มาตรา 1หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
ศาลยุติธรรม 3 ชั้น
ศาลยุติธรรมมี 3 ชั้น: (1) ศาลชั้นต้น — ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลจังหวัด ศาลแขวง ศาลชำนัญพิเศษ (2) ศาลอุทธรณ์ + ศาลอุทธรณ์ภาค (3) ศาลฎีกา — สูงสุด
ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ศาลฎีกา3 ชั้นโครงสร้าง
มาตรา 2หมวด 1 — บททั่วไป
ศาลชั้นต้น — ศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลจังหวัด ศาลแขวง ศาลชำนัญพิเศษ
ศาลชั้นต้น: ศาลแพ่ง(6) ศาลอาญา(6) ศาลจังหวัด ศาลแขวง + ศาลชำนัญพิเศษ(ภาษี ทรัพย์สินทางปัญญา แรงงาน ล้มละลาย)
ศาลชั้นต้นศาลแพ่งศาลอาญาศาลจังหวัดศาลแขวง
มาตรา 3หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
จัดตั้งศาลแขวงทุกจังหวัดโดยพระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้จัดตั้งศาลแขวงในทุกจังหวัด โดยจำนวนศาล เขตอำนาจ และวันเปิดทำการให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา ศาลแขวงที่มีอยู่เดิมให้คงไว้ และการเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจก็ต้องประกาศโดยพระราชกฤษฎีกาเช่นกัน
ศาลแขวงพระราชกฤษฎีกาเขตอำนาจจัดตั้งศาลจังหวัด
มาตรา 4หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
วิธีพิจารณาความอาญาใช้บังคับในศาลแขวง
ใช้วิธีพิจารณาความอาญาตามพระราชบัญญัตินี้ในศาลแขวงเป็นหลัก หากไม่มีบทบัญญัติให้ใช้กฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และแพ่งแทน โดยไม่กระทบกฎหมายคดีเด็กและเยาวชน
วิธีพิจารณาความอาญาศาลแขวงพระธรรมนูญกฎหมายบังคับใช้คดีเด็กและเยาวชน
มาตรา 5หมวด 1 — บททั่วไป
ประธานศาลฎีกา — วางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการ
ประธานศาลฎีกา: วางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการ + ให้คำแนะนำผู้พิพากษาให้ปฏิบัติถูกต้อง อำนาจสูงสุดศาลยุติธรรม
ประธานศาลฎีการะเบียบราชการตุลาการ
มาตรา 6หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
มาตรา 6 ถูกยกเลิกไม่มีผลบังคับ
มาตรานี้ถูกยกเลิกแล้ว ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป
ยกเลิก
มาตรา 7หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
ส่งตัวผู้ต้องหาต่ออัยการภายใน 48 ชั่วโมง
เมื่อจับผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนต้องส่งตัวและสำนวนต่ออัยการเพื่อยื่นฟ้องศาลแขวงภายใน 48 ชั่วโมง สามารถขอผัดฟ้องได้คราวละไม่เกิน 6 วัน แต่ไม่เกิน 3 คราว และขอผัดเพิ่มได้อีก 2 คราวหากแสดงเหตุจำเป็นต่อศาล
สอบสวนผู้ต้องหายื่นฟ้อง48 ชั่วโมงผัดฟ้องศาลแขวง
มาตรา 8หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
การควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีศาลแขวง
การควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวงให้เป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจห้ามควบคุมเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด
ควบคุมตัวผู้ต้องหาศาลแขวงวิธีพิจารณาความอาญาตำรวจ
มาตรา 9หมวด 1 — บททั่วไป
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล — ศาลจังหวัด/ศาลแขวง
ศาลจังหวัด/แขวง: มีผู้พิพากษาหัวหน้า 1 คน ว่าง → อาวุโสสูงสุดทำการแทน ผู้พิพากษาอาวุโสไม่มีสิทธิ์เป็น
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลศาลจังหวัดศาลแขวงอาวุโส
มาตรา 10หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
มาตรา 10 ถูกยกเลิกไม่มีผลบังคับ
มาตรานี้ถูกยกเลิกแล้ว ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป
ยกเลิก
มาตรา 11หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
มาตรา 11 ถูกยกเลิกไม่มีผลบังคับ
มาตรานี้ถูกยกเลิกแล้ว ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป
ยกเลิก
มาตรา 12หมวด 1 — บททั่วไป — โครงสร้างศาล
คำสั่งไม่ฟ้องคดีศาลแขวงและการชี้ขาด
เมื่อมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีศาลแขวง ให้ส่งสำนวนต่อผู้บัญชาการตำรวจหรือผู้ว่าราชการจังหวัด หากแย้งคำสั่งอัยการให้อธิบดีกรมอัยการชี้ขาด และบทนี้ใช้อนุโลมกับการไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา และถอนฟ้องด้วย
คำสั่งไม่ฟ้องอัยการศาลแขวงชี้ขาดอธิบดีกรมตำรวจถอนฟ้อง
มาตรา 13หมวด 1 — บททั่วไป
อธิบดีผู้พิพากษาภาค — 9 ภาค + สั่งย้ายผู้พิพากษาชั่วคราว
อธิบดีฯภาค: 9 ภาคทั่วประเทศ ดูแลศาลจังหวัด/แขวงในเขต สั่งย้ายผู้พิพากษาชั่วคราว ≤ 3 เดือน ได้
อธิบดีผู้พิพากษาภาค9 ภาคบริหารศาล
มาตรา 14หมวด 1 — บททั่วไป
อำนาจอธิบดีผู้พิพากษาภาค — สั่งรายงาน + ย้ายผู้พิพากษาชั่วคราว
อธิบดีฯภาค: สั่งรายงานคดี + ย้ายผู้พิพากษาชั่วคราว ≤ 3 เดือนโดยยินยอม + รายงานประธานศาลฎีกาทันที
อำนาจอธิบดีฯภาคย้ายชั่วคราว3 เดือนรายงาน
มาตรา 15หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ห้ามศาลรับคดีที่ศาลอื่นประทับฟ้องแล้ว
หลักห้ามรับคดีซ้ำซ้อน: ศาลหนึ่งประทับฟ้องแล้ว ศาลอื่นห้ามรับอีก เว้นแต่โอนคดีตามกฎหมาย — ป้องกันคดีเดียวกันขึ้นหลายศาล
ประทับฟ้องโอนคดีเขตอำนาจคดีซ้ำซ้อน
มาตรา 16หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
เขตอำนาจศาลชั้นต้น — ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล
เขตอำนาจ: ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาล ศาลแพ่ง/อาญา=เขตกรุงเทพฯ ยื่นผิดศาล → ศาลใช้ดุลพินิจรับหรือโอน
เขตอำนาจศาลกรุงเทพโอนคดี
มาตรา 17หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ศาลแขวง — อำนาจพิจารณาคดี
ศาลแขวง: มีอำนาจพิจารณาคดีที่ผู้พิพากษาคนเดียวทำได้ตาม ม.24-25 คือ คดีแพ่ง ≤ 300,000 บาท และคดีอาญาที่โทษจำคุก ≤ 3 ปี หรือปรับ ≤ 60,000 บาท
ศาลแขวงผู้พิพากษาคนเดียวคดีเล็ก300000 บาท
มาตรา 18หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ศาลจังหวัด — อำนาจทั่วไป
ศาลจังหวัด = ศาลที่มีอำนาจทั่วไป (general jurisdiction) — รับคดีแพ่งและอาญาทุกประเภทที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลอื่น เป็นศาลที่ประชาชนใช้บ่อยที่สุด
ศาลจังหวัดอำนาจทั่วไปคดีแพ่งคดีอาญาgeneral jurisdiction
มาตรา 19หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ศาลแพ่ง ศาลอาญา — อำนาจเฉพาะ
ศาลแพ่ง = คดีแพ่ง+คดีไม่ใช่อาญา ในเขต กทม. (แบ่ง 6 ศาลตามพื้นที่) ศาลอาญา = คดีอาญา ในเขต กทม. (แบ่ง 6 ศาลตามพื้นที่) ต่างจังหวัดใช้ศาลจังหวัดเดียวทำทั้งแพ่ง+อาญา
ศาลแพ่งศาลอาญากรุงเทพเขตอำนาจพื้นที่
มาตรา 19/1หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ศาลจังหวัดมีอำนาจพิจารณาคดีแพ่งอาญาทั่วไป
ศาลจังหวัดมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งและคดีอาญาทั้งปวงที่ไม่อยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรมอื่น เป็นหลักเขตอำนาจทั่วไปของศาลจังหวัด
ศาลจังหวัดเขตอำนาจคดีแพ่งคดีอาญาทั่วไป
มาตรา 20หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ศาลยุติธรรมอื่น — ศาลชำนัญพิเศษ
ศาลชำนัญพิเศษ (ศาลภาษีอากร ศาลแรงงาน ศาลทรัพย์สินทางปัญญา ศาลล้มละลาย ศาลเยาวชน): มีอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งศาลนั้น — ถ้าคดีอยู่ในอำนาจศาลชำนัญฯ ต้องฟ้องที่ศาลชำนัญฯ ไม่ใช่ศาลจังหวัด
ศาลชำนัญพิเศษศาลภาษีอากรศาลแรงงานศาลทรัพย์สินทางปัญญาศาลล้มละลาย
มาตรา 21หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ศาลแขวงพิจารณาโดยเร็ว คำพิพากษาวาจาได้
ศาลแขวงต้องดำเนินการพิจารณาโดยเร็ว โดยคำสั่งหรือคำพิพากษาอาจใช้วาจาแต่ต้องทำบันทึกไว้ให้ได้ใจความเพียงพอ
ศาลแขวงพิจารณาเร็วคำพิพากษาวาจาบันทึก
มาตรา 22หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
ข้อจำกัดอุทธรณ์ข้อเท็จจริงคดีอาญาศาลแขวง
ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริงคำพิพากษาศาลแขวงในคดีอาญา เว้นแต่กรณีถูกจำคุก กักขัง รอลงโทษ รอกำหนดโทษ หรือปรับเกิน 1,000 บาท จึงอุทธรณ์ได้
อุทธรณ์ศาลแขวงคดีอาญาข้อเท็จจริงจำคุกปรับ
มาตรา 23หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
มาตรา 23 ถูกยกเลิกไม่มีผลบังคับ
มาตรานี้ถูกยกเลิกแล้ว ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป
ยกเลิก
มาตรา 24หมวด 3 — องค์คณะผู้พิพากษา
อำนาจผู้พิพากษาคนเดียว — คำสั่งที่ไม่ใช่วินิจฉัยชี้ขาด
ผู้พิพากษาคนเดียวมีอำนาจ: ออกหมายเรียก หมายอาญา หมายส่งตัว และออกคำสั่งที่ไม่ใช่การวินิจฉัยชี้ขาดคดี — แยกจาก ม.25 ที่กำหนดอำนาจวินิจฉัยคดี
ผู้พิพากษาคนเดียวหมายเรียกหมายอาญาคำสั่ง
มาตรา 25หมวด 3 — องค์คณะผู้พิพากษา
อำนาจผู้พิพากษาคนเดียว — วินิจฉัยคดี
ผู้พิพากษาคนเดียว ตัดสินได้: (1) คำร้อง/คำขอทุกคดี (2) วิธีการเพื่อความปลอดภัย (3) ไต่สวนมูลฟ้องอาญา (4) คดีแพ่ง ≤ 300,000 บาท (5) คดีอาญาโทษจำคุก ≤ 3 ปี / ปรับ ≤ 60,000 บาท — เกินกว่านี้ต้องใช้องค์คณะ 2 คน
ผู้พิพากษาคนเดียว3000003 ปีไต่สวนมูลฟ้ององค์คณะ
มาตรา 26หมวด 3 — องค์คณะผู้พิพากษา
องค์คณะ 2 คน — คดีแพ่ง/อาญาทั้งปวง
คดีทั่วไปในศาลชั้นต้น: ต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อย 2 คน + ห้ามเป็นผู้พิพากษาประจำศาลเกิน 1 คน จึงจะเป็นองค์คณะที่ชอบด้วยกฎหมาย — ถ้าไม่ครบ คำพิพากษาเป็นโมฆะ
องค์คณะ2 คนผู้พิพากษาประจำศาลศาลชั้นต้น
มาตรา 27หมวด 2 — เขตอำนาจศาล
คดีสำคัญ — องค์คณะ 3 คน
คดีใหญ่ต้องมีผู้พิพากษา ≥ 3 คน: คดีอาญาโทษ ≥ 5 ปี หรือคดีแพ่งทุน > 300,000 เพื่อความเป็นธรรม
องค์คณะ3 คนคดีสำคัญทุนทรัพย์
มาตรา 28หมวด 3 — องค์คณะผู้พิพากษา
เหตุสุดวิสัย — ผู้พิพากษานั่งแทนระหว่างพิจารณา
ผู้พิพากษานั่งไม่ได้ (เหตุสุดวิสัย ย้าย ถูกคัดค้าน): ให้ผู้มีอำนาจในศาลชั้นนั้นนั่งแทนได้ — ฎีกา: ประธานศาลฎีกามอบหมาย อุทธรณ์: ประธานศาลอุทธรณ์ ชั้นต้น: อธิบดี/หัวหน้าศาล
เหตุสุดวิสัยนั่งแทนองค์คณะย้ายคัดค้าน
มาตรา 29หมวด 3 — องค์คณะผู้พิพากษา
บทเฉพาะกาล คดีค้างใช้กฎหมายเดิมจนสิ้นสุด
คดีอาญาที่ค้างอยู่ในระหว่างสอบสวน ดำเนินคดี หรือพิจารณาก่อนวันที่กฎหมายนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามกฎหมายเดิมจนกว่าจะสิ้นสุด
บทเฉพาะกาลคดีค้างกฎหมายเดิมวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 30หมวด 3 — องค์คณะผู้พิพากษา
มาตรา 30 — เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ตามมาตรา ๒๘ และ
เหตุจำเป็นอื่นอันมิอาจก้าวล่วงได้ตามมาตรา ๒๘ และ
เหตุจำเป็นผู้พิพากษาองค์คณะคดี
มาตรา 31หมวด 3 — ศาลอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ — องค์คณะ 3 คน
ศาลอุทธรณ์: ต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อย 3 คน ทุกคดี ทำให้การพิจารณารอบคอบกว่าศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์องค์คณะ 3 คน
มาตรา 32หมวด 4 — การจ่าย การโอน และการเรียกคืนสำนวนคดี
การจ่ายสำนวนคดี — หัวหน้าศาลจ่ายโดยเสมอภาค
จ่ายสำนวน: หัวหน้าศาลจ่ายอย่างเสมอภาค ตามระเบียบประธานศาลฎีกา ป้องกัน cherry-pick คดี
จ่ายสำนวนเสมอภาคหัวหน้าศาล
มาตรา 33หมวด 4 — การจ่าย การโอน และการเรียกคืนสำนวนคดี
เรียกคืนและโอนสำนวนคดีเพื่อความยุติธรรม
ประธานศาลหรืออธิบดีผู้พิพากษาสามารถเรียกคืนหรือโอนสำนวนคดีได้เมื่อกระทบต่อความยุติธรรม โดยต้องให้รองประธานหรือผู้พิพากษาอาวุโสที่มิได้เป็นองค์คณะเสนอความเห็นก่อน ผู้พิพากษาอาวุโสและผู้พิพากษาประจำศาลไม่มีอำนาจเสนอความเห็นดังกล่าว
เรียกคืนสำนวนโอนสำนวนองค์คณะประธานศาลฎีกาความยุติธรรม