มาตรา 1หมวด 1 — หลักทั่วไป
คำนิยาม วิ.อาญา — ศาล ผู้ต้องหา จำเลย ผู้เสียหาย
นิยาม: ผู้ต้องหา=ยังไม่ถูกฟ้อง | จำเลย=ถูกฟ้องแล้ว | ผู้เสียหาย=ได้รับความเสียหาย | โจทก์=อัยการ/ผู้เสียหาย
คำนิยามผู้ต้องหาจำเลยผู้เสียหาย
มาตรา 2หมวด 1 — หลักทั่วไป
นิยาม — ผู้ต้องหา จำเลย ผู้เสียหาย คำร้องทุกข์
นิยามสำคัญในคดีอาญา: ผู้ต้องหา=ยังไม่ถูกฟ้อง, จำเลย=ถูกฟ้องแล้ว, ผู้เสียหาย=ผู้ได้รับความเสียหาย, คำร้องทุกข์=แจ้งความโดยมีเจตนาให้ลงโทษ (ต่างจาก 'แจ้งเหตุ' ที่ไม่ระบุเจตนาให้ลงโทษ)
ผู้ต้องหาจำเลยผู้เสียหายคำร้องทุกข์แจ้งความพนักงานสอบสวน
มาตรา 3หมวด 1 — หลักทั่วไป
ผู้ต้องหา/จำเลยได้รับการสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ — จนกว่าศาลพิพากษา
สันนิษฐานบริสุทธิ์ (Presumption of Innocence): ผู้ต้องหา/จำเลย=บริสุทธิ์จนกว่าศาลพิพากษา ภาระพิสูจน์=โจทก์
สันนิษฐานบริสุทธิ์Presumption of Innocenceโจทก์พิสูจน์
มาตรา 4หมวด 1 — หลักทั่วไป
ผู้เสียหาย — บุคคลผู้ได้รับความเสียหายจากความผิด + ผู้จัดการแทน
ผู้จัดการแทนผู้เสียหาย: ตาย/บาดเจ็บ → พ่อแม่/ลูก/สามีภริยา จัดการแทนได้ ร้องทุกข์/ฟ้อง/ถอนฟ้อง
ผู้จัดการแทนผู้เสียหายบุพการีสืบสันดาน
มาตรา 5หมวด 1 — หลักทั่วไป
ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องคดีอาญาเอง — ไม่ต้องรอตำรวจ/อัยการ
สิทธิฟ้องอาญา: อัยการ หรือ ผู้เสียหายฟ้องเองได้ ไม่ต้องรอตำรวจ/อัยการ (ฟ้องตรงศาลได้)
สิทธิฟ้องอาญาผู้เสียหายอัยการ
มาตรา 6หมวด 1 — หลักทั่วไป
คำร้องทุกข์ — ผู้เสียหายแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้ทำผิด
คำร้องทุกข์: ผู้เสียหายแจ้งเจ้าหน้าที่+ประสงค์ให้ลงโทษ ≠ คำกล่าวโทษ(คนอื่นแจ้ง) ≠ แจ้งความ(แจ้งเหตุ)
คำร้องทุกข์ผู้เสียหายแจ้งเจ้าหน้าที่
มาตรา 7หมวด 1 — หลักทั่วไป
เขตอำนาจสอบสวน — ที่ที่ความผิดเกิด
เขตอำนาจสอบสวน: (1) ที่เกิดเหตุ (2) ที่อยู่/ถูกจับ (3) ที่สอบสวนก่อน — แจ้งความได้ทุกสถานีตำรวจ แต่สอบสวนโดยท้องที่ที่เกิดเหตุเป็นหลัก
เขตอำนาจสอบสวนท้องที่ที่เกิดเหตุ
มาตรา 7/1หมวด 1 — หลักทั่วไป
สิทธิผู้ถูกจับในชั้นควบคุมตัว
ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีสิทธิแจ้งญาติทันที พบทนายความเป็นการส่วนตัว รับการเยี่ยมจากญาติ และรับการรักษาพยาบาล มาตรานี้คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในชั้นควบคุมตัว
สิทธิผู้ถูกจับทนายความการสอบสวนญาติการรักษาพยาบาล
มาตรา 8หมวด 1 — หลักทั่วไป
ห้ามดำเนินคดีซ้ำ — คดีถึงที่สุดแล้วจะฟ้องอีกไม่ได้
ห้ามฟ้องซ้ำอาญา: คดีถึงที่สุด(ศาลตัดสินเด็ดขาด)→ฟ้องอีกไม่ได้ (Double Jeopardy/Ne Bis In Idem)
ฟ้องซ้ำถึงที่สุดDouble Jeopardy
มาตรา 9หมวด 1 — หลักทั่วไป
อำนาจอัยการสั่งไม่ฟ้อง — ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายฟ้องเอง
อัยการสั่งไม่ฟ้อง: ผู้เสียหายยังฟ้องเองได้ สิทธิฟ้องไม่ระงับ ≠ ม.29(สิทธิฟ้องระงับ=ตาย/ยอมความ)
สั่งไม่ฟ้องผู้เสียหายฟ้องเองอัยการ
มาตรา 10หมวด 1 — หลักทั่วไป
ตำรวจ/อัยการไม่ดำเนินคดี — ผู้เสียหายร้องต่อศาล
อัยการไม่ฟ้อง: ร้องเรียนอธิบดีกรมอัยการ หรือ ฟ้องศาลเอง ทั้ง 2 ทางทำได้พร้อมกัน
อัยการไม่ฟ้องร้องเรียนฟ้องเอง
มาตรา 11หมวด 1 — หลักทั่วไป
สิทธิผู้ต้องหา/จำเลย — แจ้งข้อหา มีทนาย พบญาติ
สิทธิผู้ต้องหา: แจ้งข้อหา/มีทนาย/พบญาติ/รักษาพยาบาล/ร้องเรียน รัฐธรรมนูญ+วิ.อาญาคุ้มครอง
สิทธิผู้ต้องหาแจ้งข้อหาทนายเยี่ยม
มาตรา 12หมวด 1 — หลักทั่วไป
คำกล่าวโทษ — บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เสียหายแจ้งเจ้าหน้าที่
คำกล่าวโทษ: คนอื่น(ไม่ใช่ผู้เสียหาย)แจ้งเจ้าหน้าที่ ≠ คำร้องทุกข์(ผู้เสียหายแจ้ง+ประสงค์ลงโทษ)
คำกล่าวโทษบุคคลอื่นไม่ใช่ผู้เสียหาย
มาตรา 13หมวด 1 — หลักทั่วไป
ถอนคำร้องทุกข์ — ถอนได้ก่อนศาลพิพากษา คดียอมความระงับ
ถอนคำร้องทุกข์: ถอนได้ทุกเวลาก่อนคดีถึงที่สุด→สิทธิฟ้องระงับ(เฉพาะคดียอมความ) ≠ ถอนฟ้อง(ม.34)
ถอนคำร้องทุกข์คดียอมความสิทธิฟ้องระงับ
มาตรา 14หมวด 1 — หลักทั่วไป
ร้องทุกข์ — ผู้เสียหายแจ้งเจ้าหน้าที่ว่ามีผู้กระทำผิด
ร้องทุกข์: แจ้งความร้องทุกข์ต้องมี ชื่อ/เรื่อง/ความประสงค์ให้ลงโทษ ≠ กล่าวโทษ(คนอื่นแจ้ง ไม่ใช่ผู้เสียหาย)
ร้องทุกข์แจ้งความผู้เสียหาย
มาตรา 15หมวด 1 — หลักทั่วไป
อำนาจหน้าที่ตำรวจ/อัยการ ในคดีอาญา
แบ่งอำนาจ: ตำรวจ = สอบสวน / อัยการ = สั่งฟ้อง-ไม่ฟ้อง+เป็นโจทก์ในศาล / ศาล = พิจารณาพิพากษา — หลักแบ่งแยกอำนาจในคดีอาญา
ตำรวจอัยการสอบสวนฟ้องอำนาจหน้าที่
มาตรา 16หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
พนักงานฝ่ายปกครอง/ตำรวจ — มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
สืบสวน vs สอบสวน: สืบสวน=หาข้อเท็จจริง(ตำรวจทุกคนทำได้) สอบสวน=รวบรวมหลักฐาน(เฉพาะ ส.ส.)
สืบสวนสอบสวนพนักงานสอบสวน
มาตรา 17หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
พนักงานสอบสวน — ตำรวจท้องที่เกิดเหตุเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
พนักงานสอบสวน: ตำรวจท้องที่เกิดเหตุ=ผู้รับผิดชอบ สืบสวน≠สอบสวน (สืบสวน=หาข้อเท็จจริง สอบสวน=รวบรวมพยานหลักฐาน)
พนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุสืบสวน
มาตรา 18หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
อำนาจศาลในคดีอาญา — เขตอำนาจศาล
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 ชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตน
เขตอำนาจศาลที่เกิดเหตุที่อยู่จำเลยที่จับ
มาตรา 19หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
เขตอำนาจสอบสวน — ท้องที่ที่ความผิดเกิด ผู้ต้องหาอยู่ หรือถูกจับ
เขตสอบสวน: ท้องที่เกิดเหตุ/ผู้ต้องหาอยู่/ถูกจับ ทำผิดหลายท้องที่→แจ้งที่ไหนก็ได้
เขตสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ
มาตรา 20หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
อัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบคดีพิเศษ — ยาเสพติด/ค้ามนุษย์/ข้ามชาติ
อัยการสูงสุด: รับผิดชอบคดีพิเศษ (ความมั่นคง/ข้ามเขต/หลายศาล) มอบหมาย ส.ส./อัยการได้
อัยการสูงสุดคดีพิเศษความมั่นคง
มาตรา 21หมวด 1 — หลักทั่วไป
เขตอำนาจพนักงานสอบสวนรับผิดชอบคดี
พนักงานสอบสวนในเขตที่ความผิดเกิดมีหน้าที่รับผิดชอบการสอบสวน แต่หากมีเหตุจำเป็นอาจให้พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่ผู้ต้องหาอยู่หรือถูกจับรับดำเนินการแทนได้
พนักงานสอบสวนเขตอำนาจการสอบสวนความรับผิดชอบ
มาตรา 21/1หมวด 1 — หลักทั่วไป
ผู้บัญชาการชี้ขาดพนักงานสอบสวนรับผิดชอบ
หากไม่แน่ชัดว่าพนักงานสอบสวนคนใดรับผิดชอบคดีในจังหวัดหรือกองบัญชาการเดียวกัน ให้ผู้บัญชาการชี้ขาด และการรอคำสั่งไม่เป็นเหตุให้งดสอบสวน
ผู้บัญชาการชี้ขาดพนักงานสอบสวนกองบัญชาการ
มาตรา 22หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
เขตอำนาจศาลอาญา — ความผิดเกิดที่ไหน ฟ้องศาลนั้น
เขตอำนาจ: ผิดที่ไหน ฟ้องศาลนั้น หรือ ศาลที่จำเลยอยู่/ถูกจับ/สอบสวน | ผิดนอกประเทศ → ศาลอาญา
เขตอำนาจศาลฟ้องที่ศาลไหนท้องที่
มาตรา 23หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
ศาลอาญามีเขตอำนาจทั่วกรุงเทพ — รับคดีทุกประเภท
ศาลอาญา: มีเขตอำนาจทั่วกรุงเทพ (ส่วนที่ไม่อยู่เขตศาลอาญาอื่น) รับคดีอาญาทุกประเภท
ศาลอาญากรุงเทพเขตอำนาจ
มาตรา 24หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
ศาลอาญาอำนาจทั่วราชอาณาจักร — รับคดีอาญาทุกชนิด
อำนาจศาลอาญา: ชำระคดีอาญา+คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องได้ ผู้เสียหายฟ้องแพ่งพ่วงคดีอาญา
อำนาจศาลอาญาคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องฟ้องพ่วง
มาตรา 25หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
ศาลจังหวัด — มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาทุกประเภทในเขต
ศาลจังหวัด: รับคดีอาญาทุกประเภท ≠ ศาลแขวง(≤3ปี) คดีร้ายแรง→ศาลจังหวัดเท่านั้น
ศาลจังหวัดทุกประเภทเขตอำนาจ
มาตรา 26หมวด 2 — อำนาจพนักงานสอบสวนและศาล
ศาลแขวง — คดีอาญาที่มีโทษจำคุก ≤ 3 ปี หรือปรับ ≤ 60,000
ศาลแขวง: คดีโทษ ≤3ปี/ปรับ ≤60,000 เช่น ทำร้ายร่างกายธรรมดา ลักทรัพย์เล็กน้อย
ศาลแขวง3 ปี60,000
มาตรา 27หมวด 2 — การสอบสวน
ผู้พิพากษาถูกตั้งรังเกียจในคดีอาญา
ผู้พิพากษาที่ชำระคดีอาญาอาจถูกตั้งรังเกียจได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ผู้พิพากษาตั้งรังเกียจคดีอาญาประมวลกฎหมายแพ่ง
มาตรา 28หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา — อัยการและผู้เสียหาย
คดีอาญาฟ้องศาลได้โดย 2 ฝ่าย: (1) พนักงานอัยการ — เป็นผู้ฟ้องหลักในคดีอาญา (2) ผู้เสียหาย — มีสิทธิฟ้องเองได้ (ฟ้องเอง/ฟ้องร่วม) ทั้งนี้ผู้เสียหายต้องเป็น 'ผู้เสียหายโดยนิตินัย' ตาม ม.2(4)
ฟ้องคดีอาญาอัยการผู้เสียหายฟ้องเองสิทธิฟ้อง
มาตรา 29หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
สิทธิฟ้องคดีอาญาระงับ — 5 กรณี (ตาย/ถอน/ยอมความ/ขาดอายุความ/เด็กดูแล)
สิทธิฟ้องระงับ: ตาย/ถอนคำร้องทุกข์/ยอมความ/คดีเลิก/พิพากษาเด็ดขาด/กฎหมายยกเลิกความผิด
สิทธิฟ้องระงับตายถอนฟ้องยอมความ
มาตรา 30หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คดีอาญาไม่ยอมความ — พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้อง
อัยการฟ้องซ้ำไม่ได้: ผู้เสียหายฟ้องแล้ว อัยการฟ้องอีกไม่ได้ แต่ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
พนักงานอัยการฟ้องซ้ำร่วมเป็นโจทก์
มาตรา 31หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ผู้เสียหายฟ้องเอง — ต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน
ผู้เสียหายฟ้อง: ต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน มีมูล=รับฟ้อง ≠ อัยการฟ้อง(รับทันทีเพราะผ่านสอบสวนแล้ว)
ไต่สวนมูลฟ้องผู้เสียหายมีมูลยกฟ้อง
มาตรา 32หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับอัยการ
ร่วมเป็นโจทก์: ผู้เสียหายขอเข้าร่วมกับอัยการได้ก่อนพิพากษา มีสิทธิถามค้าน/นำพยาน/อุทธรณ์
ร่วมเป็นโจทก์ผู้เสียหายอัยการ
มาตรา 33หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ห้ามฟ้องอาญาซ้ำ — ฟ้องข้อหาเดียวกัน คนเดียวกัน
ห้ามฟ้องซ้ำอาญา: คดีถึงที่สุดแล้ว→ฟ้องซ้ำไม่ได้ (Double Jeopardy) ≠ ม.170 วิ.แพ่ง(Res Judicata)
ห้ามฟ้องซ้ำDouble Jeopardyเด็ดขาด
มาตรา 34หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ถอนฟ้อง — โจทก์ถอนฟ้องได้ก่อนศาลพิพากษา
ถอนฟ้อง: อัยการถอนได้ก่อนพิพากษา (ต้องได้ยินยอมผู้เสียหาย) ผู้เสียหายถอนได้ก่อนพิพากษา
ถอนฟ้องก่อนพิพากษายินยอม
มาตรา 35หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คดีอาญาเลิกกันเมื่อยอมความ — ในความผิดต่อส่วนตัว
ยอมความ: คดียอมความ=ถอนคำร้องทุกข์/ยอมความได้ทุกเมื่อก่อนคดีถึงที่สุด สิทธิฟ้องระงับทันที
ยอมความถอนคำร้องทุกข์คดีส่วนตัว
มาตรา 36หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ยอมความ — คดีความผิดต่อส่วนตัว
ยอมความ: คดีส่วนตัว (หมิ่นประมาท ยักยอก ฉ้อโกง ฯลฯ) ตกลงกันได้ ถอนแจ้งความ/ถอนฟ้อง = คดีระงับ — ต่างจากคดีแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ (ฆ่า ลัก ปล้น)
ยอมความส่วนตัวถอนแจ้งความถอนฟ้องระงับ
มาตรา 36/1หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ผู้เสียหายตาย — ทายาทฟ้องแทนได้
ผู้เสียหายตาย: ทายาท(คู่สมรส/พ่อแม่/ลูก)ร้องทุกข์/ฟ้องแทนได้ สิทธิฟ้องไม่ระงับเพราะผู้เสียหายตาย
ผู้เสียหายตายทายาทฟ้องแทน
มาตรา 37หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คดีเลิกกัน — ส.ส.เปรียบเทียบปรับ คดีระงับ
คดีเลิกกัน: เปรียบเทียบปรับได้ ถ้าโทษปรับสถานเดียว หรือ จำคุก≤5ปี+ปรับ≤100K → จ่ายค่าปรับ=คดีระงับ
เปรียบเทียบปรับคดีเลิกกันคดีระงับ
มาตรา 38หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ยอมความ — คดียอมความได้ ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์เมื่อใดก็ได้
ยอมความ: ต้องร้องทุกข์ใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่อง+รู้ตัว ไม่งั้นขาดอายุความ | ถอนคำร้องทุกข์=คดีระงับ
ยอมความร้องทุกข์3 เดือนอายุความ
มาตรา 39หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ — 7 เหตุ
คดีอาญาระงับเมื่อ: (1) ผู้กระทำผิดตาย (2) ถอนฟ้อง/ยอมความ (เฉพาะความผิดต่อส่วนตัว เช่น หมิ่นประมาท ยักยอก) (3) เลิกคดี (ม.37) (4) คดีถึงที่สุดแล้ว (ฟ้องซ้ำไม่ได้) (5) กฎหมายยกเลิกความผิด (6) ขาดอายุความ (7) กฎหมายยกเว้นโทษ
คดีระงับถอนฟ้องยอมความอายุความฟ้องซ้ำความผิดต่อส่วนตัว
มาตรา 40หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา
คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา: ฟ้องที่ศาลอาญาหรือศาลแพ่งก็ได้ เช่น ถูกชนรถ → ฟ้องอาญา(ประมาท) + แพ่ง(ค่าเสียหาย) ที่ศาลเดียวกัน
คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาค่าเสียหายศาลเดียวกัน
มาตรา 41หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ผู้เสียหายฟ้องแพ่งในคดีอาญา — ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
ฟ้องแพ่งในคดีอาญา: ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ประหยัด ≠ ฟ้องแพ่งแยกต่างหาก(ต้องเสียค่าขึ้นศาล)
ไม่เสียค่าธรรมเนียมแพ่งในอาญาผู้เสียหาย
มาตรา 42หมวด 2 — การสอบสวน
ศาลเรียกพยานเพิ่มเติมในคดีแพ่งเกี่ยวอาญา
ในการพิจารณาคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องอาญา หากพยานไม่เพียงพอ ศาลเรียกพยานเพิ่มได้ และอาจพิพากษาคดีอาญาก่อนคดีแพ่งก็ได้
คดีแพ่งคดีอาญาพยานหลักฐานการพิจารณา
มาตรา 43หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา — ยื่นต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญา
ฟ้องแพ่งพ่วงอาญา: ผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายในคดีอาญาได้เลย ไม่ต้องฟ้องแพ่งแยก ประหยัดเวลา+ค่าใช้จ่าย
แพ่งเกี่ยวเนื่องค่าสินไหมร่วมเป็นโจทก์
มาตรา 44หมวด 2 — การสอบสวน
อัยการขอรวมคดีเรียกทรัพย์กับคดีอาญา
พนักงานอัยการสามารถขอรวมการเรียกทรัพย์สินคืนเข้ากับคดีอาญา และคำพิพากษาส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำพิพากษาคดีอาญา
อัยการเรียกทรัพย์สินคืนคดีอาญาคำพิพากษา
มาตรา 44/1หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
เรียกค่าเสียหายในคดีอาญา
ม.44/1: ผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายในคดีอาญาได้เลย ไม่ต้องฟ้องแพ่งแยก ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียม
ค่าสินไหมทดแทน44/1ค่าเสียหายไม่ต้องฟ้องแพ่ง
มาตรา 44/2หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
ค่าสินไหมในคดีอาญา — ศาลสั่งให้จ่ายพร้อมคำพิพากษา
ค่าสินไหมพ่วงอาญา: ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอค่าเสียหายในคดีอาญาได้เลย ไม่ต้องฟ้องแพ่งแยก ฟรีค่าธรรมเนียม
ค่าสินไหมคดีอาญาผู้เสียหาย
มาตรา 45หมวด 2 — การสอบสวน
สิทธิฟ้องแพ่งแม้มีคดีอาญาแล้ว
แม้จะมีการฟ้องคดีอาญาแล้ว ผู้เสียหายยังคงมีสิทธิฟ้องคดีแพ่งได้อีก
ผู้เสียหายฟ้องแพ่งฟ้องอาญาสิทธิ
มาตรา 46หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คำพิพากษาอาญาผูกพันคดีแพ่ง
ศาลตัดสินอาญาว่าจำเลยผิด → ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย ศาลแพ่งต้องถือตามข้อเท็จจริงในคดีอาญา ไม่ต้องพิสูจน์ใหม่
ผูกพันคดีแพ่งคดีอาญาข้อเท็จจริง
มาตรา 47หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คดีแพ่งรอคดีอาญา — ศาลแพ่งรอผลคดีอาญาก่อนตัดสิน
แพ่งรอผลอาญา: คดีเกี่ยวเนื่อง→ศาลแพ่งรอผลอาญาก่อน อาญาตัดสินว่าผิด=แพ่งใช้ข้อเท็จจริงเดียวกัน
แพ่งรอผลอาญาเกี่ยวเนื่องข้อเท็จจริง
มาตรา 48หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คำพิพากษาอาญาผูกพันคดีแพ่ง — ข้อเท็จจริงที่ศาลอาญาวินิจฉัย
อาญาผูกพันแพ่ง: ศาลอาญาตัดสินว่าผิด→คดีแพ่งใช้ข้อเท็จจริงเดียวกัน ยกฟ้องอาญา≠ยกฟ้องแพ่ง
ผูกพันคดีแพ่งข้อเท็จจริงยกฟ้อง
มาตรา 49หมวด 2 — การสอบสวน
ศาลสั่งคืนทรัพย์ของกลางแก่เจ้าของ
แม้ไม่มีการฟ้องคดีแพ่ง เมื่อพิพากษาคดีอาญา ศาลมีอำนาจสั่งคืนทรัพย์ของกลางแก่เจ้าของได้
ทรัพย์ของกลางคืนทรัพย์คดีอาญาคำพิพากษา
มาตรา 50หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
คดีแพ่งต้องถือตามข้อเท็จจริงในคดีอาญา
แพ่งถือตามอาญา: ศาลอาญาตัดสินว่าผิด→ศาลแพ่งต้องถือว่าผิดด้วย แต่ยกฟ้องอาญา≠ยกฟ้องแพ่ง
แพ่งถือตามอาญาข้อเท็จจริงผูกพัน
มาตรา 51หมวด 2 — การสอบสวน
อายุความฟ้องแพ่งเนื่องจากความผิดอาญา
หากไม่มีผู้ฟ้องคดีอาญา สิทธิฟ้องคดีแพ่งของผู้เสียหายจะระงับตามอายุความคดีอาญาที่กำหนดในประมวลกฎหมายอาญา
อายุความฟ้องแพ่งฟ้องอาญาผู้เสียหาย
มาตรา 52หมวด 2 — การสอบสวน
หมวดหมายอาญาส่วนที่หนึ่งหลักทั่วไป
มาตรานี้เป็นส่วนนำของหมวด 2 ว่าด้วยหมายอาญา ส่วนที่ 1 หลักทั่วไป
หมายอาญาหลักทั่วไป
มาตรา 53หมวด 2 — การสอบสวน
รายการที่ต้องมีในหมายเรียก
หมายเรียกต้องทำเป็นหนังสือระบุสถานที่ออกหมาย วันที่ ชื่อผู้ถูกเรียก เหตุผล สถานที่และเวลานัด และลายมือชื่อผู้ออกหมาย
หมายเรียกรายการหมายเจ้าพนักงานศาล
มาตรา 54หมวด 2 — การสอบสวน
กำหนดเวลาหมายเรียกคำนึงถึงระยะทาง
การกำหนดวันเวลาในหมายเรียกต้องคำนึงถึงระยะทาง เพื่อให้ผู้ถูกเรียกมีเวลาเดินทางมาตามกำหนด
หมายเรียกระยะทางวันเวลานัด
มาตรา 55หมวด 2 — การสอบสวน
ส่งหมายเรียกผู้ต้องหาต้องส่งโดยตรง
หมายเรียกผู้ต้องหาจะมอบให้บุคคลอื่นรับแทนไม่ได้ นอกจากสามีภริยา ญาติ หรือผู้ปกครองเท่านั้น
หมายเรียกผู้ต้องหาการส่งหมายญาติ
มาตรา 55/1หมวด 2 — การสอบสวน
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ยี่สิบสอง
มาตรา 55/1 เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 22
มาตรา 56หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายจับ — เงื่อนไขการออก
ออกหมายจับได้เมื่อ: (1) โทษจำคุก > 3 ปี + มีหลักฐาน หรือ (2) โทษไม่ถึง 3 ปีแต่กลัวหนี/ยุ่งพยาน/ก่ออันตราย — ไม่มีหมายจับ ตำรวจจับได้เฉพาะ "ซึ่งหน้า"
หมายจับ3 ปีหลบหนีพยานหลักฐานซึ่งหน้า
มาตรา 56/1หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
จับโดยไม่มีหมายจับ — ซึ่งหน้า
จับโดยไม่มีหมายจับ: (1) ผิดซึ่งหน้า (กำลังทำผิดหรือเพิ่งทำ) (2) พฤติการณ์สงสัย — ราษฎรก็จับได้ถ้าเป็นความผิดซึ่งหน้า (ม.79)
จับไม่มีหมายจับซึ่งหน้าพฤติการณ์สงสัย
มาตรา 56/2หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
ห้ามออกหมายเรียกผู้ต้องหามาสอบสวนกลางคืน — เว้นแต่ฉุกเฉิน
ห้ามเรียกกลางคืน: ห้ามออกหมายเรียกผู้ต้องหามาตอนกลางคืน ยกเว้นฉุกเฉิน คุ้มครองสิทธิผู้ต้องหา
ห้ามเรียกกลางคืนผู้ต้องหาหมายเรียก
มาตรา 57หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายเรียก — ศาลออกเรียกผู้ต้องหา/จำเลย/พยาน
1 819 ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติในมาตรา 78 มาตรา 79 มาตรา 80 มาตรา 92 และมาตรา 94 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ะจับ ขัง จำคุก หรือค้นในที่รโ
หมายเรียกผู้ต้องหาพยาน
มาตรา 58หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายอาญา — ต้องมีเหตุตามกฎหมาย ศาลออก
หมายอาญา 4 ชนิด: จับ/ค้น/ขัง/จำคุก-ปล่อย ศาลออกเท่านั้น(ยกเว้นจับซึ่งหน้า) ≠ หมายเรียก(ม.52-56)
หมายอาญาหมายจับหมายค้นหมายขัง
มาตรา 59หมวด 2 — การสอบสวน
ศาลออกหมายตามเห็นสมควรหรือร้องขอ
ศาลมีอำนาจออกคำสั่ง หมายจับ หมายค้น หรือหมายขังตามที่เห็นสมควรหรือเมื่อมีผู้ร้องขอ
หมายจับหมายค้นหมายขังศาลคำสั่ง
มาตรา 59/1หมวด 2 — การสอบสวน
ส่งสำเนาหมายทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ร้องขอ
2122 ก่อนออกหมาย จะต้องปรากฏพยานหลักฐานำมสมควรที่ทำให้ศาลเชื่อได้ว่ามีเหตุที่จะออกหมายตามมาตรา 66 มาตรา 69 หรือมาตรา 71 คำสั่งศาลใ
สำเนาหมายอิเล็กทรอนิกส์โทรสารสาบานตัวศาล
มาตรา 60หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
รายการที่ต้องมีในหมายจับหมายค้น
หมายจับ หมายค้น หมายขัง หมายจำคุก และหมายปล่อยต้องทำเป็นหนังสือ ระบุสถานที่ออกหมาย วันที่ เหตุผล และรายละเอียดบุคคลที่เกี่ยวข้อง
หมายจับหมายค้นหมายขังหมายจำคุกหมายปล่อย
มาตรา 61หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
เจ้าพนักงานหลายนายจัดการตามหมายร่วม
มาตรานี้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547 กำหนดให้เจ้าพนักงานตั้งแต่สองนายขึ้นไปที่ได้รับหมายสามารถจัดการแยกกันหรือร่วมกันได้
เจ้าพนักงานหมายตำรวจจัดการตามหมาย
มาตรา 62หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
แจ้งข้อความในหมายแก่ผู้เกี่ยวข้อง
เจ้าพนักงานที่จัดการตามหมายต้องแจ้งข้อความในหมายแก่ผู้เกี่ยวข้องและส่งหมายให้ตรวจดูหากมีคำขอ พร้อมบันทึกวันที่ดำเนินการไว้ในหมาย
แจ้งข้อความหมายเจ้าพนักงานบันทึก
มาตรา 63หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายจับมีอายุ 6 เดือน — เกินต้องขอใหม่
อายุหมายจับ: 6 เดือน(ถ้าไม่กำหนด) เกิน→ต้องขอศาลออกใหม่ ศาลกำหนดสั้นกว่าได้
อายุหมายจับ6 เดือนขอใหม่
มาตรา 64หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ส่งตัวบุคคลหรือสิ่งของตามหมายคืนศาล
เมื่อจับบุคคลตามหมายหรือค้นพบสิ่งของตามหมายค้นแล้ว ให้ส่งบุคคลหรือสิ่งของนั้นไปยังศาลหรือเจ้าพนักงานที่กำหนดในหมายโดยด่วน
หมายจับหมายค้นส่งตัวศาล
มาตรา 65หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ติดตามจับผู้หลบหนีโดยไม่ต้องมีหมายใหม่
หากผู้ถูกจับตามหมายหลบหนี เจ้าพนักงานมีอำนาจติดตามจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายใหม่
หลบหนีหมายจับติดตามจับเจ้าพนักงาน
มาตรา 66หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายจับ — เหตุออกหมายจับ 3 กรณี
หมายจับ: โทษ >3ปี หรือ หลบหนี/ยุ่งพยาน/อันตราย | ไม่มาตามหมายเรียก → ออกหมายจับได้
หมายจับเหตุออกหมายหลบหนี
มาตรา 67หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ออกหมายจับผู้ไม่รู้ชื่อระบุรูปพรรณ
สามารถออกหมายจับบุคคลที่ไม่ทราบชื่อได้ โดยต้องระบุรูปพรรณลักษณะให้ละเอียดเท่าที่จะทำได้
หมายจับไม่ทราบชื่อรูปพรรณ
มาตรา 68หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายจับ — เหตุยกเลิกหมายจับ
หมายจับสิ้นผล: จับได้/ศาลเพิกถอน/หมดอายุ จับแล้ว→หมายหมดผลทันที
หมายจับสิ้นผลจับได้เพิกถอน
มาตรา 69หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายค้น — ค้นที่รโหฐานต้องมีหมายศาล
หมายค้น: ค้นที่รโหฐานต้องมีหมายศาล แสดงหมายต่อผู้ครอบครอง ค้นได้เฉพาะกลางวัน ยกเว้นฉุกเฉิน
หมายค้นที่รโหฐานกลางวันฉุกเฉิน
มาตรา 70หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
หมายค้นเพื่อจับต้องมีหมายจับด้วย
การออกหมายค้นเพื่อพบและจับบุคคลจะกระทำได้ต่อเมื่อมีหมายจับอยู่ด้วย และเจ้าพนักงานต้องมีทั้งสองหมาย
หมายค้นหมายจับเจ้าพนักงาน
มาตรา 71หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายขัง — ศาลสั่งขังระหว่างสอบสวน/พิจารณา
หมายขัง: ครั้งละ ≤12 วัน ขังรวม: โทษ≤6เดือน=48วัน | โทษ>6เดือน-5ปี=84วัน | สอบสวน≤84วัน
หมายขัง12 วันระหว่างสอบสวน
มาตรา 72หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
กรณีที่ต้องออกหมายปล่อยผู้ต้องหา
หมายปล่อยต้องออกในกรณีต่างๆ ได้แก่ ศาลสั่งปล่อยชั่วคราว อัยการไม่ฟ้อง ยกฟ้อง ถอนฟ้อง หรือพิพากษาให้รับโทษอื่นที่ไม่ใช่จำคุก
หมายปล่อยปล่อยชั่วคราวอัยการยกฟ้องจำเลย
มาตรา 73หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ออกหมายปล่อยเมื่อขังครบกำหนดโทษ
ระหว่างอุทธรณ์ฎีกา หากจำเลยถูกขังครบหรือเกินกำหนดโทษตามคำพิพากษา ศาลต้องออกหมายปล่อย เว้นแต่โจทก์ขอเพิ่มโทษ
หมายปล่อยอุทธรณ์ฎีกากำหนดจำคุกจำเลย
มาตรา 74หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
มาตรา 74 — ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๗๓ และ ๑๘๕ วรรค ๒ เมื่อผู้ใด
ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๗๓ และ ๑๘๕ วรรค ๒ เมื่อผู้ใด ต้องคำพิพากษาให้จำคุกหรือประหารชีวิตหรือจะต้องจำคุกแทนค่าปรับ ให้ศาลออกหมาย จำค...
วิธีพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ฎีกาบังคับคดีคำพิพากษาคู่ความ
มาตรา 75หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายขัง/หมายจำคุก — ศาลออกเมื่อสั่งขังหรือพิพากษาจำคุก
หมาย 3 ชนิด: ขัง(ระหว่างพิจารณา) จำคุก(หลังพิพากษา) ปล่อย(ยกฟ้อง/พ้นโทษ)
หมายขังหมายจำคุกหมายปล่อย
มาตรา 76หมวด 4 — หมายเรียกและหมายอาญา
หมายจำคุก/หมายปล่อย — ศาลออกเมื่อพิพากษาลงโทษ/ยกฟ้อง
หมายจำคุก/ปล่อย: ลงโทษ→หมายจำคุก ยกฟ้อง/พ้นโทษ→หมายปล่อย ทั้งสองเป็นหมายอาญา
หมายจำคุกหมายปล่อยยกฟ้องพ้นโทษ
มาตรา 77หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
จับโดยไม่ต้องมีหมาย — ราษฎรจับได้เมื่อเห็นกระทำผิดซึ่งหน้า
ราษฎรจับได้: ผิดซึ่งหน้า (เห็นกำลังกระทำ/เพิ่งกระทำ) จับแล้วส่งตำรวจทันที
จับโดยไม่มีหมายราษฎรจับผิดซึ่งหน้า
มาตรา 78หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
จับโดยไม่มีหมายจับ — กรณีที่เจ้าหน้าที่จับได้ทันที
ตำรวจจับคนโดยไม่มีหมายจับได้ 4 กรณี: (1) ผิดซึ่งหน้า (2) มีพฤติการณ์น่าสงสัยพร้อมอาวุธ/เครื่องมือ (3) เข้าหลักออกหมายจับแต่เร่งด่วน (4) ผู้ต้องหา/จำเลยหนีประกัน (แก้ไขโดย ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547)
จับโดยไม่มีหมายผิดซึ่งหน้าจับกุมหมายจับตำรวจเร่งด่วน
มาตรา 79หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ราษฎรจับผู้อื่นได้เฉพาะกรณีกฎหมายกำหนด
ราษฎรไม่มีอำนาจจับกุมบุคคลอื่นโดยทั่วไป นอกจากกรณีที่เข้าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้
ราษฎรจับกุมอำนาจจับ
มาตรา 80หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ความผิดซึ่งหน้า — เห็นกำลังกระทำ หรือพบเหตุใกล้ชิดกับความผิด
ผิดซึ่งหน้า: (1) เห็นกำลังทำ (2) พบสดๆ (3) ถูกไล่จับ (4) พบทันทีพร้อมหลักฐาน → จับได้โดยไม่ต้องมีหมาย
ความผิดซึ่งหน้าเห็นกำลังทำจับโดยไม่มีหมาย
มาตรา 81หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับ 22
มาตรา 81 ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฉบับที่ 22
มาตรา 81/1หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ห้ามจับในพระบรมมหาราชวังและสถานที่ประทับ
ห้ามจับบุคคลในพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง หรือสถานที่ที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ประทับ ไม่ว่าจะมีหมายจับหรือไม่
ห้ามจับพระบรมมหาราชวังพระมหากษัตริย์สถานที่ประทับ
มาตรา 82หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
จับได้เมื่อกระทำความผิดซึ่งหน้า
การจับในกรณีพิเศษทำได้เมื่อบุคคลกระทำความผิดซึ่งหน้าและความผิดนั้นปรากฏในบัญชีท้ายประมวลกฎหมาย
กระทำความผิดซึ่งหน้าบัญชีท้ายจับ
มาตรา 83หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
จับโดยเจ้าพนักงาน — มีหมายจับ หรือมีเหตุจับได้โดยไม่ต้องมีหมาย
จับโดยเจ้าพนักงาน: ต้องมีหมายจับ ยกเว้น 3 กรณี (ผิดซึ่งหน้า/มีอาวุธน่าสงสัย/เร่งด่วน)
จับหมายจับผิดซึ่งหน้าเร่งด่วน
มาตรา 84หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
สิทธิผู้ถูกจับ — แจ้งข้อหา แจ้งสิทธิ มีทนาย
สิทธิผู้ถูกจับ: ต้องได้รับแจ้ง (1) ข้อกล่าวหา (2) สิทธิไม่ให้การ (สิทธิ์นิ่ง) (3) ถ้อยคำอาจใช้เป็นพยานหลักฐาน (4) สิทธิพบทนายความ ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่แจ้งสิทธิ ถ้อยคำรับสารภาพอาจใช้เป็นพยานไม่ได้ (แก้ไขโดย ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547)
สิทธิผู้ถูกจับแจ้งข้อหาสิทธิ์นิ่งทนายความพยานหลักฐานจับกุม
มาตรา 84/1หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ปล่อยหรือควบคุมผู้ถูกจับที่นำส่งมา
เมื่อมีผู้นำผู้ถูกจับมาส่ง เจ้าพนักงานจะปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมไว้ก็ได้ แต่หากจับตามหมายศาลต้องดำเนินการตามหมายนั้น
ปล่อยชั่วคราวควบคุมตัวหมายศาลผู้ถูกจับ
มาตรา 85หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
วิธีการจับ — ต้องแจ้งข้อหา+สิทธิ
วิธีจับ: ต้องแจ้งว่าถูกจับ+ข้อหา+สิทธิ ผู้ถูกจับมีสิทธิ: แจ้งญาติ พบทนาย ห้ามใช้กำลังเกินจำเป็น
วิธีจับแจ้งข้อหาสิทธิผู้ถูกจับทนายญาติ
มาตรา 85/1หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ขอคืนของที่ยึดระหว่างสอบสวน
เจ้าของสิ่งของที่ถูกยึดระหว่างสอบสวนซึ่งมิใช่สิ่งผิดกฎหมายสามารถยื่นคำร้องขอคืนสิ่งของนั้นได้ โดยอาจมีหรือไม่มีประกัน แต่ต้องไม่กระทบการใช้เป็นพยานหลักฐาน
ของที่ยึดขอคืนสอบสวนพนักงานอัยการพยานหลักฐาน
มาตรา 86หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ห้ามควบคุมผู้ถูกจับเกินกว่าจำเป็น
การควบคุมผู้ถูกจับต้องไม่เกินกว่าที่จำเป็น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการหลบหนีเท่านั้น
ควบคุมตัวผู้ถูกจับป้องกันการหลบหนี
มาตรา 87หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
นำตัวผู้ถูกจับไปศาลภายใน 48 ชั่วโมง
กฎ 48 ชม.: จับแล้วต้องนำตัวไปศาลใน 48 ชม. ไม่งั้นต้องปล่อย ศาลสั่งฝากขังได้ครั้งละ ≤ 12 วัน
48 ชั่วโมงนำตัวไปศาลฝากขัง
มาตรา 87/1หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
นำผู้ต้องหาไปสถานที่อื่นเพื่อสอบสวน
ศาลอาจอนุญาตให้นำผู้ต้องหาไปสถานที่ราชการหรืออื่นเพื่อสอบสวนโดยมีการถ่ายทอดภาพและเสียง เมื่ออัยการหรือพนักงานสอบสวนร้องขอและผู้ต้องหาไม่คัดค้าน
สอบสวนผู้ต้องหาการถ่ายทอดภาพและเสียงศาลอัยการ
มาตรา 88หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
นำบทบัญญัติที่กำหนดมาใช้บังคับ
มาตรานี้กำหนดให้นำบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม
บทบัญญัตินำมาใช้บังคับ
มาตรา 89หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
หมายขังหมายจำคุกต้องจัดการในเขตศาล
หมายขังและหมายจำคุกต้องดำเนินการในเขตของศาลที่ออกหมาย เว้นแต่กฎหมายจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
หมายขังหมายจำคุกเขตศาล
มาตรา 89/1หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
ขังในสถานที่อื่นนอกจากเรือนจำ
หากมีเหตุจำเป็น ศาลอาจสั่งให้ขังผู้ต้องหาหรือจำเลยในสถานที่อื่นนอกเรือนจำได้ โดยอยู่ในความควบคุมของผู้ร้องขอหรือเจ้าพนักงานที่ศาลกำหนด
ขังสถานที่อื่นเรือนจำศาลผู้ต้องหา
มาตรา 89/2หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
จำคุกในสถานที่อื่นสำหรับผู้รับโทษแล้วบางส่วน
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 25) พ.ศ. ฎกระทรวงซึ่งต้องกำหนดวิธีการควบคุมและมาตรการเ
จำคุกสถานที่อื่นเรือนจำคำพิพากษาโทษ
มาตรา 90หมวด 3 — การฟ้องคดีอาญา
สิทธิร้องขอปล่อยเมื่อถูกคุมขังโดยมิชอบ
ผู้ถูกคุมขังโดยมิชอบหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อัยการ พนักงานสอบสวน ผู้บัญชาการเรือนจำ หรือญาติ มีสิทธิร้องต่อศาลขอให้ปล่อยตัวได้
คุมขังมิชอบด้วยกฎหมายร้องขอปล่อยศาลอัยการ
มาตรา 90/1หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ค้นโดยมิชอบ — พยานหลักฐานไม่รับฟัง
ค้นมิชอบ=พยานไม่รับฟัง: Fruit of the Poisonous Tree หลักฐานจากค้นผิดกฎหมาย ศาลใช้ไม่ได้
ค้นมิชอบพยานไม่รับฟังFruit of Poisonous Tree
มาตรา 91หมวด 4 — การพิจารณา
หมวดปล่อยชั่วคราวมาตราเก้าสิบเอ็ดถึงร้อยห้า
มาตรา 91 เป็นส่วนนำของหมวด 3 ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว ครอบคลุมมาตรา 91–105
ปล่อยชั่วคราวหมวด 3
มาตรา 92หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ค้นในที่รโหฐาน — ต้องมีหมายค้น
ค้นบ้าน: ต้องมีหมายค้น เว้น 5 กรณี: ร้องช่วย ผิดซึ่งหน้า คนมีหมายจับจะหนี ของผิดกฎหมายจะถูกย้าย เจ้าบ้านมีหมายจับ
หมายค้นที่รโหฐานค้นบ้านซึ่งหน้า
มาตรา 93หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
การค้นในที่รโหฐาน — ต้องมีหมายค้นของศาล
ค้นไม่ต้องมีหมาย 5 กรณี: เสียงร้องช่วย/ผิดซึ่งหน้า/ไล่จับหนีเข้าบ้าน/ของผิดกฎหมายจะหาย/จับเจ้าบ้าน
ค้นโดยไม่มีหมายที่รโหฐานผิดซึ่งหน้า
มาตรา 94หมวด 4 — การพิจารณา
หมายศาลบังคับการจับขังจำคุกค้นที่รโหฐาน
การจับ ขัง จำคุก หรือค้นในที่รโหฐานตามประมวลกฎหมายนี้ต้องมีคำสั่งหรือหมายของศาลออกให้สำหรับการนั้น
จับขังจำคุกค้นที่รโหฐานหมายศาลคำสั่งศาล
มาตรา 95หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ค้นบุคคลหญิง — ต้องให้หญิงเป็นผู้ค้น
ค้นหญิง: ต้องให้หญิงเป็นผู้ค้น ป้องกันการล่วงละเมิด ฝ่าฝืน=ค้นมิชอบ(ม.90/1)
ค้นหญิงผู้หญิงหญิงค้น
มาตรา 96หมวด 4 — การพิจารณา
เวลาค้นที่รโหฐานกลางวันและข้อยกเว้นกลางคืน
4546 การค้นในที่รโหฐานต้องกระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก มีข้อยกเว้นดังนี้ (1) เมื่อลงมือค้นแต่ในเวลากลางวัน ถ้ายังไม่เสร็จจะค้นต
ค้นที่รโหฐานพระอาทิตย์ขึ้นตกกลางวันกลางคืนฉุกเฉินผู้ร้ายสำคัญอนุญาตพิเศษ
มาตรา 97หมวด 4 — การพิจารณา
อำนาจหน้าที่ตำรวจในการจัดการตามหมายอาญา
พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจมีอำนาจหน้าที่จัดการตามหมายอาญาที่ศาลออกและมอบให้ภายในเขตอำนาจของตน โดยอาจจัดการเองหรือสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาได้
หมายอาญาพนักงานฝ่ายปกครองตำรวจเขตอำนาจจัดการตามหมาย
มาตรา 98หมวด 4 — การพิจารณา
ขอบเขตการค้นและอำนาจยึดพยานหลักฐาน
การค้นในที่รโหฐานต้องค้นเฉพาะเพื่อหาตัวคนหรือสิ่งของที่ระบุ แต่หากค้นหาสิ่งของโดยไม่จำกัดสิ่ง เจ้าพนักงานมีอำนาจยึดสิ่งของที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้
ค้นที่รโหฐานขอบเขตการค้นยึดของพยานหลักฐานผู้ต้องหาจำเลย
มาตรา 99หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ค้นตัวบุคคล — ค้นตัวในที่สาธารณะได้โดยมีเหตุสงสัย
ค้นตัวบุคคล: ค้นได้ในที่สาธารณะเมื่อมีเหตุสงสัย ตำรวจ/ฝ่ายปกครองเท่านั้น การค้นหญิง→ต้องให้หญิงเป็นผู้ค้น
ค้นตัวบุคคลที่สาธารณะเหตุสงสัย
มาตรา 100หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ค้นตัวผู้ถูกจับ — ค้นตัวและยึดสิ่งของได้ทันที
ค้นตัวผู้ถูกจับ: จับแล้ว→ค้นตัวได้ทันที ยึดอาวุธ/ของกลาง ≠ ค้นบ้าน(ม.93=ต้องมีหมาย)
ค้นตัวผู้ถูกจับยึดสิ่งของ
มาตรา 101หมวด 4 — การพิจารณา
ห่อบรรจุและทำเครื่องหมายสิ่งของที่ยึดได้
สิ่งของที่ยึดได้จากการค้นต้องห่อหรือบรรจุหีบห่อ และตีตราหรือทำเครื่องหมายสำคัญไว้
สิ่งของยึดได้ห่อหีบห่อตีตราเครื่องหมายการค้น
มาตรา 102หมวด 4 — การพิจารณา
วิธีการค้นต่อหน้าผู้ครอบครองและพยาน
ก่อนลงมือค้นเจ้าพนักงานต้องแสดงความบริสุทธิ์ และค้นต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่หรือพยานอย่างน้อยสองคน พร้อมให้รับรองสิ่งของที่ยึดได้
ค้นที่รโหฐานผู้ครอบครองสถานที่พยานรับรองของที่ยึดความบริสุทธิ์
มาตรา 103หมวด 4 — การพิจารณา
บันทึกรายละเอียดการค้นและบัญชีสิ่งของ
เจ้าพนักงานผู้ค้นต้องบันทึกรายละเอียดการค้นและทำบัญชีสิ่งของที่ค้นได้ แล้วอ่านให้ผู้เกี่ยวข้องฟังและลงลายมือชื่อรับรอง
บันทึกการค้นบัญชีสิ่งของลงลายมือชื่อรับรองเจ้าพนักงาน
มาตรา 104หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ค้นโดยไม่มีหมาย — 5 กรณียกเว้น
ค้นไม่ต้องมีหมาย: ที่สาธารณะ+มีเหตุสงสัย ≠ ค้นที่รโหฐาน(ม.93=ต้องมีหมาย ยกเว้น5กรณี)
ค้นไม่มีหมายที่สาธารณะเหตุสงสัย
มาตรา 105หมวด 4 — การพิจารณา
ขอคำสั่งศาลเพื่อเอาเอกสารไปรษณีย์โทรเลข
เจ้าหน้าที่ต้องขอคำสั่งศาลเพื่อให้ส่งจดหมายหรือเอกสารไปรษณีย์โทรเลขของผู้ต้องหา แต่ไม่ใช้บังคับกับเอกสารโต้ตอบระหว่างผู้ต้องหากับทนายความ
จดหมายไปรษณีย์โทรเลขผู้ต้องหาคำสั่งศาลสอบสวนทนายความ
มาตรา 106หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว) — สิทธิของผู้ต้องหา/จำเลย
ประกันตัว: สิทธิขั้นพื้นฐาน ปฏิเสธได้เฉพาะเมื่อหลบหนี/ยุ่งพยาน/อันตราย ไม่ให้ประกัน=ต้องมีเหตุผล
ปล่อยชั่วคราวประกันตัวหลบหนีหลักประกัน
มาตรา 107หมวด 4 — การพิจารณา
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับที่ยี่สิบสอง
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ. มาตรา 108/1 มาตรา 109 มาตรา 110 มาตร
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับที่ 22
มาตรา 108หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
หลักเกณฑ์การปล่อยชั่วคราว (ประกันตัว)
ศาลพิจารณาให้ประกันตัวโดยดู 7 ปัจจัย: ข้อหาหนักเบา, พยานหลักฐาน, พฤติการณ์คดี, ความน่าเชื่อถือหลักประกัน, โอกาสหลบหนี, อันตรายจากการปล่อย, คำคัดค้าน หลักสำคัญ: ผู้ต้องหา/จำเลยมีสิทธิได้รับการปล่อยชั่วคราว เว้นแต่มีเหตุจำเป็น (แก้ไขโดย ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547)
ประกันตัวปล่อยชั่วคราวหลักประกันหลบหนีศาลขอประกัน
มาตรา 108/1หมวด 4 — การพิจารณา
เหตุอันควรเชื่อในการสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราว
การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวทำได้เมื่อมีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ก่อเหตุอันตราย หลักประกันไม่น่าเชื่อถือ หรือการปล่อยจะเป็นอุปสรรคต่อคดี
ปล่อยชั่วคราวสั่งไม่ให้ปล่อยหลบหนียุ่งเหยิงพยานหลักประกันผู้ต้องหา
มาตรา 108/2หมวด 4 — การพิจารณา
พยานสำคัญคัดค้านการปล่อยชั่วคราวได้
หากพยานสำคัญอาจได้รับอันตรายจากการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา พยานนั้นสามารถยื่นคำร้องคัดค้านต่อพนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาลได้
พยานสำคัญคัดค้านปล่อยชั่วคราวภัยอันตรายคำร้องพนักงานสอบสวน
มาตรา 109หมวด 4 — การพิจารณา
แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับที่สิบ
มาตรา 109 ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2522
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฉบับที่ 10
มาตรา 110หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ศาลต้องพิจารณาปล่อยชั่วคราวโดยเร็ว — ไม่เกิน 1 วัน
ศาลต้องสั่งเร็ว: คำร้องประกันตัว ศาลต้องพิจารณาโดยเร็ว ไม่ให้ประกัน=ต้องบอกเหตุผลเป็นหนังสือ
พิจารณาประกันตัวเหตุผลโดยเร็ว
มาตรา 111หมวด 4 — การพิจารณา
สาบานตนก่อนปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน
เมื่อจะปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัดหรือหมายเรียก
ปล่อยชั่วคราวไม่มีประกันสาบานปฏิญาณตนหมายเรียก
มาตรา 112หมวด 4 — การพิจารณา
ลงลายมือชื่อสัญญาประกันก่อนปล่อยชั่วคราว
เมื่อจะปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันหรือมีหลักประกัน ผู้ประกันหรือผู้เป็นหลักประกันต้องลงลายมือชื่อในสัญญาประกันก่อน
ปล่อยชั่วคราวมีประกันหลักประกันสัญญาประกันลงลายมือชื่อ
มาตรา 113หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ประกันตัวชั้นสอบสวน — พนักงานสอบสวนปล่อยชั่วคราวได้
ประกันชั้นสอบสวน: ส.ส./อัยการปล่อยชั่วคราวได้ มี/ไม่มีประกัน ≠ ชั้นศาล (ม.106-110)
ประกันชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนปล่อยชั่วคราว
มาตรา 113/1หมวด 4 — การพิจารณา
ดำเนินการตามคำสั่งปล่อยชั่วคราวโดยทันที
เมื่อมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราว ผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวโดยทันที
คำสั่งปล่อยชั่วคราวดำเนินการโดยทันทีผู้เกี่ยวข้อง
มาตรา 114หมวด 4 — การพิจารณา
หลักประกันสามชนิดเงินสดทรัพย์และบุคคล
การปล่อยชั่วคราวโดยมีหลักประกันนั้น หลักประกันมีสามชนิด คือ เงินสด หลักทรัพย์อื่น และบุคคลมาเป็นหลักประกัน
หลักประกันเงินสดหลักทรัพย์บุคคลค้ำประกันปล่อยชั่วคราวประกัน
มาตรา 115หมวด 4 — การพิจารณา
เปลี่ยนสัญญาประกันหรือเรียกหลักประกันเพิ่ม
หากสัญญาประกันต่ำเกินไปหรือหลักประกันไม่เพียงพอ เจ้าพนักงานหรือศาลมีอำนาจสั่งเปลี่ยนสัญญาหรือเรียกเพิ่ม และหากพฤติการณ์เปลี่ยนไปอาจสั่งลดหลักประกันได้
สัญญาประกันเปลี่ยนสัญญาหลักประกันไม่เพียงพอเรียกเพิ่มลดหลักประกัน
มาตรา 116หมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ผิดสัญญาประกัน — ศาลบังคับตามสัญญา ริบเงินประกัน
ผิดสัญญาประกัน: จำเลยหนี→ริบเงินประกัน/บังคับทรัพย์ผู้ค้ำ ผู้ค้ำขอลดได้ถ้ามีเหตุสมควร
ผิดสัญญาประกันริบเงินผู้ค้ำ
มาตรา 117หมวด 4 — การพิจารณา
ดัชนีมาตราในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 117 ปรากฏเป็นส่วนดัชนีอ้างอิงมาตราในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งอยู่ในหมวดว่าด้วยการปล่อยชั่วคราว
ดัชนีมาตราปล่อยชั่วคราวประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 118หมวด 4 — การพิจารณา
ความรับผิดตามสัญญาประกันสิ้นสุดเมื่อคดีถึงที่สุด
ความรับผิดตามสัญญาประกันสิ้นสุดลงเมื่อคดีถึงที่สุดหรือเมื่อความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไป
คดีถึงที่สุดสัญญาประกันความรับผิดหมดสิ้นปล่อยชั่วคราว
มาตรา 119หมวด 4 — การพิจารณา
ศาลบังคับตามสัญญาประกันเมื่อผิดสัญญา
เมื่อผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาโดยไม่ต้องฟ้อง แต่อาจงดบังคับหรือลดจำนวนเงินโดยคำนึงถึงความพยายามติดตามผู้ต้องหา
ผิดสัญญาประกันบังคับตามสัญญางดบังคับลดจำนวนเงินติดตามผู้ต้องหา
มาตรา 120หมวด 6 — หลักทั่วไปในการสอบสวน
ประกันตัว/ปล่อยชั่วคราว — สิทธิของผู้ต้องหา
ประกันตัว: ผู้ต้องหา/จำเลย "พึงได้" ปล่อยชั่วคราว (หลักคือปล่อย ไม่ใช่ขัง) มี/ไม่มีหลักประกัน ศาลดูข้อหา+พยาน+อันตราย ไม่ให้ประกัน → อุทธรณ์ได้
ประกันตัวปล่อยชั่วคราวหลักประกันสิทธิอุทธรณ์
มาตรา 121หมวด 6 — หลักทั่วไปในการสอบสวน
ร้องทุกข์ที่ไหนก็ได้ — ร้องทุกข์ ณ สถานีตำรวจใดก็ได้
ร้องทุกข์ที่ไหนก็ได้: ไม่ต้องไปแจ้งที่ท้องที่เกิดเหตุ แจ้งที่ไหนก็ได้ ส.ส.ต้องรับแล้วส่งต่อ
ร้องทุกข์สถานีตำรวจที่ไหนก็ได้
มาตรา 122หมวด 4 — การพิจารณา
กรณีพนักงานสอบสวนไม่ทำการสอบสวน
พนักงานสอบสวนอาจไม่ทำการสอบสวนได้สามกรณี คือ ผู้เสียหายขอความช่วยเหลือแต่ไม่ร้องทุกข์ ผู้เสียหายฟ้องเองโดยไม่ร้องทุกข์ก่อน หรือมีบัตรสนเท่ห์และผู้กล่าวโทษไม่ยอมแจ้งตัว
พนักงานสอบสวนไม่สอบสวนผู้เสียหายร้องทุกข์บัตรสนเท่ห์กล่าวโทษ
มาตรา 123หมวด 6 — หลักทั่วไปในการสอบสวน
ความผิดยอมความ — ต้องมีคำร้องทุกข์ก่อนสอบสวน
ความผิดต่อส่วนตัว: ต้องร้องทุกข์ก่อนสอบสวน ไม่ร้องทุกข์=สอบสวนไม่ได้ 3 เดือน=ขาดอายุความ
ร้องทุกข์ความผิดต่อส่วนตัว3 เดือน
มาตรา 124หมวด 4 — การพิจารณา
ร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้
ผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจที่มีหน้าที่รักษาความสงบได้ และเจ้าพนักงานต้องส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนโดยเร็ว
ร้องทุกข์พนักงานฝ่ายปกครองตำรวจพนักงานสอบสวนผู้เสียหาย
มาตรา 124/1หมวด 4 — การพิจารณา
เพิ่มเติมมาตราโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ยี่สิบหก
มาตรา 124/1 ได้รับการเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2550
เพิ่มเติมมาตราพระราชบัญญัติฉบับที่ 26ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 125หมวด 6 — หลักทั่วไปในการสอบสวน
แจ้งความร้องทุกข์ — ผู้เสียหายแจ้งด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือ
ร้องทุกข์: เป็นหนังสือ/วาจาก็ได้ เจ้าหน้าที่จดให้ ผู้ร้องลงชื่อ ≠ คำกล่าวโทษ(คนอื่นแจ้ง)
ร้องทุกข์วาจาหนังสือลงชื่อ
มาตรา 126หมวด 4 — การพิจารณา
แก้หรือถอนคำร้องทุกข์ได้ตลอดเวลา
ผู้ร้องทุกข์จะแก้หรือถอนคำร้องทุกข์เมื่อใดก็ได้ แต่ในคดีที่ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว การถอนคำร้องทุกข์ไม่ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนและอัยการในการดำเนินคดี
ถอนคำร้องทุกข์แก้คำร้องความผิดต่อส่วนตัวพนักงานสอบสวนอัยการ
มาตรา 127หมวด 6 — หลักทั่วไปในการสอบสวน
แจ้งความเท็จ — ผู้แจ้งรับผิดทางอาญา
แจ้งเท็จ: ผู้แจ้งความเท็จมีความผิดตาม ป.อ. ม.172(≤2ปี) ส.ส.ต้องแจ้งเตือนผู้ร้องก่อน
แจ้งเท็จผู้ร้องม.172
มาตรา 128หมวด 4 — การพิจารณา
อำนาจส่งประเด็นและมอบหมายงานสอบสวน
พนักงานสอบสวนมีอำนาจส่งประเด็นนอกเขตไปยังพนักงานสอบสวนที่มีอำนาจ และสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำการสอบสวนเล็กน้อยแทนได้
พนักงานสอบสวนส่งประเด็นเขตอำนาจมอบหมายงานผู้ใต้บังคับบัญชา
มาตรา 129หมวด 6 — หลักทั่วไปในการสอบสวน
ห้ามสอบสวนก่อนแจ้งความ — ต้องมีคำร้องทุกข์/กล่าวโทษก่อน
ต้องแจ้งความก่อนสอบสวน: ผิดไม่ซึ่งหน้า→ต้องมีคำร้องทุกข์/กล่าวโทษก่อน ≠ ผิดซึ่งหน้า(จับ/สอบสวนได้เลย)
ร้องทุกข์ก่อนก่อนสอบสวนไม่ซึ่งหน้า
มาตรา 130หมวด 4 — การพิจารณา
หมวดสองการชันสูตรพลิกศพ
มาตรา 130 เป็นส่วนหัวหมวด 2 ว่าด้วยการชันสูตรพลิกศพ ครอบคลุมมาตรา 130 ถึง 147
ชันสูตรพลิกศพหมวด 2การตายผิดธรรมชาติ
มาตรา 130/1หมวด 7 — การสอบสวน
บันทึกวิดีโอการสอบสวน — คดีร้ายแรง ต้องบันทึกภาพเสียง
บันทึกวิดีโอสอบสวน: คดีโทษ≥10ปี→ต้องบันทึกภาพเสียง ป้องกันบังคับสารภาพ
บันทึกวิดีโอสอบสวนภาพเสียง10 ปี
มาตรา 131หมวด 7 — การสอบสวน
หน้าที่พนักงานสอบสวน — รวบรวมหลักฐานทุกชนิด
สอบสวน: รวบรวมหลักฐานทุกชนิด ทั้งที่เป็นผลร้ายและผลดีแก่ผู้ต้องหา เพื่อพิสูจน์ผิดหรือบริสุทธิ์
สอบสวนหลักฐานผู้ต้องหา
มาตรา 131/1หมวด 4 — การพิจารณา
พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
มาตรา 131/1 บัญญัติถึงกรณีที่จำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในการสอบสวน
พยานหลักฐานวิทยาศาสตร์พิสูจน์ข้อเท็จจริงสอบสวน
มาตรา 132หมวด 7 — การสอบสวน
พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาทันที
แจ้งข้อหา: ส.ส.ต้องแจ้งข้อหา+พยานหลักฐานที่มี ไม่แจ้ง=ละเมิดสิทธิผู้ต้องหา
แจ้งข้อหาผู้ต้องหาพยานหลักฐาน
มาตรา 133หมวด 7 — การสอบสวน
ห้ามสอบสวนผู้ต้องหาในเวลากลางคืน — เว้นแต่จำเป็น
สอบสวน: ห้ามสอบกลางคืน (เว้นแต่จำเป็น) ห้ามขู่/หลอก/ทรมาน/บังคับ ฝ่าฝืน→พยานไม่รับฟัง
สอบสวนกลางคืนห้ามขู่เข็ญทรมาน
มาตรา 134หมวด 7 — การสอบสวน
สิทธิผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน — สิทธิ์นิ่ง มีทนาย
สิทธิผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน: (1) รู้ข้อหาที่ถูกกล่าวหา (2) สิทธิ์นิ่งไม่ให้การ (3) มีทนายอยู่ด้วยขณะสอบสวน (4) สอบสวนรวดเร็ว ต่อเนื่อง เป็นธรรม (5) โอกาสแก้ข้อหา สำคัญ: ถ้อยคำก่อนแจ้งสิทธิ ใช้เป็นหลักฐานพิสูจน์ความผิดไม่ได้ (แก้ไขโดย ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547)
สิทธิผู้ต้องหาสอบสวนสิทธิ์นิ่งทนายความแจ้งข้อหาแจ้งสิทธิ
มาตรา 134หมวด 7 — การสอบสวน
สิทธิของผู้ต้องหาในชั้นสอบสวน
สิทธิผู้ต้องหา: ต้องมีทนาย (คดีจำคุก), ให้คนไว้ใจเข้าฟังสอบสวนได้, คำรับสารภาพชั้นสอบสวนรับฟังเป็นพยานไม่ได้ — ม.134/4 ห้ามบังคับ ขู่เข็ญ
สิทธิผู้ต้องหาทนายความสอบสวนคำรับสารภาพห้ามรับฟัง
มาตรา 134/1หมวด 7 — การสอบสวน
สิทธิผู้ต้องหา — มีทนายอยู่ด้วยระหว่างสอบสวน
สิทธิมีทนาย: สอบสวนต้องถามก่อนว่าต้องการทนายไหม โทษ ≥ 10 ปี หรือ เด็ก <18 → ต้องจัดทนายให้
สิทธิมีทนายสอบสวนผู้ต้องหา
มาตรา 134/2หมวด 4 — การพิจารณา
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ยี่สิบหก
มาตรา 134/2 ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 26 พ.ศ. 2550
แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติฉบับที่ 26ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 134/3หมวด 4 — การพิจารณา
สิทธิผู้ต้องหาให้ทนายเข้าฟังสอบปากคำ
ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้
ผู้ต้องหาทนายความสอบปากคำสิทธิผู้ไว้วางใจ
มาตรา 134/4หมวด 7 — การสอบสวน
สิทธิผู้ต้องหา — แจ้งสิทธิก่อนสอบสวน 7 ประการ
แจ้งสิทธิ: สิทธินิ่ง (ไม่ให้การได้)/ถ้อยคำเป็นพยานหลักฐาน/มีทนาย ไม่แจ้ง→ถ้อยคำใช้ยันไม่ได้
แจ้งสิทธิสิทธินิ่งไม่ให้การทนาย
มาตรา 135หมวด 7 — การสอบสวน
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ — ต้องสอบสวนต่อ ห้ามใช้คำรับสารภาพลงโทษ
รับสารภาพชั้นสอบสวน: ใช้ลงโทษไม่ได้ ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ ป้องกันบังคับสารภาพ
รับสารภาพชั้นสอบสวนห้ามใช้พยานหลักฐาน
มาตรา 136หมวด 4 — การพิจารณา
ยกเลิกมาตราโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ยี่สิบสอง
มาตรา 136 ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 22 พ.ศ. 2547
ยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับที่ 22ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 137หมวด 4 — การพิจารณา
อำนาจสั่งมิให้ออกจากที่ขณะสอบสวน
พนักงานสอบสวนขณะปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ใด มีอำนาจสั่งมิให้ผู้ใดออกไปจากที่นั้นชั่วเวลาที่จำเป็น
พนักงานสอบสวนสั่งมิให้ออกสถานที่สอบสวนอำนาจ
มาตรา 138หมวด 7 — การสอบสวน
บันทึกคำให้การ — พนักงานสอบสวนต้องจดบันทึก ผู้ต้องหาลงชื่อ
บันทึกคำให้การ: จด+อ่านให้ฟัง+ผู้ต้องหาลงชื่อ ไม่ยอมลงชื่อ→บันทึกเหตุ ≠ บังคับให้ลงชื่อไม่ได้
บันทึกคำให้การลงชื่ออ่านให้ฟัง
มาตรา 139หมวด 4 — การพิจารณา
บันทึกภาพและเสียงการถามปากคำเด็ก
การถามปากคำเด็ก พนักงานสอบสวนต้องจัดให้มีการบันทึกภาพและเสียงที่สามารถนำออกถ่ายทอดได้อย่างต่อเนื่องไว้เป็นพยาน
ถามปากคำเด็กบันทึกภาพเสียงพยานหลักฐานพนักงานสอบสวน
มาตรา 140หมวด 7 — การสอบสวน
ความเห็นพนักงานสอบสวน — สั่งฟ้อง/ไม่ฟ้อง
เสร็จสอบสวน: ส.ส. ทำความเห็นฟ้อง/ไม่ฟ้อง → ส่งอัยการ | สั่งไม่ฟ้อง → ปล่อยตัวผู้ต้องหา
สั่งฟ้องสั่งไม่ฟ้องอัยการสำนวน
มาตรา 141หมวด 4 — การพิจารณา
ข้อความส่วนหนึ่งในมาตราสอบสวน
มาตรา 141 ปรากฏเพียงข้อความว่า "หรือ" อันเป็นส่วนหนึ่งของบทบัญญัติในหมวดการสอบสวน
สอบสวนบทบัญญัติ
มาตรา 142หมวด 7 — การสอบสวน
อัยการสั่งฟ้อง/ไม่ฟ้อง — อำนาจชี้ขาดของอัยการ
อำนาจอัยการ: สั่งฟ้อง/ไม่ฟ้อง/สอบสวนเพิ่ม ไม่ฟ้อง→ปล่อยตัว ≠ ส.ส.(ทำความเห็น ม.140)
อัยการสั่งฟ้องไม่ฟ้องสอบสวนเพิ่ม
มาตรา 143หมวด 7 — การสอบสวน
พนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนให้อัยการ
ส่งสำนวนอัยการ: สอบสวนเสร็จ→ส่งสำนวน+ความเห็น+ตัวผู้ต้องหาให้อัยการ อัยการสั่งฟ้อง/ไม่ฟ้อง(ม.142)
ส่งสำนวนอัยการผู้ต้องหา
มาตรา 144หมวด 7 — การสอบสวน
ส่งสำนวนให้อัยการ — ส.ส.ส่งสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหา
ส่งสำนวนอัยการ: สำนวน+ความเห็น+ตัวผู้ต้องหา→อัยการ อัยการสั่งฟ้อง/ไม่ฟ้อง(ม.142)
ส่งสำนวนอัยการตัวผู้ต้องหา
มาตรา 145หมวด 7 — การสอบสวน
อัยการสั่งไม่ฟ้อง — ผู้เสียหายฟ้องเองได้
อัยการสั่งไม่ฟ้อง: ส่งเรื่อง ผบ.ตร. ตรวจสอบ ถ้าเห็นต่าง → ส่งอัยการสูงสุดชี้ขาด ผู้เสียหายไม่ต้องรอ → ฟ้องเองได้เลย
สั่งไม่ฟ้องอัยการผู้เสียหายฟ้องเองผบ.ตร.
มาตรา 145/1หมวด 4 — การพิจารณา
อำนาจผู้บัญชาการตำรวจแย้งคำสั่งอัยการ
เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแย้งคำสั่งอัยการให้ส่งสำนวนและความเห็นที่แย้งไปอัยการสูงสุดเพื่อชี้ขาด หากคดีใกล้ขาดอายุความให้ฟ้องตามความเห็นผู้บัญชาการก่อน
ผู้บัญชาการตำรวจแย้งคำสั่งอัยการอัยการสูงสุดชี้ขาดอายุความฟ้องคดี
มาตรา 145/18หมวด 4 — การพิจารณา
ขั้นตอนส่งสำนวนเมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีตำรวจ
เมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องจากตำรวจ ต้องรีบส่งสำนวนพร้อมคำสั่งให้ผู้บัญชาการตำรวจในกรุงเทพฯ หรือผู้บัญชาการในจังหวัดอื่น โดยไม่ตัดอำนาจอัยการ
คำสั่งไม่ฟ้องส่งสำนวนผู้บัญชาการตำรวจอัยการพนักงานสอบสวน
มาตรา 146หมวด 4 — การพิจารณา
แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องและปล่อยตัวผู้ต้องหา
เมื่ออัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง ต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาและผู้ร้องทุกข์ทราบและปล่อยตัวผู้ต้องหา และผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิขอทราบสรุปพยานหลักฐาน
คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องแจ้งผู้ต้องหาปล่อยตัวผู้ร้องทุกข์สรุปพยานหลักฐาน
มาตรา 147หมวด 7 — การสอบสวน
ห้ามโฆษณาภาพผู้ต้องหา — คุ้มครองสิทธิผู้ต้องหา
ห้ามโฆษณาภาพผู้ต้องหา: คุ้มครองสันนิษฐานบริสุทธิ์(ม.3) ห้ามเผยแพร่ก่อนศาลตัดสิน
ภาพผู้ต้องหาห้ามโฆษณาสันนิษฐานบริสุทธิ์
มาตรา 148หมวด 7 — การสอบสวน
ชันสูตรพลิกศพ — ตายผิดธรรมชาติต้องชันสูตร
ชันสูตรพลิกศพ: ตายผิดธรรมชาติ 5 กรณี (ฆ่าตัวตาย/ถูกฆ่า/สัตว์/อุบัติเหตุ/ไม่ปรากฏเหตุ) + ตายในความควบคุม
ชันสูตรพลิกศพตายผิดธรรมชาติฆ่าตัวตาย
มาตรา 149หมวด 4 — การพิจารณา
หน้าที่แจ้งความตายผิดธรรมชาติต่อเจ้าหน้าที่
เมื่อเกิดความตายผิดธรรมชาติ ญาติหรือผู้รู้เห็นต้องเก็บรักษาศพไว้ที่พบและแจ้งตำรวจโดยเร็ว หากละเลยมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ความตายผิดธรรมชาติแจ้งตำรวจเก็บรักษาศพหน้าที่ญาติโทษปรับ
มาตรา 150หมวด 7 — การสอบสวน
ชันสูตรพลิกศพ — ตายผิดธรรมชาติ
ชันสูตรพลิกศพ: ต้องทำเมื่อ ตายโดยผิดธรรมชาติ / ตายในห้องขัง / ตายระหว่างถูกควบคุม / เจ้าหน้าที่ทำให้ตาย — ต้องมีแพทย์นิติเวช + พนักงานสอบสวน + พนักงานอัยการ
ชันสูตรพลิกศพตายผิดธรรมชาติห้องขังนิติเวช
มาตรา 150/1หมวด 7 — การสอบสวน
ชันสูตรพลิกศพ — ต้องมีพนักงานสอบสวน + แพทย์
ชันสูตร: ส.ส.+แพทย์ร่วมกัน ทำรายงาน ระบุสาเหตุ/พฤติการณ์การตาย เป็นพยานหลักฐานสำคัญ
ชันสูตรพนักงานสอบสวนแพทย์รายงาน
มาตรา 151หมวด 4 — การพิจารณา
อำนาจสั่งผ่าศพและแยกธาตุในการชันสูตร
เมื่อจำเป็นเพื่อหาเหตุการตาย เจ้าพนักงานชันสูตรมีอำนาจสั่งให้ผ่าศพและแยกธาตุ หรือส่งทั้งศพหรือบางส่วนให้แพทย์รัฐบาลตรวจได้
ชันสูตรพลิกศพผ่าศพแยกธาตุเหตุการตายแพทย์รัฐบาล
มาตรา 152หมวด 4 — การพิจารณา
รายงานแพทย์สภาพศพและเหตุที่ตาย
แพทย์หรือพนักงานแยกธาตุของรัฐบาลต้องทำรายงานสภาพศพพร้อมความเห็น แสดงเหตุที่ตาย ลงลายมือชื่อ และส่งให้เจ้าพนักงานชันสูตร
รายงานแพทย์สภาพศพเหตุที่ตายชันสูตรพลิกศพพนักงานแยกธาตุ
มาตรา 153หมวด 4 — การพิจารณา
ขุดศพขึ้นเพื่อตรวจดูในกรณีจำเป็น
หากศพถูกฝังไว้แล้ว ผู้ชันสูตรสามารถจัดให้ขุดศพขึ้นตรวจดูได้ เว้นแต่ไม่จำเป็นหรืออาจเป็นอันตรายต่ออนามัยประชาชน
ขุดศพชันสูตรพลิกศพตรวจดูศพอนามัยประชาชนศพฝังไว้
มาตรา 154หมวด 4 — การพิจารณา
ผู้ชันสูตรพลิกศพต้องทำความเห็นเป็นหนังสือ
ผู้ชันสูตรพลิกศพต้องทำความเห็นเป็นหนังสือแสดงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ระบุตัวผู้ตาย สถานที่ เวลา และผู้กระทำผิดเท่าที่ทราบได้
ชันสูตรพลิกศพความเห็นเป็นหนังสือเหตุและพฤติการณ์การตาย
มาตรา 155หมวด 7 — การสอบสวน
ห้ามเผา/ฝังศพก่อนชันสูตร — เว้นแต่พนักงานสอบสวนอนุญาต
ห้ามเผา/ฝังก่อนชันสูตร: ต้องรอ ส.ส. อนุญาต ฝ่าฝืน→อาจถูกดำเนินคดีฐานทำลายพยานหลักฐาน
ห้ามเผาศพชันสูตรพนักงานสอบสวน
มาตรา 155/1หมวด 4 — การพิจารณา
การสอบสวนกรณีตายโดยเจ้าพนักงาน
บทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวนในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือขณะอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน
สอบสวนความตายเจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามหน้าที่
มาตรา 156หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
หน้าที่แจ้งและร่วมชันสูตรพลิกศพกรณีตายโดยเจ้าพนักงาน
พนักงานสอบสวนมีหน้าที่แจ้งให้ผู้ชันสูตรพลิกศพและญาติผู้ตายทราบก่อนการชันสูตร กรณีตายโดยเจ้าพนักงานให้พนักงานอัยการและฝ่ายปกครองร่วมชันสูตรและทำสำนวนให้เสร็จภายในสามสิบวัน
พนักงานสอบสวนชันสูตรพลิกศพพนักงานอัยการสำนวนชันสูตร
มาตรา 157หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
การฟ้องคดีอาญา — ยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ
ฟ้องคดีอาญาต้องยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ โดยทั่วไปคือศาลที่ความผิดเกิด หรือที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือที่จำเลยถูกจับ (ม.22)
ฟ้องคดีอาญาศาลที่มีอำนาจเขตอำนาจศาล
มาตรา 158หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
คำฟ้องคดีอาญา — รายการที่ต้องมี
ฟ้องอาญาต้องมี 5 รายการ: ชื่อศาล โจทก์-จำเลย การกระทำ เวลา/สถานที่ มาตรา — ขาดข้อใด ศาลยกฟ้องได้
คำฟ้องฟ้องอาญารายการข้อเท็จจริง
มาตรา 159หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
การขอเพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบในฟ้อง
หากโจทก์ต้องการให้เพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบ ต้องกล่าวมาในฟ้อง แต่หากไม่ได้กล่าวไว้อาจยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้
เพิ่มโทษไม่เข็ดหลาบฟ้องคำร้องขอเพิ่มเติม
มาตรา 160หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
คำฟ้องอาญา — ต้องระบุชื่อจำเลย ฐานความผิด การกระทำ
คำฟ้องอาญา: ชื่อจำเลย/ฐานความผิด/การกระทำ/วันเวลาสถานที่/ข้อเท็จจริง ≠ วิ.แพ่ง(ม.176=สภาพข้อหา+คำขอ)
คำฟ้องอาญาฐานความผิดจำเลย
มาตรา 161หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ศาลสั่งแก้ฟ้องหรือยกฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
หากฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลมีอำนาจสั่งให้โจทก์แก้ฟ้อง หรือสั่งยกฟ้อง หรือไม่ประทับฟ้อง และโจทก์มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว
ฟ้องไม่ถูกต้องแก้ฟ้องยกฟ้องไม่ประทับฟ้อง
มาตรา 161/1หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ยกฟ้องโจทก์ที่ฟ้องโดยไม่สุจริตหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง
ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ หากศาลพบว่าฟ้องโดยไม่สุจริตหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อกลั่นแกล้งจำเลย ศาลจะยกฟ้องและห้ามโจทก์ยื่นฟ้องในเรื่องเดียวกันอีก
ฟ้องโดยไม่สุจริตบิดเบือนข้อเท็จจริงกลั่นแกล้งจำเลยยกฟ้อง
มาตรา 162หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
จำเลยให้การรับสารภาพ — ศาลพิพากษาได้เลย
รับสารภาพ: คดีธรรมดา ศาลพิพากษาได้เลย ไม่ต้องสืบพยาน คดีโทษจำคุก ≥ 5 ปี/ประหาร → ต้องสืบพยานโจทก์ก่อน แม้รับสารภาพ
รับสารภาพไม่ต้องสืบพยาน5 ปีพิพากษา
มาตรา 163หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
จำเลยรับสารภาพคดีหนัก — ศาลต้องสืบพยาน
คดีโทษจำคุก ≥ 5 ปี / ประหาร: แม้รับสารภาพ ศาลต้องสืบพยานโจทก์ก่อน ป้องกันการรับสารภาพแทนคนอื่น
รับสารภาพคดีหนัก5 ปีต้องสืบพยานประหาร
มาตรา 164หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ห้ามอนุญาตแก้ฟ้องหากทำให้จำเลยเสียเปรียบ
ศาลไม่อาจอนุญาตให้แก้หรือเพิ่มเติมฟ้องหากทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี แต่การแก้ฐานความผิดหรือเพิ่มรายละเอียดในระหว่างพิจารณาชั้นต้นไม่ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จำเลยหลงต่อสู้
แก้ฟ้องเพิ่มเติมฟ้องจำเลยเสียเปรียบฐานความผิด
มาตรา 165หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ขั้นตอนการไต่สวนมูลฟ้องคดีอัยการเป็นโจทก์
ในวันไต่สวนมูลฟ้องคดีอัยการเป็นโจทก์ ให้นำตัวจำเลยมาศาล อ่านและอธิบายฟ้อง จดคำให้การ โดยจำเลยไม่มีสิทธินำพยานมาสืบแต่มีสิทธิมีทนายช่วยเหลือ
ไต่สวนมูลฟ้องพนักงานอัยการจำเลยคำให้การทนาย
มาตรา 165/1หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
การไต่สวนมูลฟ้องคดีโทษประหารหรือจำเลยเยาวชน
กำหนดบทบัญญัติพิเศษสำหรับการไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต หรือในคดีที่จำเลยมีอายุไม่เกินสิบแปดปีในวันที่ถูกฟ้อง
โทษประหารชีวิตจำเลยเยาวชนไต่สวนมูลฟ้อง
มาตรา 165/2หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
สิทธิจำเลยแถลงข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายสำคัญต่อศาลและระบุพยานหลักฐาน โดยศาลอาจเรียกพยานศาลมาประกอบการวินิจฉัยได้
ไต่สวนมูลฟ้องจำเลยแถลงพยานศาลคดีไม่มีมูล
มาตรา 166หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
ห้ามพิพากษาเกินคำขอ — คดีอาญา
ข้อเท็จจริงในการพิจารณาต่างจากฟ้อง: ถ้าสาระสำคัญ → ยกฟ้อง ถ้าไม่สาระสำคัญ+จำเลยไม่หลงต่อสู้ → ลงโทษได้ ออกสอบบ่อย
แตกต่างจากฟ้องสาระสำคัญหลงต่อสู้ยกฟ้อง
มาตรา 167หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ผลการไต่สวนมูลฟ้องคดีมีมูลหรือไม่มีมูล
หากคดีมีมูลศาลจะประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อเฉพาะกระทงที่มีมูล หากไม่มีมูลให้พิพากษายกฟ้อง และคำสั่งว่าคดีมีมูลต้องแสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผล
คดีมีมูลประทับฟ้องยกฟ้องเหตุผลประกอบ
มาตรา 168หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ส่งสำเนาฟ้องให้จำเลยหลังศาลประทับฟ้อง
เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว ต้องส่งสำเนาฟ้องให้แก่จำเลยรายตัว เว้นแต่จำเลยได้รับสำเนาฟ้องไว้ก่อนแล้ว
ประทับฟ้องสำเนาฟ้องจำเลย
มาตรา 169หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ออกหมายเรียกหรือจับจำเลยหลังศาลประทับฟ้อง
เมื่อศาลประทับฟ้องแล้วแต่ยังไม่ได้ตัวจำเลย ให้ศาลออกหมายเรียกหรือหมายจับจำเลยมาเพื่อพิจารณาต่อไปตามที่เห็นสมควร
ประทับฟ้องหมายเรียกหมายจับจำเลย
มาตรา 170หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
ห้ามฟ้องซ้ำ — คดีเดียวกันฟ้องอีกไม่ได้
ห้ามฟ้องซ้ำ: คดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องซ้ำไม่ได้ | ศาลไม่รับฟ้อง → ฟ้องใหม่ได้ถ้ามีข้อเท็จจริงใหม่
ฟ้องซ้ำคำพิพากษาเด็ดขาดข้อเท็จจริงใหม่
มาตรา 170/1หมวด 8 — การฟ้องคดีอาญาและไต่สวนมูลฟ้อง
ศาลไม่ประทับรับฟ้อง — คดีไม่มีมูล ยกฟ้อง
ไม่ประทับรับฟ้อง: ไต่สวนแล้วไม่มีมูล→ยกฟ้อง มีมูล→รับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ได้ถ้าไม่รับ
ไม่ประทับรับฟ้องไม่มีมูลยกฟ้อง
มาตรา 171หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
การนำบทบัญญัติการสอบสวนมาใช้บังคับ
กำหนดให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวนและการพิจารณามาใช้บังคับโดยมีข้อยกเว้นตามที่กำหนด
การสอบสวนการพิจารณานำบทบัญญัติมาใช้
มาตรา 172หมวด 9 — การพิจารณา
อายุความคดีอาญา
อายุความอาญา 5 ระดับ: ประหาร=20ปี จำคุก7-20ปี=15ปี จำคุก1-7ปี=10ปี จำคุก≤1ปี=5ปี ลหุโทษ=1ปี
อายุความขาดอายุความ20 ปี15 ปี10 ปี
มาตรา 173หมวด 9 — การพิจารณา
คำฟ้องอาญาต้องบรรยายครบองค์ประกอบ
ฟ้องอาญาต้องบรรยายครบ: การกระทำ+วันเวลา+สถานที่+มาตรา ชัดเจนพอให้จำเลยเข้าใจ ไม่ครบ → ศาลยกฟ้อง คู่กับ ม.158
บรรยายฟ้ององค์ประกอบข้อเท็จจริงชัดเจน
มาตรา 173/1หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
การยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมและขอพยานจากบุคคลภายนอก
การยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมหลังพ้นระยะเวลาต้องได้รับอนุญาตจากศาล และหากพยานอยู่ในครอบครองบุคคลภายนอกต้องยื่นคำขอต่อศาลพร้อมกับบัญชีระบุพยานเพื่อให้ได้พยานมาก่อนวันตรวจพยาน
บัญชีระบุพยานพยานเพิ่มเติมบุคคลภายนอกอนุญาตจากศาล
มาตรา 173/2หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าพนักงานผู้ส่งหมายเรียก
เจ้าพนักงานผู้ส่งหมายเรียกมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดโดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
เจ้าพนักงานหมายเรียกค่าใช้จ่ายกระทรวงยุติธรรม
มาตรา 174หมวด 9 — การพิจารณา
จำเลยให้การรับสารภาพในศาล — ศาลพิพากษาได้เลย
รับสารภาพในศาล: พิพากษาได้เลยไม่ต้องสืบ ยกเว้นโทษประหาร→ต้องสืบจนแน่ใจ ≠ ชั้นสอบสวน(ม.135)
รับสารภาพศาลไม่ต้องสืบพยานประหาร
มาตรา 175หมวด 9 — การพิจารณา
สิทธิจำเลยในการพิจารณา — ถามค้านพยาน นำพยานสืบ
สิทธิจำเลย: รับ/ปฏิเสธ ถามค้านพยานโจทก์ นำพยานสืบแก้ แถลงปิดคดี ≠ สิทธินิ่ง(ม.134/4)
สิทธิจำเลยถามค้านนำพยานสืบปฏิเสธ
มาตรา 176หมวด 9 — การพิจารณา
ถอนฟ้องคดีอาญา
ถอนฟ้องอาญา: ส่วนตัว=ถอนได้ตลอด ยอมความ=ถอนก่อนพิจารณา ถอนแล้วฟ้องใหม่ไม่ได้
ถอนฟ้องยอมความส่วนตัว
มาตรา 176/1หมวด 9 — การพิจารณา
ส่งตัวจำเลยไปศาลทางวิดีโอ — พิจารณาผ่านจอภาพ
พิจารณาทางวิดีโอ: จำเลย/พยานไม่ต้องมาศาล ใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้ ศาลอนุญาต
วิดีโอจอภาพไม่ต้องมาศาลทางไกล
มาตรา 177หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
อำนาจศาลสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับ
ศาลมีอำนาจสั่งให้พิจารณาคดีเป็นการลับได้เองหรือตามคำร้องของคู่ความ เพื่อประโยชน์ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือปกป้องความลับด้านความปลอดภัยของประเทศ
พิจารณาลับความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยของประเทศ
มาตรา 178หมวด 9 — การพิจารณา
พิจารณาเปิดเผย — ต้องพิจารณาต่อหน้าจำเลย ยกเว้นกรณีพิเศษ
พิจารณาเปิดเผย: ต้องทำต่อหน้าจำเลย ยกเว้น คดีเพศ/ปลอดภัยพยาน/สงบเรียบร้อย (ลับหลังจำเลยไม่ได้)
พิจารณาเปิดเผยต่อหน้าจำเลยคดีเพศ
มาตรา 179หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ศาลดำเนินพิจารณาต่อเนื่องหรือเลื่อนคดีตามควร
ศาลอาจดำเนินการพิจารณาต่อเนื่องจนเสร็จโดยไม่เลื่อน แต่หากพยานไม่มาหรือมีเหตุสมควรก็ให้เลื่อนคดีตามที่เห็นสมควร
เลื่อนคดีพิจารณาต่อเนื่องพยานไม่มา
มาตรา 180หมวด 9 — การพิจารณา
อุทธรณ์คดีอาญา — ยื่นภายใน 1 เดือน
อุทธรณ์: ยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา ยื่นที่ศาลชั้นต้น เกินกำหนด → หมดสิทธิอุทธรณ์
อุทธรณ์1 เดือนยื่นศาลชั้นต้นกำหนดเวลา
มาตรา 181หมวด 9 — การพิจารณา
มาตรา 181 — ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๙ และ ๑๖๖ มาบังคับแก่การ พ
ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๓๙ และ ๑๖๖ มาบังคับแก่การ พิจารณาโดยอนุโลม ลักษณะ ๓ คำพิพากษาและคำสั่ง
วิธีพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ฎีกาบังคับคดีคำพิพากษาคู่ความ
มาตรา 181/1หมวด 9 — การพิจารณา
ศาลมีอำนาจพิจารณาลับ — คดีเพศ/เด็ก/ความมั่นคง
พิจารณาลับ: คดีเพศ/เด็ก/ความมั่นคง→ลับได้ ห้ามเผยแพร่ ≠ ปกติ(ม.178=เปิดเผย)
พิจารณาลับคดีเพศเด็กความมั่นคง
มาตรา 182หมวด 10 — คำพิพากษาและคำสั่ง
อัยการอุทธรณ์ขอเพิ่มโทษ — ศาลเพิ่มได้
อัยการอุทธรณ์ขอเพิ่มโทษ: ศาลชั้นต้นลงโทษเบาเกินไป อัยการขอศาลอุทธรณ์เพิ่มได้ ต่างจากจำเลยอุทธรณ์ที่ขอลดโทษ
อัยการอุทธรณ์เพิ่มโทษลดโทษศาลชั้นต้น
มาตรา 183หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
รูปแบบคำพิพากษาคำสั่งและความเห็นแย้ง
คำพิพากษา คำสั่ง และความเห็นแย้งต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา และผู้พิพากษาที่ไม่เห็นด้วยมีสิทธิทำความเห็นแย้งรวมในสำนวน
คำพิพากษาคำสั่งความเห็นแย้งผู้พิพากษา
มาตรา 184หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
วิธีประชุมปรึกษาตัดสินคดีโดยเสียงข้างมาก
การประชุมปรึกษาเพื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ประธานถามผู้พิพากษาทีละคนและออกความเห็นสุดท้าย การวินิจฉัยถือตามเสียงข้างมาก หากเสียงแตกเป็นสองฝ่ายให้ผู้มีความเห็นร้ายแก่จำเลยมากยอมเห็นด้วยผู้มีความเห็นร้ายน้อยกว่า
ประชุมปรึกษาคำพิพากษาเสียงข้างมากผู้พิพากษา
มาตรา 185หมวด 10 — คำพิพากษาและคำสั่ง
พิพากษายกฟ้อง / ลงโทษ
ศาลพิพากษายกฟ้องเมื่อ: จำเลยไม่ได้ทำผิด / ไม่เป็นความผิด / ขาดอายุความ / มีเหตุไม่ต้องรับโทษ ถ้าจำเลยผิดจริงและไม่มีเหตุยกเว้นโทษ ศาลลงโทษตามความผิด ระหว่างอุทธรณ์/ฎีกา ศาลอาจให้ประกันตัวได้
ยกฟ้องลงโทษคำพิพากษาปล่อยจำเลยคดีถึงที่สุด
มาตรา 186หมวด 10 — คำพิพากษาและคำสั่ง
คำพิพากษาต้องมีเหตุผล — ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย บทลงโทษ
คำพิพากษาอาญา: ต้องมี 7 รายการ (ศาล/คู่ความ/ข้อหา/ข้อเท็จจริง/เหตุผล/บทกฎหมาย/คำวินิจฉัย)
คำพิพากษาเหตุผลบทลงโทษ
มาตรา 187หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
รายการบังคับในคำสั่งระหว่างพิจารณาคดี
คำสั่งระหว่างพิจารณาอย่างน้อยต้องประกอบด้วย วันเดือนปี เหตุผลตามกฎหมายในการสั่ง และตัวคำสั่ง
คำสั่งระหว่างพิจารณาวันเดือนปีเหตุผลตามกฎหมาย
มาตรา 188หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
คำพิพากษาและคำสั่งมีผลนับแต่วันอ่าน
คำพิพากษาหรือคำสั่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ได้อ่านในศาลโดยเปิดเผยเป็นต้นไป
คำพิพากษาคำสั่งวันมีผลอ่านในศาล
มาตรา 189หมวด 10 — คำพิพากษาและคำสั่ง
คำพิพากษาถึงที่สุด — เมื่อไม่มีอุทธรณ์/ฎีกาภายในกำหนด
คดีถึงที่สุด: ไม่อุทธรณ์/ฎีกาภายในกำหนด หรือ ศาลสูงสุดตัดสิน→ถึงที่สุด บังคับคดีได้
ถึงที่สุดอุทธรณ์ฎีกากำหนดเวลา
มาตรา 190หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ข้อห้ามแก้ไขคำพิพากษาที่อ่านแล้ว
ห้ามแก้ไขคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อ่านแล้ว ยกเว้นแก้เฉพาะถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาดเท่านั้น
แก้ไขคำพิพากษาข้อห้ามพิมพ์ผิดพลาด
มาตรา 191หมวด 5 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ศาลอธิบายคำพิพากษาเมื่อเกิดความสงสัยในการบังคับ
เมื่อเกิดความสงสัยในการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง บุคคลที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องอาจร้องต่อศาลให้อธิบายให้ชัดเจน
ความสงสัยบังคับตามคำพิพากษาอธิบายให้แจ่มแจ้ง
มาตรา 192หมวด 10 — คำพิพากษาและคำสั่ง
ห้ามพิพากษาเกินคำขอ / ข้อเท็จจริงนอกฟ้อง
หลักห้ามพิพากษาเกินคำขอ: ศาลลงโทษได้เฉพาะตามที่ฟ้อง ถ้าข้อเท็จจริงต่างจากฟ้องในสาระสำคัญ ต้องยกฟ้อง ถ้าต่างไม่สำคัญ ไม่ถือว่าเกินคำขอ แต่ต้องไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้ และลงโทษเกินอัตราที่ฟ้องไม่ได้ (แก้ไขโดย ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2522)
เกินคำขอข้อเท็จจริงนอกฟ้องหลงต่อสู้ยกฟ้องอัตราโทษ
มาตรา 193หมวด 11 — อุทธรณ์
ฎีกา — คดีต้องขออนุญาตศาลฎีกา
ฎีกา: ต้องขออนุญาตศาลฎีกาก่อน ต้องเป็นปัญหาสำคัญ ยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่อ่านคำพิพากษาอุทธรณ์
ฎีกาขออนุญาตปัญหาสำคัญศาลฎีกา
มาตรา 193/20หมวด 6 — อุทธรณ์
การฟ้องแพ่งแยกต่างหากจากคดีอาญา
ผู้มีสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อาจเป็นโจทก์หรือฟ้องคดีแพ่งต่างหากจากคดีอาญาได้
ฟ้องแพ่งคดีอาญาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 193/32หมวด —
สิทธิฟ้องคดีแพ่ง — อายุความหลังศาลยกฟ้องคดีอาญา
แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ถ้าโจทก์ฟ้องคดีอาญาและศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลย จนคดีเด็ดขาดแล้วก่อนที่ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่ง สิทธิของผู้เสียหายจะฟ้อง…
จับกุมฎีกาผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอายุความอุทธรณ์
มาตรา 194หมวด 6 — อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อกฎหมายตามข้อเท็จจริงชั้นต้น
หากมีอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์
มาตรา 195หมวด 11 — อุทธรณ์
อุทธรณ์คดีอาญา — ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง
ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง: คดีโทษจำคุก ≤ 3 ปี / ปรับ ≤ 60,000 — อุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมาย เว้นแต่จำเลยถูกจำคุก/กักขัง
ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง3 ปีข้อกฎหมาย
มาตรา 196หมวด 11 — อุทธรณ์
ข้อจำกัดอุทธรณ์ — คดีที่ปรับไม่เกิน 20,000 ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง
จำกัดอุทธรณ์: ปรับ ≤ 20,000 → ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ยกฟ้อง/ขังเท่าโทษ → เฉพาะข้อกฎหมาย
จำกัดอุทธรณ์ข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย
มาตรา 197หมวด 6 — อุทธรณ์
อุทธรณ์หนึ่งฉบับไม่ตัดสิทธิอุทธรณ์ของผู้อื่น
การที่มีการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วไม่มีผลตัดสิทธิผู้อื่นที่มีสิทธิอุทธรณ์คดีเดียวกัน
อุทธรณ์สิทธิอุทธรณ์ตัดสิทธิ
มาตรา 198หมวด 6 — อุทธรณ์
ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นภายในหนึ่งเดือน
การยื่นอุทธรณ์ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่อ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้คู่ความฝ่ายที่อุทธรณ์ฟัง
ยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นหนึ่งเดือนระยะเวลา
มาตรา 199หมวด 6 — อุทธรณ์
ผู้ต้องขังอาจยื่นอุทธรณ์ผ่านพัศดีเรือนจำ
ผู้อุทธรณ์ที่ถูกขังในเรือนจำอาจยื่นอุทธรณ์ต่อพัศดีภายในกำหนด และพัศดีต้องรีบส่งต่อศาล หากส่งช้าเพราะความผิดของพัศดีให้ถือว่ายื่นทันกำหนด
ผู้ต้องขังอุทธรณ์พัศดีเรือนจำ
มาตรา 200หมวด 11 — อุทธรณ์
ห้ามพิพากษาเกินคำขอ — ลงโทษเกินหรือต่างจากฟ้องไม่ได้
ห้ามพิพากษาเกินคำขอ: ฟ้องฆ่า→ลงโทษฆ่า ลงโทษปล้นไม่ได้ แต่ลงโทษน้อยกว่าได้(ฟ้องฆ่า ลงทำร้ายได้)
พิพากษาเกินคำขอข้อหาฟ้อง
มาตรา 201หมวด 6 — อุทธรณ์
ส่งสำนวนอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์กรณีส่งสำเนาไม่ได้
หากศาลส่งสำเนาอุทธรณ์แก่อีกฝ่ายไม่ได้ หรือพ้นกำหนดแก้อุทธรณ์แล้ว ให้ศาลรีบส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาต่อไป
สำเนาอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ส่งสำนวน
มาตรา 202หมวด 11 — อุทธรณ์
อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้อง/ยกฟ้อง
ศาลไม่รับฟ้อง/ยกฟ้อง: โจทก์อุทธรณ์ได้ ศาลยกฟ้องเพราะไม่มีมูล → อัยการอุทธรณ์ได้ ผู้เสียหาย(โจทก์ร่วม)ก็อุทธรณ์ได้
ไม่รับฟ้องยกฟ้องอุทธรณ์โจทก์
มาตรา 203หมวด 11 — อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีอาญา — ตรวจสำนวน อาจสืบพยานเพิ่ม
อุทธรณ์อาญา: ตรวจสำนวน+สั่งสืบเพิ่มได้ ≠ วิ.แพ่ง(ม.240 ตรวจสำนวนเป็นหลัก)
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนสืบพยานเพิ่ม
มาตรา 204หมวด 6 — อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ออกหมายนัดพิจารณาล่วงหน้าอย่างน้อยห้าวัน
ศาลอุทธรณ์ต้องออกหมายนัดพิจารณาแจ้งคู่ความล่วงหน้าอย่างน้อยห้าวัน และการฟังคำแถลงการณ์ต้องกำหนดภายในสิบห้าวันนับแต่รับสำนวน
ศาลอุทธรณ์หมายนัดล่วงหน้าห้าวันคำแถลงการณ์
มาตรา 205หมวด 6 — อุทธรณ์
หลักเกณฑ์คำแถลงการณ์และการยื่นในชั้นอุทธรณ์
คำแถลงการณ์ด้วยปากต้องยื่นพร้อมฟ้องอุทธรณ์ ส่วนหนังสือให้ยื่นก่อนวันพิพากษา คำแถลงการณ์ถือเป็นเพียงคำอธิบายข้ออุทธรณ์ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอุทธรณ์
คำแถลงการณ์อุทธรณ์แก้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์
มาตรา 206หมวด 11 — อุทธรณ์
อุทธรณ์คดีอาญา — ยื่นภายใน 1 เดือน
ยื่นอุทธรณ์อาญา: ภายใน 1 เดือนนับแต่อ่านคำพิพากษา เท่ากับ วิ.แพ่ง ม.229
อุทธรณ์1 เดือนคำพิพากษา
มาตรา 207หมวด 6 — อุทธรณ์
อำนาจศาลอุทธรณ์สั่งจัดการตัวจำเลยระหว่างอุทธรณ์
ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกหรือจับจำเลยมาขัง หรือสั่งปล่อยตัวหรือปล่อยชั่วคราวตามที่เห็นสมควร
ศาลอุทธรณ์หมายจับขังระหว่างอุทธรณ์ปล่อยชั่วคราว
มาตรา 208หมวด 11 — อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษ/ลดโทษ — อำนาจ
ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำเลยได้ แม้จำเลยเป็นคนอุทธรณ์เอง — ต่างจากคดีแพ่งที่ห้ามพิพากษาเกินคำขอ ออกสอบเปรียบเทียบกับ วิ.แพ่ง
เพิ่มโทษลดโทษศาลอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์
มาตรา 209หมวด 6 — อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยมิชักช้าและอ่านคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์ต้องพิพากษาโดยไม่ชักช้า และจะอ่านคำพิพากษาที่ศาลอุทธรณ์เองหรือส่งให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษาอ่านคำพิพากษา
มาตรา 210หมวด 11 — อุทธรณ์
ห้ามอุทธรณ์คดีที่จำเลยรับสารภาพ — เว้นแต่ข้อกฎหมาย
รับสารภาพห้ามอุทธรณ์: จำเลยรับแล้ว→อุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้ เฉพาะข้อกฎหมาย/กำหนดโทษ
รับสารภาพห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง
มาตรา 211หมวด 11 — อุทธรณ์
อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา — อุทธรณ์พร้อมคำพิพากษา
อุทธรณ์คำสั่งระหว่าง: อุทธรณ์แยกไม่ได้ ต้องรอพิพากษาก่อน คล้าย วิ.แพ่ง ม.235
คำสั่งระหว่างพิจารณาอุทธรณ์พร้อมคำพิพากษา
มาตรา 212หมวด 11 — อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษา — ยืน แก้ กลับ ยก
ศาลอุทธรณ์สั่งได้: ยืน(เห็นด้วย) แก้(แก้บางส่วน) กลับ(เปลี่ยนผล) ยก(ยกฟ้อง) — ถ้าแก้เพิ่มโทษ จำเลยฎีกาได้
ศาลอุทธรณ์ยืนแก้กลับยกฟ้อง
มาตรา 213หมวด 6 — อุทธรณ์
อุทธรณ์จำเลยคนหนึ่งเป็นประโยชน์แก่จำเลยอื่น
หากจำเลยคนหนึ่งอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์กลับหรือแก้คำพิพากษาในเหตุที่เป็นส่วนลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาให้ครอบคลุมถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วย
จำเลยหลายคนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ลดโทษเหตุลักษณะคดี
มาตรา 214หมวด 11 — อุทธรณ์
อุทธรณ์คดีอาญา — อุทธรณ์ได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
อุทธรณ์อาญา: อุทธรณ์ได้ทั้งข้อเท็จจริง+ข้อกฎหมาย เว้นแต่จำกัด(รับสารภาพ/ปรับน้อย)
อุทธรณ์อาญาข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย
มาตรา 215หมวด 6 — อุทธรณ์
นำบทบัญญัติศาลชั้นต้นมาใช้บังคับในชั้นอุทธรณ์
ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาและว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้นมาใช้บังคับในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยโดยอนุโลม
ศาลอุทธรณ์บทบัญญัติโดยอนุโลมศาลชั้นต้น
มาตรา 216หมวด 12 — ฎีกา
ฎีกา — ต้องขออนุญาตศาลฎีกา
ฎีกา: ศาลอุทธรณ์ยืน → ต้องขออนุญาตศาลฎีกาก่อน โทษ ≤ 5 ปี → ห้ามฎีกาข้อเท็จจริง
ฎีกาขออนุญาตศาลฎีกา
มาตรา 217หมวด 7 — ฎีกา
สิทธิฎีกาและระยะเวลายื่นฎีกาภายในหนึ่งเดือน
คู่ความมีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา โดยยื่นต่อศาลชั้นต้น
ฎีกาศาลอุทธรณ์หนึ่งเดือนคู่ความ
มาตรา 218หมวด 12 — ฎีกา
ฎีกาคดีอาญา — ข้อจำกัด
ห้ามฎีกาข้อเท็จจริง: ถ้าศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น เว้นแต่จำเลยถูกจำคุก/กักขัง — คล้าย วิ.แพ่ง ม.249 แต่มีข้อยกเว้นต่างกัน
ฎีกาห้ามฎีกาข้อเท็จจริงยืนจำคุก
มาตรา 219หมวด 12 — ฎีกา
ห้ามฎีกาคดีจำเลยรับสารภาพ — เฉพาะข้อกฎหมาย/กำหนดโทษ
รับสารภาพห้ามฎีกา: จำเลยรับแล้ว→ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ ข้อกฎหมาย/กำหนดโทษ=ฎีกาได้
ห้ามฎีการับสารภาพข้อกฎหมาย
มาตรา 220หมวด 12 — ฎีกา
ข้อจำกัดฎีกาอาญา — ศาลอุทธรณ์ยืน → ห้ามฎีกาข้อเท็จจริง
ฎีกาอาญาจำกัด: อุทธรณ์ยืน→ห้ามฎีกาข้อเท็จจริง ต้องขออนุญาตศาลฎีกา
ฎีกาจำกัดอุทธรณ์ยืน
มาตรา 221หมวด 12 — ฎีกา
มาตรา 221 — ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา ๒๑๘, ๒๑๙ และ ๒๒๐ แห่ง
ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา ๒๑๘, ๒๑๙ และ ๒๒๐ แห่ง ประมวลกฎหมายนี้ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความ เห...
วิธีพิจารณาฟ้องอุทธรณ์ฎีกาบังคับคดีคำพิพากษาคู่ความ
มาตรา 222หมวด 7 — ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์วินิจฉัย
หากคดีมีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน
ศาลฎีกาปัญหาข้อกฎหมายข้อเท็จจริงศาลอุทธรณ์
มาตรา 223หมวด 12 — ฎีกา
ฎีกาในคดีอาญา — ยื่นภายใน 1 เดือน
ยื่นฎีกา: ภายใน 1 เดือนนับแต่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เท่ากับ วิ.แพ่ง(ม.247)
ฎีกา1 เดือนศาลอุทธรณ์
มาตรา 224หมวด 7 — ฎีกา
การฎีกาคัดค้านคำสั่งไม่รับฎีกาของศาลชั้นต้น
เมื่อศาลชั้นต้นไม่รับฎีกา ผู้ฎีกาสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ภายใน 15 วันนับแต่วันฟังคำสั่ง ศาลฎีกาอาจสั่งให้ส่งสำนวนมาตรวจสอบเพื่อพิจารณาคำร้องดังกล่าว
ฎีกาศาลฎีกาคำร้องศาลชั้นต้นอุทธรณ์คำสั่ง
มาตรา 225หมวด 7 — ฎีกา
ภาค 5 พยานและหลักฐาน หมวด 1 หลักทั่วไป
หมวดนี้กำหนดหลักทั่วไปว่าด้วยพยานและหลักฐานในภาค 5 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
พยานหลักฐานหลักทั่วไปภาค 5
มาตรา 226หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานหลักฐานที่รับฟังได้ — ต้องไม่ได้มาโดยมิชอบ
หลัก 'พยานที่รับฟังได้': พยานวัตถุ/เอกสาร/บุคคล อ้างเป็นหลักฐานได้ แต่ต้องไม่ได้มาจากการจูงใจ/ขู่เข็ญ/หลอกลวง/โดยมิชอบ เช่น คำรับสารภาพที่ได้จากการซ้อมทรมาน ใช้เป็นพยานไม่ได้
พยานหลักฐานรับฟังได้มิชอบขู่เข็ญหลอกลวงคำรับสารภาพ
มาตรา 226/1หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
ฎีกาโดยอนุญาตศาลฎีกา — ปัญหาสำคัญ
ฎีกาไม่ได้ตามกฎหมาย → ขออนุญาตศาลฎีกาได้ ต้องเป็นปัญหาสำคัญ เช่น ข้อกฎหมายที่ยังไม่เคยวินิจฉัย หรือแนวฎีกาขัดกัน
ฎีกาโดยอนุญาตปัญหาสำคัญศาลฎีกาขออนุญาต
มาตรา 226/2หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ — ศาลใช้ดุลพินิจรับฟังหรือไม่
พยานมิชอบ: ขู่/หลอก/บังคับ→ไม่รับฟัง | พยานที่ได้มาต่อ→รับฟังได้ถ้ามีหลักฐานอื่นสนับสนุน (≠ ม.90/1 ค้นมิชอบ)
พยานมิชอบขู่เข็ญหลอกลวงดุลพินิจ
มาตรา 226/3หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
เงื่อนไขรับฟังพยานบอกเล่าและบันทึกคำคัดค้าน
กำหนดเงื่อนไขการรับฟังพยานบอกเล่าในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และกำหนดวิธีการบันทึกคำคัดค้านของคู่ความกรณีศาลไม่รับพยานบอกเล่า
พยานบอกเล่าเหตุจำเป็นคำคัดค้านความยุติธรรมรายงาน
มาตรา 226/4หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
ข้อห้ามนำสืบพฤติกรรมทางเพศผู้เสียหายในคดีเพศ
ในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ ห้ามจำเลยนำสืบหรือถามค้านเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของผู้เสียหายกับบุคคลอื่น เว้นแต่ศาลจะอนุญาตตามคำขอในกรณีที่เห็นว่าจะก่อให้เกิดความยุติธรรม
คดีเพศพฤติกรรมทางเพศผู้เสียหายข้อห้ามความยุติธรรม
มาตรา 226/5หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
บทเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 28 พ.ศ. 2551
มาตรา 226/5 เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 28 พ.ศ. 2551
แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2551พระราชบัญญัติ
มาตรา 227หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
หลักสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ — สงสัยให้ยกประโยชน์แก่จำเลย
หลักกฎหมายสำคัญที่สุดในวิ.อาญา: (1) ต้องแน่ใจว่าผิดจริงจึงลงโทษ — ไม่ใช่แค่ 'น่าจะผิด' (2) สงสัยว่าผิดหรือไม่ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย (Presumption of Innocence / In dubio pro reo) คือหลักที่ว่า 'ปล่อยคนผิด 10 คน ดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์ 1 คน'
สันนิษฐานบริสุทธิ์สงสัยยกประโยชน์จำเลยพิสูจน์ความผิดชั่งน้ำหนักพยาน
มาตรา 227/1หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
การชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่าและพยานซัดทอดด้วยความระมัดระวัง
ศาลต้องใช้ความระมัดระวังในการชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด และพยานที่มีข้อบกพร่อง และไม่ควรลงโทษจำเลยโดยอาศัยพยานดังกล่าวโดยลำพัง เว้นแต่มีพยานหลักฐานประกอบที่มีแหล่งที่มาเป็นอิสระสนับสนุน
พยานบอกเล่าพยานซัดทอดชั่งน้ำหนักพยานพยานหลักฐานประกอบความระมัดระวัง
มาตรา 228หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
อำนาจศาลสืบพยานเพิ่มเติมระหว่างพิจารณาคดี
ศาลมีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติมระหว่างพิจารณาคดีได้ทั้งโดยพลการและตามคำร้องของคู่ความ ไม่ว่าจะสืบเองหรือส่งประเด็นให้ศาลอื่นก็ได้
สืบพยานพยานเพิ่มเติมอำนาจศาลส่งประเด็น
มาตรา 229หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
ฎีกาคดีอาญา — ยื่นภายใน 1 เดือน
ฎีกาอาญา: ยื่นภายใน 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยื่นที่ศาลชั้นต้น
ฎีกา1 เดือนศาลอุทธรณ์ยื่น
มาตรา 229/1หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
ข้อบังคับภายใต้บทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 229/1 กำหนดหลักเกณฑ์ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้บังคับบทบัญญัติ
มาตรา 230หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับจำเลย — ต้องเป็นพยานชั้นดี
พยานชั้นดี: ต้องปราศจากข้อสงสัย สงสัย=ยกประโยชน์ให้จำเลย คู่กับ ม.227(Beyond Reasonable Doubt)
พยานชั้นดีปราศจากข้อสงสัยยกประโยชน์
มาตรา 230/1หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
การเบิกความพยานผ่านระบบประชุมทางจอภาพ
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นไม่อาจนำพยานมาเบิกความในศาลได้ ศาลอาจอนุญาตให้พยานเบิกความผ่านระบบประชุมทางจอภาพที่ศาลอื่นหรือสถานที่อื่น และถือว่าการเบิกความดังกล่าวเสมือนการเบิกความในห้องพิจารณาของศาล
เบิกความประชุมทางจอภาพเหตุจำเป็นพยานราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 230/2หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
กรณีไม่อาจสืบพยานตามวิธีปกติได้
มาตรา 230/2 กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับกรณีที่ไม่อาจสืบพยานตามวิธีการปกติได้
สืบพยานกรณีพิเศษพยาน
มาตรา 231หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
สิทธิปฏิเสธไม่ให้การเกี่ยวกับความลับ
กำหนดสิทธิของคู่ความหรือบุคคลในการปฏิเสธไม่ให้การเกี่ยวกับความลับราชการ ความลับวิชาชีพ หรือข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครอง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้เกี่ยวข้อง หากปฏิเสธโดยไร้เหตุผล ศาลมีอำนาจบังคับให้ให้การหรือส่งพยานหลักฐาน
ความลับราชการความลับวิชาชีพสิทธิปฏิเสธพยานหลักฐานหมายเรียก
มาตรา 232หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานบุคคล — ผู้มีส่วนได้เสียเป็นพยานได้ จำเลยไม่ต้องเป็นพยานปรักปรำตนเอง
จำเลยเป็นพยาน: โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานไม่ได้ จำเลยอ้างตนเองได้ แต่ไม่บังคับ (สิทธิไม่ปรักปรำตน)
พยานบุคคลจำเลยไม่ปรักปรำตนเอง
มาตรา 233หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
ห้ามถามนำ — ห้ามถามพยานฝ่ายตัวเองด้วยคำถามชี้นำ
ห้ามถามนำ: ซักถามพยานฝ่ายตัวเอง ห้ามชี้นำคำตอบ แต่ถามค้านใช้คำถามนำได้ เช่น "ใช่หรือไม่ว่า..."
ถามนำซักถามถามค้านพยาน
มาตรา 234หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานที่ไม่ต้องมาศาล — ป่วย/ไม่สามารถมาได้ → ส่งบันทึกแทน
พยานมาไม่ได้: ป่วย/พิการ/อยู่ต่างประเทศ→ส่งบันทึกคำเบิกความ/วิดีโอแทนได้ ศาลอนุญาต
พยานมาไม่ได้บันทึกป่วยต่างประเทศ
มาตรา 235หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานให้การไม่ตรงกัน — ศาลเรียกมาเผชิญกันได้
เผชิญพยาน: พยานขัดกัน→ศาลเรียกมาเผชิญหน้ากัน ถามต่อหน้ากัน ดูว่าใครน่าเชื่อกว่า
เผชิญพยานConfrontationไม่ตรงกัน
มาตรา 236หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานเด็ก — ต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ร่วม
พยานเด็ก: ≤18ปี ต้องมีนักจิตวิทยา/สังคมสงเคราะห์ ถามในห้องพิเศษ คุ้มครองเด็ก
พยานเด็กนักจิตวิทยาห้องพิเศษคุ้มครอง
มาตรา 237หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานที่ศาลเรียกมาเอง — ห้ามถามนำ ทั้งสองฝ่ายซักถามได้
พยานศาลเรียก: ศาลถามก่อน→โจทก์ถาม→จำเลยถาม ≠ พยานโจทก์/จำเลย(ฝ่ายตัวเองถามก่อน)
พยานศาลเรียกซักถามถามก่อน
มาตรา 238หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานเอกสารในคดีอาญา — ต้องส่งสำเนาให้คู่ความก่อน
ส่งสำเนาเอกสาร: อ้างเอกสาร→ส่งสำเนาให้อีกฝ่ายก่อน เพื่อให้เตรียมตัวค้าน
สำเนาเอกสารส่งก่อนคู่ความ
มาตรา 239หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานเอกสารในคดีอาญา — ต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรอง
พยานเอกสาร: ต้นฉบับเป็นหลัก หาไม่ได้→สำเนารับรอง/พยานบุคคล ≠ วิ.แพ่ง ม.94(ห้ามพยานบุคคลหักล้าง)
พยานเอกสารต้นฉบับสำเนารับรอง
มาตรา 240หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
กรณีศาลมิได้กำหนดวันตรวจพยานหลักฐาน
มาตรา 240 กำหนดหลักเกณฑ์ในกรณีที่ศาลมิได้กำหนดให้มีวันตรวจพยานหลักฐานตามที่กฎหมายบัญญัติ
ตรวจพยานหลักฐานวันตรวจพยานหลักฐาน
มาตรา 241หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานวัตถุ — ของกลาง/วัตถุพยานต้องนำมาแสดงต่อศาล
พยานวัตถุ: ของกลาง/อาวุธ/ยาเสพติด ต้องนำมาแสดง นำไม่ได้→ศาลไปดู/ใช้ภาพถ่ายแทน
พยานวัตถุของกลางนำมาแสดง
มาตรา 242หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานวัตถุ — ศาลตรวจดูวัตถุพยานด้วยตนเอง
ศาลตรวจพยานวัตถุ: ศาลต้องดูของจริง ไปดูที่สถานที่จริงได้ เช่น ไปดูอาวุธ/ที่เกิดเหตุ
พยานวัตถุตรวจดูสถานที่จริง
มาตรา 243หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
พยานบอกเล่า — รับฟังไม่ได้เป็นหลัก
พยานบอกเล่า (hearsay): หลักคือรับฟังไม่ได้ เว้นแต่: น่าเชื่อถือ+จำเป็น เช่น พยานตาย/หาย/ป่วย — ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ
พยานบอกเล่าhearsayรับฟังไม่ได้จำเป็นตาย
มาตรา 244หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
ผู้เชี่ยวชาญในคดีอาญา — ศาลแต่งตั้งหรือคู่ความขอ
ผู้เชี่ยวชาญอาญา: ศาลแต่งตั้ง/คู่ความขอ เช่น แพทย์นิติเวช/นิติวิทยาศาสตร์/IT forensics
ผู้เชี่ยวชาญแพทย์นิติเวชนิติวิทยาศาสตร์
มาตรา 244/1หมวด 13 — พยานและหลักฐาน
ผู้เชี่ยวชาญ — ศาลแต่งตั้งหรือคู่ความอ้าง
ผู้เชี่ยวชาญ: ศาลแต่งตั้ง/คู่ความอ้าง ถูกถามค้านได้ เช่น แพทย์นิติเวช/IT forensics/นักบัญชี
ผู้เชี่ยวชาญศาลแต่งตั้งถามค้าน
มาตรา 245หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
บังคับคดีอาญา — จำคุก/ปรับ/ริบทรัพย์ ตามคำพิพากษา
บังคับคดีอาญา: ประหาร(ฉีดยา)/จำคุก(เรือนจำ)/กักขัง/ปรับ(ไม่จ่าย=กักขังแทน)/ริบทรัพย์
บังคับคดีอาญาประหารจำคุกปรับริบ
มาตรา 246หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ
พยานหลักฐานได้มาโดยมิชอบ: หลักคือรับฟังไม่ได้ (exclusionary rule) เว้นแต่ประโยชน์ > ผลเสีย เช่น ค้นโดยไม่มีหมายค้น ดักฟังโทรศัพท์โดยไม่ได้รับอนุญาต
พยานมิชอบexclusionary ruleค้นโดยไม่มีหมายดักฟังรับฟังไม่ได้
มาตรา 246/1หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
พยานซัดทอด — รับฟังด้วยความระมัดระวัง
คำซัดทอดของคนร่วมทำผิด: ศาลรับฟังได้แต่ต้องระวัง ลงโทษจากคำซัดทอดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีพยานอื่นประกอบ
ซัดทอดผู้ร่วมกระทำผิดระมัดระวังพยานประกอบ
มาตรา 247หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
การบังคับโทษประหารชีวิตและข้อยกเว้นสำหรับหญิงมีครรภ์
ห้ามบังคับโทษประหารชีวิตจนกว่าจะดำเนินการด้านอภัยโทษแล้ว และหญิงที่ต้องประหารชีวิตหากมีครรภ์ให้รอจนพ้น 3 ปีหลังคลอดบุตร แล้วให้ลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต
ประหารชีวิตอภัยโทษหญิงมีครรภ์บังคับคำพิพากษาลดโทษ
มาตรา 248หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
กักขังแทนค่าปรับ — ไม่จ่ายค่าปรับ → กักขังแทน
กักขังแทนปรับ: ไม่จ่าย→กักขัง วันละ500บาท รวม≤1ปี(เกิน200K=≤2ปี) คู่กับ ม.30 ป.อ.
กักขังแทนปรับ500 บาท/วัน1 ปี
มาตรา 249หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
คำรับสารภาพชั้นสอบสวน — รับฟังไม่ได้
คำรับสารภาพชั้นสอบสวน (ให้ตำรวจ): รับฟังเป็นพยานไม่ได้เด็ดขาด แม้สมัครใจ — ต้องรับสารภาพในศาลจึงรับฟังได้ ป้องกันการบังคับให้รับสารภาพ
คำรับสารภาพสอบสวนรับฟังไม่ได้ตำรวจศาล
มาตรา 249/1หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
ค่าปรับในคดีอาญา — ชำระภายใน 30 วัน
ค่าปรับ 30 วัน: จ่ายค่าปรับใน 30 วัน ไม่จ่าย→ยึดทรัพย์/กักขังแทน(500บาท/วัน ม.30 ป.อ.)
ค่าปรับ30 วันยึดทรัพย์กักขังแทน
มาตรา 250หมวด 8 — การบังคับตามคำพิพากษา
การแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 24 พ.ศ. 2548
มาตรา 250 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2548
แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2548พระราชบัญญัติ
มาตรา 250/1หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
ริบทรัพย์สินในคดีอาญา — ตกเป็นของแผ่นดิน
ริบทรัพย์อาญา: ศาลสั่ง→ตกเป็นของรัฐ เจ้าพนักงานดำเนินการ คู่กับ ม.33-38 ป.อ.
ริบทรัพย์ของแผ่นดินบังคับคดี
มาตรา 251หมวด —
การยึดทรัพย์สินสำหรับชำระค่าปรับและค่าสินไหมทดแทน — ลำดับความสำคัญ
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 24) พ.
ค่าสินไหมจับกุมฎีกาปรับผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 252หมวด —
อภัยโทษและการเปลี่ยนแปลงโทษ — หลักการทั่วไป
ภาค 7 อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นโทษเบา และลดโทษ มาตรา 259 - 267 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 1 ข้อความเบื้องต้น ลักษณะ 1 หลักทั่วไป
จับกุมฎีกาผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 253หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมคดีอาญา — โจทก์ไม่ต้องเสีย
คดีอาญาฟรี: โจทก์ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมคดีอาญาฟรี
มาตรา 254หมวด —
ค่าธรรมเนียมศาล — ยกเว้นและการชำระ
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 24) พ.
จับกุมฎีกาผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 255หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมคดีอาญา — จำเลยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
ในคดีดังบัญญัติในมาตรา 253 วรรค 2 และ มาตรา 254 ถ้ามีคำขอ ศาลมีอำนาจสั่งให้ฝ่ายที่แพ้คดีใช้ค่าธรรมเนียม ทนอีกฝ่ายหนึ่งได้
จำเลยค่าธรรมเนียมฟรีคดีอาญา
มาตรา 256หมวด —
การจ่ายค่าพาหนะและค่าป่วยการแก่พยาน — สิทธิและอำนาจศาล
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 28) พ.
จับกุมฎีกาผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 257หมวด —
ค่าใช้จ่ายการส่งเอกสารฟ้องและหมายเรียก — ภาระของโจทก์
เพิ่มโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 33) พ.
จับกุมฎีกาผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 258หมวด 14 — การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์/ฎีกา — ไม่เสียค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมอาญาทุกชั้น: ฟรีทุกชั้นศาล (ชั้นต้น/อุทธรณ์/ฎีกา) ≠ คดีแพ่ง(ต้องจ่ายทุกชั้น)
ค่าธรรมเนียมทุกชั้นศาลฟรี
มาตรา 259หมวด 15 — อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นโทษเบา และลดโทษ
อภัยโทษ — พระราชอำนาจพระมหากษัตริย์
อภัยโทษ: พระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ ผู้ต้องโทษ/รมต.ยุติธรรมทูลขอได้ เช่น ลดโทษประหาร→ตลอดชีวิต
อภัยโทษพระมหากษัตริย์พระราชอำนาจ
มาตรา 260หมวด 15 — อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นโทษเบา และลดโทษ
เปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา — รัฐมนตรียุติธรรมเสนอ
เปลี่ยนโทษ: รมต.ยุติธรรมเสนอเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบา/ลดโทษ เช่น ประหาร→ตลอดชีวิต ≠ อภัยโทษ(ม.259)
เปลี่ยนโทษลดโทษรัฐมนตรียุติธรรม
มาตรา 261หมวด 15 — อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเป็นโทษเบา และลดโทษ
ลดโทษ — พระราชทานลดโทษ
ลดโทษ: พระราชอำนาจ รมต.ยุติธรรมถวายคำแนะนำ เช่น พ.ร.ฎ.อภัยโทษวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ลดโทษพระราชทานอภัยโทษ
มาตรา 262หมวด —
# การประหารชีวิต — กำหนดเวลาและเงื่อนไขการพ้นผ่อน
ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 247 และ 248 มื่อคดีถึงที่สุด ผู้ใดต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิต ให้เจ้าหน้าที่นำั…
จับกุมฎีกาประหารชีวิตผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 263หมวด —
การขอพระราชทานอภัยโทษ — ไม่ทำให้ลดโทษที่มิใช่ประหารชีวิต
เหตุที่มีเรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษ นโทษอย่างอื่นนอกจากโทษประหารชีวิต ไม่เป็นผลให้ทุเลาการลงโทษั้ น
จับกุมฎีกาประหารชีวิตผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 264หมวด —
คำขอพระราชทานอภัยโทษ — ห้ามยื่นซ้ำในสองปี
เรื่องราวขอพระราชทานอภัยโทษอย่างอื่น งมิใช่โทษประหารชีวิต ถ้าถูกยกหนหนึ่งแล้ว จะยื่นใหม่อีกไม่ได้จนกว่า ะพ้นสองปีนับแต่วันถูกยกครั้งก่อน
จับกุมฎีกาประหารชีวิตผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 265หมวด —
อภัยโทษ — ผลกระทบต่อการบังคับโทษและค่าปรับ
ในกรณีที่มีการอภัยโทษเด็ดขาดโดยไม่มีเงื่อนไข ้ ามมิให้บังคับโทษนั้น ถ้าบังคับโทษไปบ้างแล้วให้หยุดทันที ถ้าเป็นโทษ รับที่ชำระแล้ว…
จับกุมฎีกาปรับผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 266หมวด —
อภัยโทษ — ความไม่ขัดขวางการพิจารณาความผิดอื่นและการเพิ่มโทษ
เมื่อผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากำรกระทำความผิดอย่างหนึ่งถูกฟ้องว่ากระทำความผิดอีกอย่างหนึ่ง อภัยโทษั้…
จับกุมฎีกาผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 267หมวด —
การขออนุโลมโทษ — ลำดับการพิจารณาและการลดเบาโทษ
บทบัญญัติในหมวดนี้ ให้นำมาบังคับโดยอนุโลม ก่เรื่องราวขอพระราชทานเปลี่ยนโทษหนักเป็นเบาหรือลดโทษ ม.232-233 > ม.234-235 > ม.236-237 > ม.237ทวิ > ม.237ตรี
จับกุมฎีกาผู้ต้องหาฟ้องวิธีพิจารณาความอาญาสืบสวนอุทธรณ์
มาตรา 119 ทวิหมวด 5 — จับ ขัง จำคุก ค้น ปล่อยชั่วคราว
ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) แทนขัง — กำไลข้อเท้า
เงื่อนไขประกัน: ห้ามออกนอกประเทศ/รายงานตัว/ห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย/ติด EM กำไลข้อเท้า
EMกำไลข้อเท้าเงื่อนไขประกัน