา
บังคับแรงงานค้าประเวณีกำลังประทุษร้ายขู่เข็ญอำนาจครอบงำ
มาตรา 320หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
เพิ่มโทษกรณีมีอาวุธหรือร่วมกระทำ
กำหนดโทษเพิ่มสำหรับการกระทำผิดตามมาตรา 317-319 เมื่อมีอาวุธหรือร่วมกันกระทำ และโทษสูงสุดเมื่อผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย
อาวุธร่วมกระทำเพิ่มโทษอันตรายสาหัสประหารชีวิต
มาตรา 321หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
กักขังเพื่อบังคับให้ทำงาน
ผู้กักขังหรือจำกัดเสรีภาพผู้อื่นเพื่อบังคับให้ทำงานมีความผิดทางอาญา
กักขังบังคับแรงงานเสรีภาพในร่างกายทำงาน
มาตรา 321/1หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
มาตรา 321/1 — การกระทำความผิดตามมาตรา ๓๑๒ ตรี วรรคสอง และมาตรา ๓
การกระทำความผิดตามมาตรา ๓๑๒ ตรี วรรคสอง และมาตรา ๓๑๗ หากเป็นการกระทำต่อเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี ห้ามอ้างความไม่รู้อายุ ของเด็กเพื่อ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 322หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
เปิดเผยความลับทางวิชาชีพ
เจ้าพนักงานหรือผู้ประกอบวิชาชีพที่เปิดเผยความลับของผู้อื่นจนก่อให้เกิดความเสียหายมีความผิดทางอาญา
ความลับวิชาชีพเจ้าพนักงานทนายความแพทย์เปิดเผย
มาตรา 323หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
เปิดเผยความลับจากสื่อสาร
ผู้ล่วงรู้ข้อความจากจดหมายหรือสื่อสารของผู้อื่นโดยทุจริต แล้วเปิดเผยจนก่อให้เกิดความเสียหายมีความผิด
จดหมายโทรเลขโทรศัพท์ความลับเปิดเผย
มาตรา 324หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
เปิดหรือทำลายจดหมายผู้อื่น
ผู้เปิด ทำลาย หรือซ่อนเร้นจดหมายหรือสื่อสารของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดทางอาญา
จดหมายโทรเลขเปิดทำลายซ่อนเร้น
มาตรา 325หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
เจ้าพนักงานไปรษณีย์กระทำผิด
กำหนดโทษเพิ่มขึ้นสำหรับเจ้าพนักงานไปรษณีย์ โทรเลข หรือโทรศัพท์ที่กระทำผิดตามมาตรา 322-324
เจ้าพนักงานไปรษณีย์โทรเลขโทรศัพท์ความลับ
มาตรา 326หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หมิ่นประมาท
ใส่ความคนอื่นต่อหน้าบุคคลที่สาม จนทำให้เสียชื่อเสียงหรือถูกเกลียดชัง — โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท เป็นความผิดอันยอมความได้ ครอบคลุมทั้งพูดปาก โพสต์โซเชียล และสิ่งพิมพ์
หมิ่นประมาทใส่ความเสียชื่อเสียงโพสต์โซเชียลยอมความได้
มาตรา 327หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือโฆษณา
ผู้ดูหมิ่นผู้อื่นต่อหน้าหรือผ่านการโฆษณามีความผิดทางอาญา และเป็นความผิดที่ยอมความได้
ดูหมิ่นโฆษณายอมความหมิ่นศักดิ์ศรี
มาตรา 328หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา — เพิ่มโทษ
หมิ่นประมาทด้วยสื่อ: เอกสาร ภาพ คลิป ป้าย ออนไลน์ — จำคุก ≤ 2 ปี + ปรับ ≤ 200,000 โทษหนักกว่าหมิ่นธรรมดา (ม.326 จำคุก ≤ 1 ปี)
หมิ่นประมาทโฆษณาสื่อออนไลน์2 ปี
มาตรา 329หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
แสดงความคิดเห็นโดยสุจริต — ไม่ผิดหมิ่นประมาท
ยกเว้นหมิ่นประมาท 4 กรณี: (1) ป้องกันตัว (2) เจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ (3) วิจารณ์โดยเป็นธรรม (4) รายงานข่าวจากศาล/ที่ประชุม — ต้อง "สุจริต" จริงๆ
ยกเว้นหมิ่นประมาทสุจริตวิจารณ์ป้องกันตัวแจ้งข่าว
มาตรา 330หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
กำหนดโทษสำหรับการหมิ่นประมาทผ่านสื่อโฆษณาต่าง ๆ ทั้งเอกสาร ภาพ สิ่งบันทึก และการกระจายเสียงหรือภาพ
หมิ่นประมาทโฆษณาภาพยนตร์กระจายเสียงสิ่งบันทึก
มาตรา 331หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
พิสูจน์ความจริงในคดีหมิ่นประมาท
จำเลยในคดีหมิ่นประมาทพ้นโทษได้หากพิสูจน์ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง แต่ห้ามพิสูจน์ความจริงหากเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
หมิ่นประมาทพิสูจน์ความจริงเรื่องส่วนตัวประโยชน์สาธารณะข้อต่อสู้คดี
มาตรา 332หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หมิ่นประมาทผู้ตายกระทบทายาท
การหมิ่นประมาทผู้ตายที่ทำให้ครอบครัวของผู้ตายเสียชื่อเสียงหรือถูกเกลียดชัง ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเช่นเดียวกับการหมิ่นประมาทบุคคลที่ยังมีชีวิต
หมิ่นประมาทผู้ตายเสียชื่อเสียงดูหมิ่นครอบครัวบุตร
มาตรา 333หมวด 14 — ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง
หมิ่นประมาทที่ไม่ต้องรับโทษ — พิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงและเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ไม่ผิดหมิ่นประมาท 4 กรณี: (1) ป้องกันตน (2) ปฏิบัติหน้าที่ (3) ติชมเป็นธรรม (4) รายงานข่าวศาล/ประชุม
ไม่ผิดหมิ่นประมาทสุจริตติชมประโยชน์สาธารณะ
มาตรา 334หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ลักทรัพย์
ลักทรัพย์: เอาของผู้อื่นไปโดยทุจริต — จำคุก ≤ 3 ปี + ปรับ ≤ 60,000 บาท ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน/ทำลายสิ่งกีดขั้น/ใช้รถ/3 คนขึ้นไป → ม.335 โทษหนักขึ้น
ลักทรัพย์ขโมยทุจริตเอาของ
มาตรา 335หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ลักทรัพย์เพิ่มโทษ — กลางคืน/อาวุธ/2 คนขึ้นไป
ลักทรัพย์เพิ่มโทษ 8 กรณี: กลางคืน ทำลายกุญแจ ปลอมตัว มีอาวุธ 2 คนขึ้นไป ในบ้าน — จำคุก 1-5 ปี
ลักทรัพย์กลางคืนอาวุธเคหสถานเพิ่มโทษ
มาตรา 336หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ลักทรัพย์มีเหตุฉกรรจ์หลายประการ
การลักทรัพย์ที่มีเหตุฉกรรจ์ เช่น กระทำในเวลากลางคืน มีอาวุธ ร่วมกันตั้งแต่สองคน หรือในเคหสถาน มีโทษจำคุกหนึ่งถึงห้าปีและปรับ
ลักทรัพย์เหตุฉกรรจ์กลางคืนอาวุธเคหสถาน
มาตรา 337หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
กรรโชกทรัพย์
ขู่ว่าจะทำร้ายชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือชื่อเสียง เพื่อบังคับให้ยกทรัพย์สินให้ — โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ต่างจากฉ้อโกงตรงที่ใช้การขู่ ไม่ใช่การหลอก
กรรโชกขู่กรรโชกขู่เอาทรัพย์ข่มขู่จำคุก 5 ปี
มาตรา 338หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ชิงทรัพย์ — ลักทรัพย์ + ใช้กำลังประทุษร้าย → จำคุก 5-10 ปี
ชิงทรัพย์: ลักทรัพย์+ใช้กำลัง/ขู่ → จำคุก 5-10 ปี + ปรับ | มีอาวุธ=7-15ปี | เป็นเหตุตาย=ประหาร/ตลอดชีวิต
ชิงทรัพย์กำลังประทุษร้ายลักทรัพย์
มาตรา 339หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ปล้นทรัพย์ — ชิงทรัพย์โดย 3 คนขึ้นไป
ปล้นทรัพย์ = ชิงทรัพย์ 3 คนขึ้นไป — จำคุก 10-15 ปี ถ้าคนเจ็บสาหัส = จำคุกตลอดชีวิต/15-20 ปี ถ้าคนตาย = ประหารชีวิต
ปล้นทรัพย์3 คนชิงทรัพย์ประหารชีวิต10-15 ปี
มาตรา 340หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ชิงทรัพย์ — ลักทรัพย์ + ใช้กำลัง
ชิงทรัพย์ = ลักทรัพย์ + ใช้กำลัง/ขู่ — จำคุก 5-10 ปี ถ้ามีอาวุธ/ทำร้าย → ปล้นทรัพย์ โทษหนักขึ้น
ชิงทรัพย์ใช้กำลังขู่เข็ญ5-10 ปี
มาตรา 341หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ฉ้อโกง
หลอกลวงด้วยข้อมูลเท็จหรือปิดบังความจริง จนได้ทรัพย์สินไป — โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท ครอบคลุมโกงออนไลน์ แชร์ลูกโซ่ หลอกขายสินค้า ปลอมเอกสาร
ฉ้อโกงหลอกลวงโกงออนไลน์แชร์ลูกโซ่ข้อมูลเท็จจำคุก 3 ปี
มาตรา 342หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น/อ้างเอกสารปลอม — จำคุก ≤ 5 ปี
ฉ้อโกงฉกรรจ์: แสดงเป็นคนอื่น/หลอกเด็ก/หลอกคนอ่อนแอ → จำคุก ≤ 5 ปี (หนักกว่า ม.341 ฉ้อโกงธรรมดา ≤ 3 ปี)
ฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่นเด็ก
มาตรา 343หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ฉ้อโกงประชาชน
ฉ้อโกงประชาชน: หลอกลวงด้วยโฆษณา/แชร์ลูกโซ่/หลอกลงทุน — จำคุก ≤ 5 ปี โทษหนักกว่าฉ้อโกงธรรมดา
ฉ้อโกงประชาชนแชร์ลูกโซ่หลอกลงทุนโฆษณา
มาตรา 344หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
มาตรา 344 — ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ ป
ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงบุคคลตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้ ประกอบการงานอย่างใด ๆ ให้แก่ตนหรือให้แก่บุคคลที่สาม โดยจะไม่ใช้ค่าแรงงานหรือค่า จ...
ความผิดค่าจ้างจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 345หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ฉ้อโกงประชาชนและกระทำเป็นปกติธุระ
ฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดความจริงต่อสาธารณะ มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และหากกระทำเป็นปกติธุระโทษหนักขึ้นถึงสิบปี
ฉ้อโกงประชาชนแสดงข้อความเท็จปกปิดความจริงปกติธุระหลอกลวง
มาตรา 346หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
หลอกลวงแรงงานสิบคนขึ้นไป
ผู้ที่หลอกลวงให้คนตั้งแต่สิบคนขึ้นไปทำงานโดยไม่ชำระค่าจ้างหรือชำระต่ำกว่าที่ตกลง มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับ
หลอกลวงแรงงานค่าแรงงานค่าจ้างสิบคนทุจริต
มาตรา 347หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
โกงค่าที่พักร้านอาหารโรงแรม
การใช้บริการโรงแรมหรือร้านอาหารโดยรู้ว่าตนจะไม่ชำระเงิน เป็นความผิดมีโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท
โกงค่าที่พักโรงแรมร้านอาหารค่าบริการไม่ชำระ
มาตรา 348หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ฉ้อโกงผู้บกพร่องทางจิตหรือสติ
การฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นหรืออาศัยความบกพร่องทางจิตของผู้เสียหาย มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ฉ้อโกงแสดงตนเป็นบุคคลอื่นเบาปัญญาจิตอ่อนแอหลอกลวง
มาตรา 349หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
โกงเจ้าหนี้ — ย้าย ซ่อน โอน ทรัพย์เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้ → จำคุก ≤ 2 ปี
โกงเจ้าหนี้: ย้าย/ซ่อน/โอน/ทำลายทรัพย์ที่เป็นหลักประกัน → จำคุก ≤ 2 ปี เป็นความผิดยอมความได้
โกงเจ้าหนี้จำนำหลักประกัน
มาตรา 350หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
โกงเจ้าหนี้ซ่อนเร้นหรือโอนทรัพย์
การซ่อนเร้น โอน หรือแกล้งทำให้มีหนี้เพื่อให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้ที่จะใช้สิทธิทางศาล มีโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับ
โกงเจ้าหนี้ซ่อนเร้นทรัพย์โอนทรัพย์สิทธิเรียกร้องแกล้งเป็นหนี้
มาตรา 351หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
มาตรา 351 — ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ หมวด ๕ คว
ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ หมวด ๕ ความผิดฐานยักยอก
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับยอมความเจตนาโทษ
มาตรา 352หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ยักยอกทรัพย์
ครอบครองทรัพย์คนอื่นอยู่ก่อนแล้วเอาเป็นของตนโดยทุจริต เช่น ลูกจ้างเบียดบังเงินนายจ้าง รับฝากของแล้วเอาไปขาย — โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท ยอมความได้
ยักยอกเบียดบังทรัพย์ลูกจ้างโกงรับฝากแล้วเอายอมความได้
มาตรา 353หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ยักยอกทรัพย์ที่ส่งมอบผิดพลาด
ได้รับทรัพย์ส่งมอบผิด/ทรัพย์จากความผิด แล้วเบียดบังเอาเป็นของตน — จำคุก ≤ 5 ปี โทษหนักกว่ายักยอกธรรมดา (ม.352 จำคุก ≤ 3 ปี)
ยักยอกส่งมอบผิดทรัพย์ได้มาจากความผิด5 ปี
มาตรา 354หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ยักยอก
ยักยอก: ได้รับมอบทรัพย์ แล้วเบียดบังเอาเป็นของตน — จำคุก ≤ 3 ปี ต่างจากลักทรัพย์ตรงที่ครอบครองอยู่แล้ว
ยักยอกเบียดบังครอบครองทุจริต
มาตรา 355หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ยักยอกโดยผู้จัดการทรัพย์ผู้อื่น
การยักยอกโดยผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือพินัยกรรม มีโทษหนักขึ้นถึงจำคุกห้าปีและปรับหนึ่งแสนบาท
ยักยอกผู้จัดการทรัพย์สินคำสั่งศาลพินัยกรรมตัวแทน
มาตรา 356หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ยักยอกทรัพย์ที่มีเจ้าของรวม
การเบียดบังเอาทรัพย์ที่ตนครอบครองซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือมีเจ้าของร่วม เป็นความผิดยักยอกมีโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับ
ยักยอกเบียดบังเจ้าของรวมครอบครองทรัพย์ทุจริต
มาตรา 357หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
รับของโจร — รับทรัพย์ที่ได้มาจากความผิด
รับของโจร: ซื้อ/รับ/ซ่อน/จำหน่ายทรัพย์ที่ได้มาจากความผิด — จำคุก ≤ 5 ปี ต้อง "รู้" ว่าเป็นของโจร ถ้าไม่รู้ = ไม่ผิด
รับของโจรซื้อของโจรซ่อนเร้นทรัพย์จากความผิด5 ปี
มาตรา 358หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ทำให้เสียทรัพย์
ทำลาย ทำเสียหาย หรือทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นไร้ประโยชน์ เช่น ขีดข่วนรถ ทุบกระจก เผาของ — โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท เป็นความผิดอันยอมความได้
ทำให้เสียทรัพย์ทุบทำลายขีดข่วนรถทำลายทรัพย์สินยอมความได้
มาตรา 359หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ทำเสียหายทรัพย์สาธารณูปโภคนายจ้าง
การทำให้เสียหายทรัพย์ที่ใช้ในสาธารณูปโภค ทรัพย์สาธารณประโยชน์ หรือทรัพย์สินของนายจ้าง มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับ
ทำให้เสียทรัพย์สาธารณูปโภคทรัพย์สินนายจ้างสาธารณประโยชน์เครื่องจักร
มาตรา 360หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ทำเสียหายทรัพย์ใช้สาธารณประโยชน์
การทำให้เสียหายหรือทำลายทรัพย์สาธารณะหรือทรัพย์ของนายจ้าง มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ทำให้เสียทรัพย์สาธารณประโยชน์นายจ้างทำลายทรัพย์สาธารณะ
มาตรา 361หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ทำให้เสียหายทรัพย์ของผู้อื่น
การทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย ทำลาย หรือเสื่อมค่า มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีและปรับ และเป็นความผิดที่ยอมความได้
ทำให้เสียทรัพย์ทำลายทรัพย์ยอมความได้เสื่อมค่าไร้ประโยชน์
มาตรา 362หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
บุกรุกอสังหาริมทรัพย์
บุกรุกที่ดิน/บ้านผู้อื่น — จำคุก ≤ 1 ปี ยอมความได้ ต่างจาก ม.364 บุกรุกเคหสถาน
บุกรุกที่ดินอสังหาริมทรัพย์ยึดครอง
มาตรา 363หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
บุกรุกอสังหาริมทรัพย์เพื่อครอบครอง
การบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อครอบครองหรือหาประโยชน์ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ครอบครองเข้าที่ดินเอาประโยชน์
มาตรา 364หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
บุกรุกอสังหาริมทรัพย์
เข้าไปในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อยึดครองหรือรบกวน — โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ใช้บ่อยในข้อพิพาทที่ดินและกรณีไม่ยอมออกจากบ้าน
บุกรุกเข้าที่ดินคนอื่นรบกวนครอบครองข้อพิพาทที่ดินไม่ยอมออกจากบ้าน
มาตรา 365หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
บุกรุกมีเหตุฉกรรจ์ใช้กำลังหรืออาวุธ
การบุกรุกที่มีเหตุฉกรรจ์ เช่น ใช้กำลัง อาวุธ ร่วมกันสองคนขึ้นไป หรือในเวลากลางคืน มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับ
บุกรุกเหตุฉกรรจ์กำลังประทุษร้ายอาวุธกลางคืนร่วมกันกระทำ
มาตรา 366หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
มาตรา 366 — ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา ๓๖๕ เป็น คว
ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา ๓๖๕ เป็น ความผิดอันยอมความได้ ลักษณะ ๑๓ ความผิดเกี่ยวกับศพ
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับยอมความเจตนาโทษ
มาตรา 366/1หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ทำลายซ่อนเร้นศพปกปิดการตาย
การทำลาย ซ่อนเร้น ทอดทิ้ง หรือย้ายศพเพื่อปกปิดการตายหรือสาเหตุของการตาย มีโทษจำคุกหนึ่งถึงห้าปีและปรับ
ปกปิดการตายซ่อนเร้นศพทำลายศพย้ายศพสาเหตุการตาย
มาตรา 366/2หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ซ่อนเร้นส่วนของศพปกปิดสาเหตุ
การซ่อนเร้นหรือทำลายศพหรือส่วนของศพเพื่อปกปิดการตายหรือสาเหตุ มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีและปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ซ่อนเร้นศพส่วนของศพปกปิดสาเหตุตายย้ายศพทำลายหลักฐาน
มาตรา 366/3หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ดูหมิ่นหรือกระทำอนาจารต่อศพ
การกระทำที่เป็นการดูหมิ่นหรืออนาจารต่อศพ มีโทษจำคุกสามเดือนถึงสองปีและปรับห้าพันถึงสี่หมื่นบาท
ดูหมิ่นศพกระทำอนาจารศพละเมิดศพความผิดต่อศพ
มาตรา 366/4หมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
ลักศพหรือลักทรัพย์จากศพ
การลักศพ ส่วนของศพ หรือทรัพย์สินจากศพไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายหรือเครื่องประดับ มีโทษจำคุกสามเดือนถึงสองปีและปรับ
ลักศพลักทรัพย์จากศพเครื่องประดับศพส่วนของศพความผิดต่อศพ
มาตรา 367หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ลหุโทษ — ความผิดเล็กน้อย โทษปรับ ≤ 10,000 หรือจำคุก ≤ 1 เดือน
ลหุโทษ: ความผิดเล็กน้อย ปรับ ≤10,000 / จำคุก ≤1เดือน อายุความ 1 ปี ไม่มีประวัติอาชญากรรม
ลหุโทษเมาสุราส่งเสียงดังปรับ
มาตรา 368หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ขัดขืนหมายเรียก/คำสั่งเจ้าพนักงาน
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน (เช่น ไม่ไปตามหมายเรียก ไม่ไปให้ปากคำ): จำคุก ≤ 10 วัน / ปรับ ≤ 5,000 — ลหุโทษ
ขัดขืนหมายเรียกคำสั่งเจ้าพนักงานลหุโทษ
มาตรา 369หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ทำให้เสียหายทรัพย์ราคาไม่เกินพันบาท
ผู้ใดทำลายหรือทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายซึ่งมีราคาไม่เกินหนึ่งพันบาท มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ถือเป็นความผิดลหุโทษ
ทำให้เสียหายทำลายทรัพย์ทรัพย์ราคาน้อยลหุโทษปรับหมื่นบาท
มาตรา 370หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นโดยไม่มีเหตุ
ผู้ใดส่งเสียงดังหรือก่อความอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควรจนเป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้อื่น มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ส่งเสียงดังความอื้ออึงรบกวนเดือดร้อนลหุโทษ
มาตรา 371หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ส่งเสียงดังรบกวน
ส่งเสียงดัง/อื้ออึงจนคนเดือดร้อน — ปรับ ≤ 1,000 บาท
เสียงดังอื้ออึงเดือดร้อนลหุโทษ
มาตรา 372หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
มาตรา 372 — ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะหรือ สาธารณส
ผู้ใดทะเลาะกันอย่างอื้ออึงในทางสาธารณะหรือ สาธารณสถาน หรือกระทำโดยประการอื่นใดให้เสียความสงบเรียบร้อยในทางสาธารณะ หรือสาธารณสถาน ต...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 373หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ปล่อยสัตว์เที่ยวในที่สาธารณะโดยไม่มีคนคุม
ผู้ใดปล่อยสัตว์ให้เที่ยวไปในทางสาธารณะหรือที่สาธารณสถานโดยไม่มีคนคุม มีโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
ปล่อยสัตว์ทางสาธารณะที่สาธารณสถานไม่มีคนคุมลหุโทษ
มาตรา 374หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ทิ้งซากสัตว์หรือสิ่งโสโครกในที่สาธารณะ
ผู้ใดทิ้งซากสัตว์ สิ่งหมักหมม หรือสิ่งโสโครกในถนนสาธารณะ ทางน้ำสาธารณะ หรือที่สาธารณสถาน มีโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
ทิ้งขยะซากสัตว์สิ่งหมักหมมสิ่งโสโครกถนนสาธารณะลหุโทษ
มาตรา 375หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
เมาสุราครองสติไม่ได้อยู่ในที่สาธารณะ
ผู้ใดเมาสุราจนครองสติไม่ได้และอยู่ในถนนสาธารณะหรือที่สาธารณสถาน มีโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
เมาสุราครองสติไม่ได้ถนนสาธารณะที่สาธารณสถานลหุโทษ
มาตรา 376หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ปล่อยสัตว์ดุร้ายในทางสาธารณะโดยไม่ระวัง
ผู้ใดปล่อยสัตว์ดุร้ายหรือสัตว์อันตรายไปโดยไม่ระวัง มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หากเป็นสุนัขดุร้ายก็มีโทษเช่นเดียวกัน
สัตว์ดุร้ายสุนัขดุปล่อยสัตว์อันตรายทางสาธารณะลหุโทษ
มาตรา 377หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
เล่นดอกไม้เพลิงในที่สาธารณะโดยไม่ระวัง
ผู้ใดเล่นดอกไม้เพลิงในถนนสาธารณะหรือที่สาธารณสถานโดยไม่ระมัดระวัง มีโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
ดอกไม้เพลิงถนนสาธารณะที่สาธารณสถานไม่ระมัดระวังลหุโทษ
มาตรา 378หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
มาตรา 378 — ผู้ใดเสพสุราหรือของเมาอย่างอื่น จนเป็นเหตุให้ตนเมา
ผู้ใดเสพสุราหรือของเมาอย่างอื่น จนเป็นเหตุให้ตนเมา ประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในถนนสาธารณะ หรือสาธารณสถาน ต้อง ระวางโทษ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 379หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นอันตราย
ผู้ใดทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับก่อให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ถือเป็นความผิดลหุโทษ
ทำร้ายไม่ถึงกับเป็นอันตรายอันตรายแก่กายลหุโทษปรับหมื่นบาท
มาตรา 380หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
แต่งเครื่องแบบแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน
ผู้ใดแต่งเครื่องแบบหรือใช้ยศตำแหน่งที่ไม่มีสิทธิใช้เพื่อแอบอ้างว่าตนเป็นเจ้าพนักงาน มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
เครื่องแบบยศตำแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์แอบอ้างเจ้าพนักงานลหุโทษ
มาตรา 381หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ทำให้เสียทรัพย์ — มูลค่าไม่เกิน 1,000 บาท
ทำให้เสียทรัพย์มูลค่า ≤ 1,000 บาท = ลหุโทษ จำคุก ≤ 1 เดือน / ปรับ ≤ 10,000 ถ้าเกิน 1,000 → ม.358 จำคุก ≤ 3 ปี
ทำให้เสียทรัพย์ลหุโทษ1000 บาททำลาย
มาตรา 382หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ขู่เข็ญทำให้ผู้อื่นเกิดความตกใจกลัว
ผู้ใดขู่เข็ญหรือกระทำการใดให้ผู้อื่นเกิดความตกใจกลัว มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ถือเป็นความผิดลหุโทษ
ขู่เข็ญตกใจกลัวคุกคามลหุโทษ
มาตรา 383หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
เมาสุราก่อภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน
ผู้ใดเมาสุราจนครองสติไม่ได้แล้วก่อภยันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และหากเป็นผู้เมาเป็นอาจิณ ศาลอาจสั่งให้รักษาในสถานพยาบาล
เมาสุราภยันตรายครองสติไม่ได้สถานพยาบาลเมาเป็นอาจิณลหุโทษ
มาตรา 384หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ใช้รถยนต์หรือจักรยานไม่จดทะเบียน
ผู้ใดใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถจักรยานในทางสาธารณะโดยไม่จดทะเบียนหรือไม่มีเครื่องหมายตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
รถยนต์รถจักรยานยนต์รถจักรยานไม่จดทะเบียนเครื่องหมายลหุโทษ
มาตรา 385หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
จูงสัตว์หรือขับรถกลางคืนโดยไม่มีไฟ
ผู้ใดจูงสัตว์หรือขับยานพาหนะในทางสาธารณะเวลากลางคืนโดยไม่มีไฟหรือเครื่องสัญญาณ มีโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
จูงสัตว์ขับรถกลางคืนไม่มีไฟเครื่องสัญญาณลหุโทษ
มาตรา 386หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ละเลยหน้าที่แจ้งเกิดหรือแจ้งตาย
ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องแจ้งการเกิด การตาย หรือเรื่องอื่นต่อเจ้าพนักงาน แต่ละเลยไม่ปฏิบัติ มีโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
แจ้งเกิดแจ้งตายหน้าที่แจ้งเจ้าพนักงานละเลยลหุโทษ
มาตรา 387หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งป้องกันโรคระบาด
ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่สั่งการเพื่อป้องกันหรือระงับโรคระบาด มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
โรคระบาดคำสั่งเจ้าพนักงานข้อบังคับระเบียบป้องกันโรคลหุโทษ
มาตรา 388หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ใช้ชื่อหรือนามแฝงหลอกให้เชื่อว่าเป็นคนอื่น
ผู้ใดใช้ชื่อหรือนามแฝงเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าตนเป็นบุคคลอื่น มีโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
ชื่อปลอมนามแฝงหลอกลวงแอบอ้างตัวตนลหุโทษ
มาตรา 389หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ใช้ตำแหน่งยศหรือปริญญาโดยไม่มีสิทธิ
ผู้ใดใช้ตำแหน่ง ยศ ปริญญา หรือวิทยฐานะที่ตนไม่มีสิทธิใช้ มีโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
ตำแหน่งปลอมยศปริญญาวิทยฐานะไม่มีสิทธิลหุโทษ
มาตรา 390หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย
ประมาททำให้คนอื่นบาดเจ็บ (ไม่จงใจ) — จำคุก ≤ 1 เดือน / ปรับ ≤ 10,000 บาท ใช้กับอุบัติเหตุรถชน ทำของตกใส่คน ฯลฯ
ประมาทอันตรายแก่กายอุบัติเหตุไม่จงใจ
มาตรา 391หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
มาตรา 391 — ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เ
ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิด อันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ...
ความผิดจำคุกประมวลกฎหมายอาญาประหารปรับเจตนาโทษ
มาตรา 392หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ลักทรัพย์ราคาไม่เกินหนึ่งพันบาท
การลักทรัพย์ที่มีราคาไม่เกินหนึ่งพันบาทเป็นความผิดลหุโทษ มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ลักทรัพย์ราคาน้อยไม่เกินพันบาทลหุโทษปรับหมื่นบาท
มาตรา 393หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ดูหมิ่นซึ่งหน้า — ลหุโทษ
ดูหมิ่นซึ่งหน้า: ด่า/เหยียดหยาม/ดูถูกต่อหน้า — จำคุก ≤ 1 เดือน / ปรับ ≤ 10,000 ต่างจากหมิ่นประมาท (ม.326) ที่เป็นการใส่ความ
ดูหมิ่นซึ่งหน้าด่าเหยียดหยามลหุโทษ
มาตรา 394หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
เก็บของหายราคาเกินห้าร้อยบาทไม่ส่งคืน
ผู้ใดเก็บได้ทรัพย์สินหายที่มีราคาเกินห้าร้อยบาทแล้วไม่คืนเจ้าของหรือไม่ส่งให้เจ้าพนักงาน มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ของหายทรัพย์สินหายเก็บได้ไม่ส่งคืนเจ้าพนักงานลหุโทษ
มาตรา 395หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ฉ้อโกงทรัพย์ราคาไม่เกินหนึ่งพันบาท
การฉ้อโกงที่ทรัพย์สินหรือประโยชน์ที่ได้รับมีราคาไม่เกินหนึ่งพันบาท ถือเป็นความผิดลหุโทษ มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ฉ้อโกงมูลค่าน้อยไม่เกินพันบาทลหุโทษปรับหมื่นบาท
มาตรา 396หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ยักยอกทรัพย์มูลค่าไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรานี้บัญญัติให้การยักยอกทรัพย์สินที่มีมูลค่าไม่เกินหนึ่งพันบาทเป็นความผิดลหุโทษ โดยมีโทษปรับสูงสุดหนึ่งหมื่นบาท
ยักยอกลหุโทษทรัพย์สินปรับหนึ่งพันบาท
มาตรา 397หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล
มาตรานี้กำหนดให้การกระทำที่ควรขายหน้าต่อหน้าสาธารณชน เช่น การเปลือยกายหรือกระทำการลามกอนาจาร เป็นความผิดลหุโทษ มีโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
ลามกอนาจารเปลือยกายธารกำนัลลหุโทษปรับควรขายหน้า
มาตรา 398หมวด 16 — ความผิดลหุโทษ
ทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ
ทะเลาะ/ต่อสู้กันในที่สาธารณะ — ปรับ ≤ 5,000 บาท ใช้กับ: ตีกันในห้าง ทะเลาะกันบนถนน
ทะเลาะต่อสู้ที่สาธารณะลหุโทษ5000
มาตรา 336 ทวิหมวด 15 — ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์
วิ่งราวทรัพย์และเหตุฉกรรจ์
วิ่งราวทรัพย์คือการลักทรัพย์โดยฉกฉวยต่อหน้า มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และหากเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตายจะมีโทษหนักขึ้นตามลำดับ
วิ่งราวทรัพย์ฉกฉวยอันตรายสาหัสถึงแก่ความตายลักทรัพย์