มาตรา 1หมวด 1 — บททั่วไป
ชื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณา
กำหนดชื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักควบคุมกระบวนการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ
ชื่อกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญวิธีพิจารณา
มาตรา 2หมวด 1 — บททั่วไป
วันใช้บังคับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
กฎหมายนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
วันบังคับใช้ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา 3หมวด 1 — บททั่วไป
อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน
หลักอำนาจอธิปไตย: เป็นของประชาชน ใช้ผ่าน 3 สถาบัน — รัฐสภา (นิติบัญญัติ), คณะรัฐมนตรี (บริหาร), ศาล (ตุลาการ) พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
อำนาจอธิปไตยปวงชนชาวไทยรัฐสภาคณะรัฐมนตรีศาลประมุข
มาตรา 4หมวด 1 — บททั่วไป
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค
หลักคุ้มครองพื้นฐาน: ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ได้รับคุ้มครอง — เป็นฐานของสิทธิทั้งหมดในรัฐธรรมนูญ
ศักดิ์ศรีสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคคุ้มครอง
มาตรา 5หมวด 1 — บททั่วไป
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด
รัฐธรรมนูญ = กฎหมายสูงสุด กฎหมายใดขัดแย้งใช้บังคับไม่ได้ ถ้าไม่มีบทบัญญัติ → ใช้ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
กฎหมายสูงสุดขัดรัฐธรรมนูญใช้บังคับมิได้ประเพณีการปกครอง
มาตรา 6หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
อำนาจประธานศาลรัฐธรรมนูญออกข้อกำหนดระเบียบ
ประธานศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรักษาการและออกข้อกำหนด ระเบียบ และประกาศของศาลเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายนี้ โดยต้องเป็นไปตามมติของคณะตุลาการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประธานศาลรัฐธรรมนูญข้อกำหนดระเบียบรักษาการราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 7หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
หน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาล
ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัยคดี 13 ประเภท ครอบคลุมตั้งแต่ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย การล้มล้างการปกครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชน ไปจนถึงการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภา
อำนาจศาลรัฐธรรมนูญคดีรัฐธรรมนูญความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหน้าที่และอำนาจวินิจฉัย
มาตรา 8หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
องค์ประกอบและที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการ 9 คน พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง มาจากผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 คน ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 2 คน และผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และข้าราชการระดับสูงอีก 4 คน
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญองค์ประกอบการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ
มาตรา 9หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
คุณสมบัติเพิ่มเติมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมสำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในมาตราก่อนหน้า
คุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคุณสมบัติเพิ่มเติม
มาตรา 10หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
ลักษณะต้องห้ามของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
กำหนดลักษณะต้องห้าม 24 ประการสำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ครอบคลุมการมีประวัติอาชญากรรม ทุจริต ล้มละลาย มีส่วนได้เสียในสื่อ หรือเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองภายใน 10 ปี
ลักษณะต้องห้ามตุลาการคุณสมบัติศาลรัฐธรรมนูญทุจริต
มาตรา 11หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
กระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
กำหนดกระบวนการสรรหาผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อมีตำแหน่งว่างลง
สรรหาตุลาการคณะกรรมการสรรหาศาลรัฐธรรมนูญการแต่งตั้ง
มาตรา 12หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
กรรมการสรรหาพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
กำหนดเหตุและกระบวนการที่กรรมการสรรหาตุลาการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระตามที่อ้างถึงในวรรคที่เกี่ยวข้อง
กรรมการสรรหาพ้นตำแหน่งก่อนวาระศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 13หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
ข้อห้ามและสถานะเจ้าพนักงานของกรรมการสรรหา
กรรมการสรรหาจะดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาขององค์กรอิสระหลายแห่งพร้อมกันไม่ได้ และถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
กรรมการสรรหาเจ้าพนักงานข้อห้ามองค์กรอิสระประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 14หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
อำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครตุลาการ
คณะกรรมการสรรหามีอำนาจวินิจฉัยปัญหาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร คำวินิจฉัยถือเป็นที่สุด ส่วนปัญหาคุณสมบัติของกรรมการสรรหาเองให้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยภายใน 15 วัน
คุณสมบัติคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยลักษณะต้องห้ามศาลปกครองสูงสุด
มาตรา 15หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
ค่าตอบแทนกรรมการสรรหาตุลาการ
ประธานและกรรมการสรรหาได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนตามที่ประธานวุฒิสภากำหนด โดยเบี้ยประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการข้าราชการรัฐสภาต่อเดือน
เบี้ยประชุมค่าตอบแทนกรรมการสรรหาประธานวุฒิสภา
มาตรา 16หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
การถวายสัตย์ปฏิญาณของตุลาการก่อนรับหน้าที่
ก่อนเข้ารับหน้าที่ ตุลาการต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ว่าจะจงรักภักดี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากอคติ และรักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ถวายสัตย์ปฏิญาณตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพระมหากษัตริย์ซื่อสัตย์สุจริต
มาตรา 17หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
วาระดำรงตำแหน่งตุลาการเจ็ดปีวาระเดียว
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว และต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าตุลาการคนใหม่จะเข้ารับหน้าที่
วาระตุลาการเจ็ดปีวาระเดียวศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 18หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
เหตุพ้นจากตำแหน่งของตุลาการนอกจากครบวาระ
กำหนดเหตุที่ตุลาการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เช่น ขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม หรือกรณีอื่นตามที่กำหนด
พ้นตำแหน่งตุลาการก่อนวาระขาดคุณสมบัติศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 19หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
กำหนดเวลาสรรหาตุลาการก่อนหรือหลังครบวาระ
ต้องดำเนินการสรรหาตุลาการใหม่ภายใน 120 วันก่อนครบวาระ หรือภายใน 90 วันหากตำแหน่งว่างด้วยเหตุอื่น
สรรหาตุลาการระยะเวลาครบวาระตำแหน่งว่าง
มาตรา 20หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
การปฏิบัติหน้าที่เมื่อตำแหน่งตุลาการว่างลง
ตุลาการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่ต้องมีไม่น้อยกว่า 7 คน หากน้อยกว่านั้นพิจารณาหรือทำคำวินิจฉัยไม่ได้ ยกเว้นกรณีเหตุจำเป็นเพื่อความมั่นคงของประเทศ
ตำแหน่งว่างตุลาการองค์คณะเจ็ดคนความมั่นคง
มาตรา 21หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
มาตรา 21 — ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหา
ในกรณีที่ราชบัลลังก์หากว่างลงและเป็นกรณีที่พระมหา กษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พร...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 22หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
การร้องขอให้วินิจฉัยการพ้นตำแหน่งตุลาการ
บุคคลสามารถร้องขอต่อศาลให้วินิจฉัยว่าตุลาการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ โดยต้องมีหลักฐานตามสมควรประกอบการร้องขอ
ร้องขอวินิจฉัยพ้นตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 23หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่และจริยธรรมตุลาการ
ศาลต้องปฏิบัติหน้าที่รวดเร็ว เป็นธรรม ปราศจากอคติ กล้าหาญ และตามมาตรฐานจริยธรรม ตุลาการต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา การเข้ารับการศึกษาในเวลาราชการถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มเวลา
มาตรฐานจริยธรรมตุลาการเต็มเวลารวดเร็วปราศจากอคติ
มาตรา 24หมวด 2 — พระมหากษัตริย์
เงินเดือนและผลประโยชน์ตอบแทนตุลาการ
ตุลาการได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง เบี้ยประชุมตามพระราชกฤษฎีกา และค่ารับรองเหมาจ่ายรายเดือนตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าเงินประจำตำแหน่ง
เงินเดือนค่าตอบแทนตุลาการเบี้ยประชุมค่ารับรอง
มาตรา 25หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
หลักทั่วไป — สิทธิเสรีภาพ ตราบไม่กระทบสิทธิผู้อื่น
หลักสิทธิเสรีภาพ: สิ่งที่ไม่ห้าม = ทำได้ ได้รับคุ้มครอง ตราบไม่กระทบ: ความมั่นคงรัฐ, ความสงบ, ศีลธรรม, สิทธิผู้อื่น แม้ยังไม่มีกฎหมายลูก ก็ใช้สิทธิได้ตามเจตนารมณ์ รธน.
สิทธิเสรีภาพไม่ห้ามไม่จำกัดความมั่นคงศีลธรรมเจตนารมณ์
มาตรา 26หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
การจำกัดสิทธิ — ต้องได้สัดส่วน ไม่ขัดหลักนิติธรรม
หลักจำกัดสิทธิ (Proportionality): จำกัดสิทธิได้แต่ต้อง (1) ไม่ขัดหลักนิติธรรม (2) ได้สัดส่วน (3) ไม่กระทบศักดิ์ศรี (4) ระบุเหตุผลจำเป็น — ศาล รธน. ใช้หลักนี้ตรวจสอบกฎหมายบ่อย
จำกัดสิทธิหลักนิติธรรมได้สัดส่วนproportionalityศักดิ์ศรีเหตุผลจำเป็น
มาตรา 27หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
ความเสมอภาค — ห้ามเลือกปฏิบัติ
หลักความเสมอภาค: เสมอกันในกฎหมาย ชาย=หญิง ห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุ: ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ ฐานะ ศาสนา การเมือง — Affirmative action ไม่ถือเป็นเลือกปฏิบัติ
ความเสมอภาคเลือกปฏิบัติเท่าเทียมชายหญิงเชื้อชาติdiscrimination
มาตรา 28หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
สิทธิในชีวิตและร่างกาย — จับ/คุมขังต้องมีหมายศาล ห้ามทรมาน
สิทธิในชีวิต: จับ/คุมขัง → ต้องมีหมายศาล ห้ามทรมาน/ทารุณกรรม ห้ามลงโทษโหดร้ายไร้มนุษยธรรม
สิทธิในชีวิตหมายศาลห้ามทรมานคุมขัง
มาตรา 29หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
หลักไม่มีโทษย้อนหลัง — สันนิษฐานว่าบริสุทธิ์
3 หลักสำคัญ: (1) ไม่มีโทษย้อนหลัง — ต้องมีกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดก่อน (2) สันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ (presumption of innocence) จนกว่าศาลพิพากษาถึงที่สุด (3) คุมขังได้เท่าที่จำเป็น
สันนิษฐานบริสุทธิ์presumption of innocenceไม่มีโทษย้อนหลังคุมขังกฎหมายอาญา
มาตรา 30หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
ห้ามเกณฑ์แรงงาน — เว้นแต่ภัยพิบัติ/ฉุกเฉิน/สงคราม
ห้ามเกณฑ์แรงงาน: ยกเว้น 4 กรณี — ภัยพิบัติ ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก สงคราม (บังคับใช้แรงงาน = ผิดรัฐธรรมนูญ)
เกณฑ์แรงงานภัยพิบัติฉุกเฉินสงคราม
มาตรา 31หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
เสรีภาพในการถือศาสนา — บริบูรณ์แต่ไม่ขัดหน้าที่พลเมือง
เสรีภาพศาสนา: ถือศาสนาใดก็ได้ ประกอบพิธีกรรมได้ ห้ามขัดหน้าที่พลเมือง/ความปลอดภัยรัฐ/ศีลธรรม
เสรีภาพศาสนาพิธีกรรมศีลธรรม
มาตรา 32หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพ
สิทธิในชีวิตและร่างกาย
สิทธิในชีวิต: ห้ามทรมาน ห้ามทารุณกรรม ห้ามลงโทษโหดร้าย ห้ามจับ/คุมขังโดยมิชอบ
สิทธิชีวิตร่างกายห้ามทรมานทารุณกรรม
มาตรา 33หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
เสรีภาพในเคหสถาน — ค้นบ้านต้องมีหมายศาล
เสรีภาพเคหสถาน: เข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ยินยอม/ค้นบ้าน → ต้องมีหมายศาลเท่านั้น เว้นแต่กฎหมายอนุญาต
เคหสถานค้นบ้านหมายศาล
มาตรา 34หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น — สื่อสาร
เสรีภาพแสดงความคิดเห็น: พูด เขียน พิมพ์ โฆษณา สื่อสาร — จำกัดได้เฉพาะ: ความมั่นคงรัฐ, คุ้มครองสิทธิผู้อื่น, ความสงบเรียบร้อย, ศีลธรรม, สุขภาพประชาชน — ใช้ตีความคดีหมิ่นประมาท/พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
เสรีภาพแสดงความคิดเห็นfreedom of expressionสื่อโฆษณาจำกัด
มาตรา 35หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
เสรีภาพสื่อมวลชน — ห้ามปิดกิจการ ห้ามเซ็นเซอร์ก่อนเผยแพร่
เสรีภาพสื่อ: ห้ามปิดกิจการ ห้ามเซ็นเซอร์ (เว้นแต่สงคราม) เจ้าของต้องสัญชาติไทย ห้ามรัฐอุดหนุนเงินสื่อเอกชน
เสรีภาพสื่อห้ามปิดห้ามเซ็นเซอร์หนังสือพิมพ์
มาตรา 36หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
เสรีภาพในการสื่อสาร — ห้ามตรวจ/ดักฟัง เว้นแต่หมายศาล
เสรีภาพสื่อสาร: ห้ามดักฟัง/ตรวจ/เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว → ต้องมีหมายศาล เป็นฐาน PDPA + กฎหมายความเป็นส่วนตัว
เสรีภาพสื่อสารดักฟังหมายศาลข้อมูลส่วนตัว
มาตรา 37หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
สิทธิในทรัพย์สิน — เวนคืนต้องชดใช้
สิทธิในทรัพย์สิน: บุคคลมีสิทธิครอบครองและสืบมรดก เวนคืนได้แต่ต้อง: (1) มีกฎหมายให้อำนาจ (2) เพื่อสาธารณะ (3) ชดใช้ค่าทดแทนเป็นธรรม — สำคัญสำหรับคดีที่ดิน/อสังหาฯ
สิทธิทรัพย์สินเวนคืนค่าทดแทนสืบมรดกอสังหาริมทรัพย์สาธารณูปโภค
มาตรา 38หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพ
เสรีภาพในการประกอบอาชีพ
เสรีภาพประกอบอาชีพ: ทำอาชีพอะไรก็ได้ แข่งขันเสรี รัฐจำกัดได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายให้อำนาจ + จำเป็นเท่านั้น
เสรีภาพอาชีพแข่งขันเสรีประกอบกิจการ
มาตรา 39หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
เสรีภาพในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่
เสรีภาพเดินทาง: เลือกถิ่นที่อยู่ได้ จำกัดได้เพื่อความมั่นคง/ผังเมือง ห้ามเนรเทศคนไทย ห้ามห้ามคนไทยเข้าประเทศ
เสรีภาพเดินทางถิ่นที่อยู่เนรเทศ
มาตรา 40หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
ค่าใช้จ่ายพยานและบุคคลที่ศาลเรียกมาไต่สวน
ศาลจ่ายค่าป่วยการ ค่าพาหนะ ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ สำหรับบุคคลที่ถูกเรียกมาในการไต่สวน โดยเป็นไปตามประกาศของศาล
ค่าป่วยการค่าพาหนะการไต่สวนค่าใช้จ่ายประกาศศาล
มาตรา 41หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
สิทธิร้องทุกข์ ฟ้องรัฐ เข้าถึงข้อมูลสาธารณะ
3 สิทธิต่อรัฐ: (1) เข้าถึงข้อมูลสาธารณะ (FOI) (2) ร้องทุกข์ต่อรัฐ + รับแจ้งผลรวดเร็ว (3) ฟ้องรัฐให้รับผิด — เป็นฐานของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร และ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง
สิทธิร้องทุกข์ฟ้องรัฐข้อมูลสาธารณะFOIหน่วยงานรัฐละเว้น
มาตรา 42หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
รูปแบบและรายการคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
คำร้องต้องทำเป็นหนังสือมีรายการครบถ้วนตามแบบของศาล ระบุชื่อผู้ร้อง เหตุแห่งคดี มาตราที่เกี่ยวข้อง และคำขอพร้อมเหตุผล ผู้ร้องสามารถดำเนินการเองหรือมอบฉันทะให้ทนายความแทนได้
คำร้องแบบฟอร์มศาลรัฐธรรมนูญรายการคำร้องมอบฉันทะ
มาตรา 43หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
หนังสือขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยคดี
กำหนดรูปแบบและวิธีการยื่นหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยคดีตามที่อ้างถึง
หนังสือขอพิจารณาวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดี
มาตรา 44หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพ
สิทธิชุมนุมโดยสงบ
สิทธิชุมนุม: ชุมนุมได้ ต้องสงบ+ไม่มีอาวุธ รัฐจำกัดได้เพื่อความมั่นคง/ความปลอดภัยสาธารณะ
ชุมนุมสงบปราศจากอาวุธม็อบประท้วง
มาตรา 45หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
สิทธิฟ้องรัฐเมื่อไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
บุคคลหรือชุมชนที่ได้รับความเสียหายจากการที่รัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติล่าช้าตามรัฐธรรมนูญหมวด 5 มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
สิทธิชุมชนหน้าที่ของรัฐคำร้องศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 46หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
สิทธิร้องต่อศาลเมื่อถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ
บุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับหรืออาจได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ละเมิดสิทธิเสรีภาพคำร้องศาลรัฐธรรมนูญความเดือดร้อน
มาตรา 47หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
เหตุที่ศาลสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา
กำหนดเหตุและเงื่อนไขที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
ไม่รับคำร้องศาลรัฐธรรมนูญคำสั่งเหตุ
มาตรา 48หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
กำหนดระยะเวลาเก้าสิบวันยื่นคำร้องต่อศาล
ต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือวันที่พ้นกำหนดที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นคำร้อง
ระยะเวลาเก้าสิบวันคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 49หมวด 3 — สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
คณะตุลาการพิจารณารับหรือไม่รับคำร้อง
ศาลอาจแต่งตั้งคณะตุลาการไม่น้อยกว่า 3 คนเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้หรือไม่ ต้องดำเนินการภายใน 2 วันหลังรับคำร้อง และมีคำสั่งภายใน 5 วัน
คณะตุลาการรับคำร้องศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาห้าวัน
มาตรา 50หมวด 4 — หน้าที่ของปวงชนชาวไทย
หน้าที่ 10 ประการ ของพลเมือง
หน้าที่ 10 ประการ: (1) พิทักษ์ชาติ ศาสนา กษัตริย์ (2) ป้องกันประเทศ (3) ปฏิบัติตามกฎหมาย (4) ศึกษาภาคบังคับ (5) รับราชการทหาร (6) เคารพสิทธิผู้อื่น (7) ไปเลือกตั้ง (8) อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (9) เสียภาษี (10) ไม่สนับสนุนทุจริต
หน้าที่พลเมืองเลือกตั้งเสียภาษีปฏิบัติตามกฎหมายราชการทหาร
มาตรา 51หมวด 4 — หน้าที่ของปวงชนชาวไทย
การจำหน่ายคดีเมื่อผู้ร้องตายหรือถอนคำร้อง
หากผู้ร้องตาย ถอนคำร้อง หรือไม่มีเหตุต้องวินิจฉัย ศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีได้ เว้นแต่การพิจารณาต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
จำหน่ายคดีถอนคำร้องผู้ร้องตายศาลรัฐธรรมนูญประโยชน์สาธารณะ
มาตรา 52หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
องค์คณะและข้อกำหนดการพิจารณาคดีและคำวินิจฉัย
ตุลาการทุกคนในองค์คณะต้องร่วมพิจารณาและทำคำวินิจฉัย องค์คณะต้องมีตุลาการไม่น้อยกว่า 7 คน ตุลาการที่ไม่ร่วมพิจารณาประเด็นสำคัญไม่มีอำนาจทำคำวินิจฉัย
องค์คณะตุลาการคำวินิจฉัยเจ็ดคนประเด็นสำคัญ
มาตรา 53หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
อำนาจศาลดำเนินการเพื่อประโยชน์ความยุติธรรม
เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลหรือคณะตุลาการมีอำนาจดำเนินการต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในมาตราที่อ้างถึง
ความยุติธรรมอำนาจศาลคณะตุลาการดำเนินการ
มาตรา 54หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
การส่งสำเนาคำร้องให้ผู้ถูกร้องชี้แจง
เมื่อศาลรับคำร้องไว้ ต้องส่งสำเนาให้ผู้ถูกร้อง ซึ่งต้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่วันได้รับสำเนา
สำเนาคำร้องผู้ถูกร้องคำชี้แจงสิบห้าวันศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 55หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
การแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องและคำชี้แจงของคู่กรณี
คู่กรณีสามารถแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องหรือคำชี้แจงได้ แต่ต้องยื่นก่อนวันที่ศาลกำหนดวินิจฉัยไม่น้อยกว่า 7 วัน หากน้อยกว่านั้นหรือทำให้ประเด็นเปลี่ยน ศาลอาจไม่รับ
แก้ไขเพิ่มเติมคำร้องคำชี้แจงเจ็ดวันศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 56หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
วิธีการส่งเอกสารระหว่างศาลกับคู่กรณี
การส่งเอกสารระหว่างศาลกับคู่กรณี พยาน หรือผู้เกี่ยวข้อง ให้ส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือสถานที่ที่แจ้งไว้ ตามวิธีการและข้อกำหนดของศาล
ส่งเอกสารภูมิลำเนาคู่กรณีพยานข้อกำหนดศาล
มาตรา 57หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
การกำหนดประเด็นและความเห็นส่วนตนของตุลาการ
ศาลกำหนดประเด็นและลำดับประเด็น ตุลาการทุกคนต้องทำความเห็นส่วนตนตามประเด็น และไม่อาจปฏิเสธวินิจฉัยโดยอ้างว่าเรื่องไม่อยู่ในอำนาจของศาล
ประเด็นความเห็นส่วนตนตุลาการการวินิจฉัยลำดับประเด็น
มาตรา 58หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
อำนาจงดไต่สวนและกรองพยานหลักฐาน
ศาลอาจงดการไต่สวนหากมีพยานหลักฐานเพียงพอหรือเป็นปัญหาข้อกฎหมาย อาจสั่งงดสืบพยานที่ไม่ชอบหรือไม่เกี่ยวข้อง และตุลาการ 2 ใน 3 อาจมีมติไม่รับพยานที่กระทบความมั่นคง
ไต่สวนพยานหลักฐานความมั่นคงงดสืบศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 59หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
การนั่งพิจารณาเปิดเผยและการแจ้งวันนัดไต่สวน
การนั่งพิจารณาต้องเปิดเผย เว้นแต่เพื่อรักษาความเรียบร้อยหรือประโยชน์สาธารณะ ต้องแจ้งวันนัดไต่สวนครั้งแรกให้คู่กรณีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
พิจารณาเปิดเผยวันนัดไต่สวนสิบห้าวันคู่กรณีศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 60หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
สิทธิอ้างพยานหลักฐานของคู่กรณีในคดี
คู่กรณีมีสิทธิอ้างพยานหลักฐาน ตรวจ และขอสำเนาพยานหลักฐานทั้งของตนและของอีกฝ่าย โดยต้องยื่นบัญชีพยานหลักฐานและวิธีการได้มาประกอบ
พยานหลักฐานคู่กรณีบัญชีพยานสำเนาศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 61หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
การตรวจพยานหลักฐานล่วงหน้าก่อนนัดไต่สวน
เพื่อให้การพิจารณาคดีรวดเร็วและเป็นธรรม ศาลอาจกำหนดให้ตรวจพยานหลักฐานล่วงหน้า โดยต้องแจ้งคู่กรณีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
ตรวจพยานหลักฐานล่วงหน้าสิบห้าวันรวดเร็วศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 62หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
การไต่สวนพยานบุคคลโดยศาลเอง
ศาลสอบถามพยานบุคคลด้วยตนเองและให้พยานแถลงหรือตอบคำถาม ศาลอาจอนุญาตให้คู่กรณีซักถามพยานเพิ่มเติมได้ตามประเด็นที่ศาลกำหนด
ไต่สวนพยานบุคคลศาลซักถามคู่กรณีถ้อยคำ
มาตรา 63หมวด 5 — หน้าที่ของรัฐ
ไต่สวนพยานนอกที่ทำการศาล
ศาลอาจอนุญาตให้ไต่สวนพยานที่อยู่นอกที่ทำการโดยใช้ระบบประชุมทางจอภาพได้ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำในห้องพิจารณาของศาล
ไต่สวนนอกที่ทำการจอภาพห้องพิจารณาประชุมทางไกล
มาตรา 64หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
บันทึกถ้อยคายืนยันข้อเท็จจริงล่วงหน้า
ศาลอาจกำหนดให้พยานเสนอบันทึกถ้อยคายืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นล่วงหน้า คู่กรณีที่ติดใจคัดค้านต้องยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไม่น้อยกว่าสามวัน
บันทึกถ้อยคายืนยันล่วงหน้าคำคัดค้านพยานผู้เชี่ยวชาญสามวัน
มาตรา 65หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
บทบัญญัติที่นำมาใช้บังคับโดยอนุโลม
กำหนดให้นำบทบัญญัติมาใช้บังคับโดยอนุโลมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณา
นำมาใช้บังคับอนุโลมบทบัญญัติ
มาตรา 66หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
การบันทึกรายงานการพิจารณาคดี
ศาลต้องบันทึกรายงานการพิจารณาคดีรวมไว้ในสำนวนและให้คู่กรณีกับพยานลงลายมือชื่อ โดยบันทึกการให้ถ้อยคาด้วยอุปกรณ์บันทึกเสียงหรือภาพ
บันทึกรายงานสำนวนลายมือชื่อบันทึกเสียงการพิจารณา
มาตรา 67หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
การแถลงการณ์เปิดคดีและปิดคดี
คู่กรณีมีสิทธิร้องขอให้มีการแถลงการณ์เปิดหรือปิดคดีได้ตามที่ศาลเห็นสมควร โดยต้องทำเป็นหนังสือเว้นแต่ศาลอนุญาตให้กระทำด้วยวาจา
แถลงการณ์เปิดคดีปิดคดีคู่กรณีวาจา
มาตรา 68หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
สิทธิตรวจดูเอกสารในสำนวนคดี
คู่กรณี พยาน หรือบุคคลภายนอกที่มีส่วนได้เสีย มีสิทธิขอตรวจดูหรือขอสำเนาเอกสารในสำนวนได้ตามหลักเกณฑ์ของศาล
ตรวจดูเอกสารสำนวนสำเนาคู่กรณีบุคคลภายนอก
มาตรา 69หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
ศาลเป็นผู้บันทึกรายงานการพิจารณา
กำหนดให้ศาลเป็นผู้มีหน้าที่บันทึกรายงานการพิจารณาคดีตลอดกระบวนการ
ศาลบันทึกรายงานการพิจารณาคดีหน้าที่
มาตรา 70หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพัน
รัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความ…
มาตรา 71หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์
รัฐพึงเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวอันเป็นองค์ ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม จัดให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ส่งเสริมและ…
มาตรา 72หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
คำวินิจฉัยถือเสียงข้างมาก
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเสียงข้างมาก ตุลาการทุกคนในองค์คณะต้องออกเสียงในทุกประเด็นห้ามงดออกเสียง เว้นแต่มีเหตุตามที่บัญญัติไว้
คำวินิจฉัยเสียงข้างมากตุลาการงดออกเสียงองค์คณะ
มาตรา 73หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
องค์ประกอบของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
คำวินิจฉัยต้องประกอบด้วยข้ออ้างคำขอ ประเด็นแห่งคดี สรุปข้อเท็จจริง เหตุผลการวินิจฉัย และบทบัญญัติที่อ้างอิง รวมทั้งลายมือชื่อตุลาการ
คำวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีเหตุผลลายมือชื่อบทบัญญัติ
มาตรา 74หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
คำบังคับตามคำวินิจฉัยของศาล
ศาลมีอำนาจกำหนดคำบังคับในคำวินิจฉัยเพื่อให้มีผลตามคำวินิจฉัย องค์กรที่มีหน้าที่บังคับต้องรายงานผลต่อศาลภายในสามสิบวัน
คำบังคับคำวินิจฉัยบังคับการสามสิบวันรายงานผล
มาตรา 75หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
ความเห็นส่วนตนของตุลาการในการวินิจฉัย
ตุลาการทุกคนต้องทำความเห็นส่วนตนเป็นหนังสือและแถลงด้วยวาจาก่อนลงมติ คำวินิจฉัยต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสามสิบวัน
ความเห็นส่วนตนตุลาการลงมติราชกิจจานุเบกษาสามสิบวัน
มาตรา 76หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
คำวินิจฉัยมีผลในวันอ่าน
คำวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน ถ้าคู่กรณีทราบนัดโดยชอบแต่ไม่มา ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นได้อ่านโดยชอบแล้ว
คำวินิจฉัยวันอ่านคู่กรณีมีผลทราบนัด
มาตรา 77หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
คำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา
คำสั่งไม่รับคำร้องหรือจำหน่ายคดีต้องประกอบด้วยความเป็นมาของคดี เหตุผล ความเห็นประกอบ และบทบัญญัติที่อ้างอิง
คำสั่งไม่รับคำร้องจำหน่ายคดีเหตุผลความเห็น
มาตรา 78หมวด 6 — แนวนโยบายแห่งรัฐ
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยในคำวินิจฉัย
ศาลอาจมีคำสั่งแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อยในคำวินิจฉัยหรือคำสั่ง โดยต้องไม่เป็นการกลับหรือแก้ผลในคำวินิจฉัยเดิม
แก้ไขข้อผิดพลาดผิดหลงคำวินิจฉัยคำสั่ง
มาตรา 79หมวด 7 — รัฐสภา
ประธานศาลรัฐธรรมนูญคงอยู่จนครบวาระ
ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนพ.ร.บ.ใช้บังคับ คงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนครบวาระตามรัฐธรรมนูญ 2550
ประธานศาลรัฐธรรมนูญตุลาการครบวาระบทเฉพาะกาล2550
มาตรา 80หมวด 7 — รัฐสภา
การสรรหาแทนตำแหน่งที่ว่าง
การสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งแทนประธานหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้
สรรหาคัดเลือกตำแหน่งว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 81หมวด 7 — รัฐสภา
คณะกรรมการสรรหาตุลาการ
คณะกรรมการสรรหาดำเนินการตามที่บทบัญญัติกำหนดไว้ในการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล
มาตรา 82หมวด 7 — รัฐสภา
ข้อกำหนดเดิมมีผลใช้บังคับต่อไป
ข้อกำหนด ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติของศาลที่ออกตามรัฐธรรมนูญ 2550 ยังมีผลใช้บังคับต่อไปเท่าที่ไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรือพ.ร.บ.นี้
ข้อกำหนดระเบียบประกาศบังคับต่อไปบทเฉพาะกาล
มาตรา 83หมวด 7 — รัฐสภา
การดำเนินการก่อนใช้บังคับถือว่าชอบ
การดำเนินการไต่สวนหรือการอื่นก่อนพ.ร.บ.ใช้บังคับถือว่าชอบด้วยพ.ร.บ.นี้ ส่วนที่ยังค้างดำเนินการต่อตามพ.ร.บ.นี้หรือตามมติของศาล
ไต่สวนก่อนใช้บังคับบทเฉพาะกาลดำเนินการต่อมติศาล
มาตรา 84หมวด 7 — รัฐสภา
เรียกประชุมรัฐสภาเมื่อ ส.ส. ครบ 95%
ในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อมี ส.ส. ได้รับเลือกตั้งถึงร้อยละเก้าสิบห้าแล้ว หากจำเป็นอาจเรียกประชุมรัฐสภาได้โดยถือว่าสภาประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่
รัฐสภาส.ส.เลือกตั้งทั่วไปร้อยละเก้าสิบห้าเรียกประชุม
มาตรา 85หมวด 7 — รัฐสภา
การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
การเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตใช้การออกเสียงโดยตรงและลับ แต่ละเขตมี ส.ส. หนึ่งคน ผู้ได้คะแนนสูงสุดและสูงกว่าคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก
แบ่งเขตลงคะแนนคะแนนสูงสุดไม่เลือกผู้ใดส.ส.
มาตรา 86หมวด 7 — รัฐสภา
กำหนดจำนวน ส.ส. และแบ่งเขตเลือกตั้ง
กำหนดวิธีคำนวณจำนวน ส.ส. ของแต่ละจังหวัดโดยใช้จำนวนราษฎรเฉลี่ยต่อ ส.ส. 400 คน จังหวัดที่ราษฎรเกินเกณฑ์ได้ ส.ส. เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
จำนวน ส.ส.จังหวัดแบ่งเขตราษฎรสี่ร้อยคน
มาตรา 87หมวด 7 — รัฐสภา
ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต
ผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตต้องเป็นผู้ที่พรรคการเมืองส่งสมัคร สมัครได้เขตเดียว และถอนการสมัครได้เฉพาะกรณีผู้สมัครตายหรือขาดคุณสมบัติ
ผู้สมัครแบ่งเขตพรรคการเมืองถอนการสมัครคุณสมบัติ
มาตรา 88หมวด 7 — รัฐสภา
พรรคการเมืองแจ้งชื่อผู้จะเป็นนายกฯ
ในการเลือกตั้งทั่วไป พรรคการเมืองต้องแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกินสามรายชื่อต่อ กกต. ก่อนปิดรับสมัคร
พรรคการเมืองนายกรัฐมนตรีกกต.เสนอชื่อสามรายชื่อ
มาตรา 89หมวด 7 — รัฐสภา
มาตรา 89 — การเสนอชื่อบุคคลตามมาตรา ๘๘ ต้องเป็นไปตามหลัก เกณฑ
การเสนอชื่อบุคคลตามมาตรา ๘๘ ต้องเป็นไปตามหลัก เกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (๑) ต้องมีหนังสือยินยอมของบุคคลซึ่งได้รับการเสนอชื่อ โดยมีราย ละเอ...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 90หมวด 7 — รัฐสภา
สิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ
พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตแล้วมีสิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ โดยต้องให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมและคำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง
บัญชีรายชื่อพรรคการเมืองผู้สมัครชายหญิงสมาชิกพรรค
มาตรา 91หมวด 7 — รัฐสภา
การคำนวณสัดส่วนผู้สมัครบัญชีรายชื่อ
การคำนวณจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคใช้คะแนนรวมทั้งประเทศเป็นสัดส่วนโดยตรง โดยผู้มีรายชื่อในบัญชีได้รับเลือกตามลำดับ
สัดส่วนบัญชีรายชื่อคะแนนรวมคำนวณพรรคการเมือง
มาตรา 92หมวด 7 — รัฐสภา
จัดเลือกตั้งใหม่เมื่อคะแนนไม่เลือกชนะ
เขตที่ไม่มีผู้สมัครได้คะแนนมากกว่าคะแนนไม่เลือกผู้ใด ให้จัดเลือกตั้งใหม่ โดยไม่นำคะแนนเดิมไปคำนวณบัญชีรายชื่อ
เลือกตั้งใหม่ไม่เลือกผู้ใดคะแนนเขตเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ
มาตรา 93หมวด 7 — รัฐสภา
เลือกตั้งใหม่บางเขตก่อนประกาศผลทั้งหมด
กรณีต้องมีการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตใหม่บางเขตก่อนประกาศผล การคำนวณจำนวน ส.ส. เป็นไปตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง
เลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผลคำนวณบัญชีรายชื่อส.ส.
มาตรา 94หมวด 7 — รัฐสภา
เลือกตั้งใหม่เพราะทุจริตภายในหนึ่งปี
ภายในหนึ่งปีหลังการเลือกตั้งทั่วไป หากต้องจัดเลือกตั้งใหม่เพราะไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้นำหลักเกณฑ์ที่กำหนดมาใช้บังคับ
เลือกตั้งใหม่ทุจริตหนึ่งปีสุจริตเที่ยงธรรมแบ่งเขต
มาตรา 95หมวด 7 — รัฐสภา
คุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง และมีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน
สิทธิเลือกตั้งสัญชาติไทยอายุ 18 ปีทะเบียนบ้านเก้าสิบวัน
มาตรา 96หมวด 7 — รัฐสภา
บุคคลต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง
ภิกษุ สามเณร นักพรต ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ถูกคุมขัง และวิกลจริต เป็นบุคคลที่ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
ต้องห้ามเลือกตั้งภิกษุเพิกถอนสิทธิวิกลจริต
มาตรา 97หมวด 7 — รัฐสภา
คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัคร ส.ส.
ผู้สมัคร ส.ส. ต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี เป็นสมาชิกพรรคเดียวไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน และมีความเกี่ยวข้องกับจังหวัดที่สมัคร
คุณสมบัติผู้สมัครส.ส.พรรคการเมืองจังหวัด
มาตรา 98หมวด 7 — รัฐสภา
ลักษณะต้องห้ามสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.
บุคคลที่ติดยาเสพติด ล้มละลาย เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในสื่อมวลชน หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตราอื่น ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ต้องห้ามสมัครยาเสพติดล้มละลายสื่อมวลชน
มาตรา 99หมวด 7 — รัฐสภา
อายุสภาผู้แทนราษฎรสี่ปี
อายุของสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง และห้ามควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็น ส.ส. ในระหว่างอายุสภา
อายุสภาสี่ปีควบรวมพรรคส.ส.เลือกตั้ง
มาตรา 100หมวด 7 — รัฐสภา
สมาชิกภาพ ส.ส. เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง
สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้ง
สมาชิกภาพส.ส.วันเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร
มาตรา 101หมวด 7 — รัฐสภา
มาตรา 101 — สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ (๑
สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง เมื่อ (๑) ถึงคราวออกตามอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือมีการยุบสภาผู้แทน ราษฎร (๒) ตาย (๓) ลาอ...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 102หมวด 7 — รัฐสภา
เลือกตั้งทั่วไปเมื่อสภาสิ้นอายุ
เมื่ออายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง พระมหากษัตริย์ต้องทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 45 วัน โดยต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรตามที่ กกต. ประกาศกำหนด
เลือกตั้งทั่วไปสภาผู้แทนราษฎรอายุสภาพระราชกฤษฎีกาคณะกรรมการการเลือกตั้ง
มาตรา 103หมวด 7 — รัฐสภา
พระราชอำนาจยุบสภาผู้แทนราษฎร
พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจยุบสภาผู้แทนราษฎรโดยพระราชกฤษฎีกา ทำได้เพียงครั้งเดียวในเหตุการณ์เดียวกัน และ กกต. ต้องกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วัน
ยุบสภาพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งทั่วไปคณะกรรมการการเลือกตั้งพระมหากษัตริย์
มาตรา 104หมวด 7 — รัฐสภา
เหตุจำเป็นขัดขวางการเลือกตั้ง
บัญญัติถึงกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามวันที่ กกต. กำหนด
เหตุจำเป็นการเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งขัดขวาง
มาตรา 105หมวด 7 — รัฐสภา
ตำแหน่ง ส.ส. ว่างลงนอกจากสิ้นอายุ
เมื่อตำแหน่ง ส.ส. ว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากสิ้นอายุสภาหรือยุบสภา สำหรับ ส.ส. เขตให้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดเลือกตั้งแทน เว้นแต่อายุสภาเหลือไม่ถึง 180 วัน
ตำแหน่งว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกตั้งซ่อมแบ่งเขตพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 106หมวด 7 — รัฐสภา
การแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภา
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งหัวหน้าพรรคที่มี ส.ส. มากที่สุดและไม่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือประธานสภาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน หากสมาชิกเท่ากันให้จับสลาก
ผู้นำฝ่ายค้านหัวหน้าพรรคสภาผู้แทนราษฎรพระมหากษัตริย์จับสลาก
มาตรา 107หมวด 7 — รัฐสภา
องค์ประกอบวุฒิสภา 200 คน
วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก 200 คน มาจากการเลือกกันเองของผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในกลุ่มอาชีพต่างๆ ของสังคม ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
วุฒิสภาสมาชิกวุฒิสภาเลือกกันเองกลุ่มอาชีพ200 คน
มาตรา 108หมวด 7 — รัฐสภา
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ส.ว.
กำหนดคุณสมบัติของ ส.ว. ได้แก่ สัญชาติไทยโดยการเกิด อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 10 ปี และมีความเกี่ยวพันกับพื้นที่ที่สมัคร
สมาชิกวุฒิสภาคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามสัญชาติไทยอายุสี่สิบปี
มาตรา 109หมวด 7 — รัฐสภา
อายุวุฒิสภาคราวละห้าปี
วุฒิสภามีอายุคราวละ 5 ปี นับแต่วันประกาศผลการเลือก และ ส.ว. ยังคงอยู่ในตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่
อายุวุฒิสภาห้าปีสมาชิกภาพประกาศผล
มาตรา 110หมวด 7 — รัฐสภา
การเลือกวุฒิสภาใหม่เมื่อสิ้นอายุ
เมื่ออายุวุฒิสภาสิ้นสุดลงให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาใหม่ตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้
วุฒิสภาอายุสิ้นสุดเลือกใหม่สมาชิกวุฒิสภา
มาตรา 111หมวด 7 — รัฐสภา
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพสิ้นสุด
ประธานสภาส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ศาลอาจสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างพิจารณา และหากวินิจฉัยว่าสิ้นสุดให้พ้นตำแหน่งนับแต่วันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่
ศาลรัฐธรรมนูญสมาชิกภาพสิ้นสุดหยุดปฏิบัติหน้าที่คำวินิจฉัย
มาตรา 112หมวด 7 — รัฐสภา
อดีต ส.ว. ห้ามเป็นรัฐมนตรีภายในสองปี
ผู้เคยเป็น ส.ว. ที่พ้นจากตำแหน่งมายังไม่เกิน 2 ปี จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ เว้นแต่เป็นสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่น
อดีตสมาชิกวุฒิสภารัฐมนตรีตำแหน่งทางการเมืองสองปีข้อห้าม
มาตรา 113หมวด 7 — รัฐสภา
การกระทำต้องห้ามของสมาชิกสภา
บัญญัติถึงการกระทำที่ต้องห้ามของสมาชิกรัฐสภาตามที่อ้างอิงไว้ในมาตราอื่น
ข้อห้ามสมาชิกสภาการกระทำต้องห้าม
มาตรา 114หมวด 7 — รัฐสภา
สมาชิกเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย
ส.ส. และ ส.ว. เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่ผูกพันตามอาณัติใดๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมโดยปราศจากผลประโยชน์ขัดกัน
ผู้แทนปวงชนอาณัติซื่อสัตย์สุจริตประโยชน์ส่วนรวมผลประโยชน์ขัดกัน
มาตรา 115หมวด 7 — รัฐสภา
การปฏิญาณตนก่อนรับหน้าที่สมาชิก
ก่อนรับหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว. ต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมสภาว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ประเทศและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ
ปฏิญาณตนสมาชิกสภาซื่อสัตย์สุจริตรัฐธรรมนูญก่อนรับหน้าที่
มาตรา 116หมวด 7 — รัฐสภา
ประธานและรองประธานสภาทั้งสอง
แต่ละสภามีประธาน 1 คนและรองประธาน 1-2 คน พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามมติสภา และประธาน-รองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองขณะเดียวกันไม่ได้
ประธานสภารองประธานสภาพระมหากษัตริย์พรรคการเมืองข้อห้าม
มาตรา 117หมวด 7 — รัฐสภา
วาระดำรงตำแหน่งประธานสภา
ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรดำรงตำแหน่งจนสิ้นอายุสภาหรือยุบสภา ส่วนประธานและรองประธานวุฒิสภาดำรงตำแหน่งจนสิ้นอายุวุฒิสภา
ประธานสภารองประธานสภาวาระสิ้นอายุสภายุบสภา
มาตรา 118หมวด 7 — รัฐสภา
แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านแทนตำแหน่งว่าง
กรณีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านว่างลงตามกรณีที่กำหนด พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง
ผู้นำฝ่ายค้านตำแหน่งว่างแต่งตั้งพระมหากษัตริย์
มาตรา 119หมวด 7 — รัฐสภา
อำนาจหน้าที่ประธานสภาและรองประธาน
ประธานสภามีหน้าที่ดำเนินกิจการสภาตามข้อบังคับและต้องวางตัวเป็นกลาง รองประธานปฏิบัติหน้าที่แทนเมื่อประธานไม่อยู่ และหากทั้งคู่ไม่อยู่ให้สมาชิกเลือกกันเองเป็นประธานชั่วคราว
ประธานสภารองประธานข้อบังคับวางตัวเป็นกลางปฏิบัติหน้าที่แทน
มาตรา 120หมวด 7 — รัฐสภา
องค์ประชุมและการลงมติสภา
การประชุมสภาต้องมีสมาชิกมาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงครบองค์ประชุม ลงมติด้วยเสียงข้างมาก หากเสียงเท่ากันประธานออกเสียงชี้ขาด และรายงานการประชุมต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ
องค์ประชุมกึ่งหนึ่งลงมติเสียงข้างมากเสียงชี้ขาด
มาตรา 121หมวด 7 — รัฐสภา
สมัยประชุมสามัญของรัฐสภา
ต้องเรียกประชุมรัฐสภาภายใน 15 วันหลังประกาศผลเลือกตั้ง มีสมัยประชุมสามัญ 2 สมัยต่อปี สมัยละ 120 วัน และปิดก่อนกำหนดได้เฉพาะเมื่อรัฐสภาเห็นชอบ
สมัยประชุมสามัญรัฐสภา120 วันสองสมัยเลือกตั้งทั่วไป
มาตรา 122หมวด 7 — รัฐสภา
พระราชอำนาจเรียกประชุมรัฐสภา
พระมหากษัตริย์ทรงเรียก เปิด และปิดประชุมรัฐสภา ทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยแรกด้วยพระองค์เองหรือโปรดให้ผู้แทนทำแทน และทรงเรียกประชุมสมัยวิสามัญได้เมื่อจำเป็น
พระมหากษัตริย์เรียกประชุมรัฐพิธีสมัยวิสามัญเปิดประชุม
มาตรา 123หมวด 7 — รัฐสภา
การอ้างอิงมาตราประกอบการประชุม
มาตรานี้อ้างอิงถึงบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประชุมรัฐสภา
การประชุมรัฐสภาอ้างอิง
มาตรา 124หมวด 7 — รัฐสภา
เอกสิทธิ์การอภิปรายในที่ประชุมสภา
สมาชิกรัฐสภามีเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาดในการแสดงความคิดเห็นและออกเสียงในที่ประชุม ห้ามฟ้องร้อง แต่ไม่คุ้มครองหากถ้อยคำปรากฏนอกรัฐสภาและมีลักษณะเป็นความผิดต่อบุคคลอื่น
เอกสิทธิ์อภิปรายที่ประชุมสภาฟ้องร้องความคิดเห็น
มาตรา 125หมวด 7 — รัฐสภา
ความคุ้มกันสมาชิกระหว่างสมัยประชุม
ระหว่างสมัยประชุมห้ามจับหรือคุมขังสมาชิกในฐานะผู้ต้องหาคดีอาญา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาหรือจับในขณะกระทำผิด และหากถูกคุมขังก่อนสมัยประชุมต้องปล่อยตัวเมื่อประธานร้องขอ
ความคุ้มกันสมัยประชุมจับกุมคุมขังคดีอาญา
มาตรา 126หมวด 7 — รัฐสภา
พระราชกฤษฎีกาเรียกและปิดประชุม
การเรียกประชุม ขยายเวลา และปิดประชุมรัฐสภาทุกครั้งต้องกระทำโดยพระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมปิดประชุมขยายเวลารัฐสภา
มาตรา 127หมวด 7 — รัฐสภา
การประชุมเปิดเผยและการประชุมลับ
การประชุมสภาโดยหลักเป็นการเปิดเผย แต่สามารถประชุมลับได้หากคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ร้องขอ
ประชุมเปิดเผยประชุมลับสภาผู้แทนราษฎรวุฒิสภาหนึ่งในสี่
มาตรา 128หมวด 7 — รัฐสภา
อำนาจตราข้อบังคับการประชุมสภา
สภามีอำนาจตราข้อบังคับการประชุมครอบคลุมเรื่องประธานสภา คณะกรรมาธิการ วิธีประชุม การเสนอและพิจารณากฎหมาย รวมถึงประมวลจริยธรรมของสมาชิก
ข้อบังคับการประชุมคณะกรรมาธิการจริยธรรมลงมติ
มาตรา 129หมวด 7 — รัฐสภา
อำนาจตั้งคณะกรรมาธิการของสภา
สภามีอำนาจตั้งคณะกรรมาธิการสามัญจากสมาชิก และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือร่วมจากผู้ที่เป็นหรือไม่เป็นสมาชิกก็ได้
คณะกรรมาธิการสามัญวิสามัญตั้งกรรมาธิการสภา
มาตรา 130หมวด 7 — รัฐสภา
รายชื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
กำหนดให้ต้องมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 10 ฉบับ ครอบคลุมการเลือกตั้ง วุฒิสภา กกต. พรรคการเมือง ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระอื่นๆ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งวุฒิสภาป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 131หมวด 7 — รัฐสภา
ผู้มีสิทธิเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ
ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเสนอได้โดยคณะรัฐมนตรีตามข้อแนะนำของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือโดย ส.ส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวน ส.ส. ทั้งหมด
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเสนอร่างคณะรัฐมนตรีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งในสิบ
มาตรา 132หมวด 7 — รัฐสภา
กระบวนการพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ
ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเสนอต่อรัฐสภา ประชุมร่วมกันพิจารณาให้เสร็จใน 180 วัน วาระ 3 ต้องได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง หากไม่เสร็จตามกำหนดถือว่าเห็นชอบตามร่างที่เสนอ
พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญรัฐสภาประชุมร่วม180 วันกึ่งหนึ่ง
มาตรา 133หมวด 7 — รัฐสภา
ผู้มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ
ร่าง พ.ร.บ. เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรก่อน โดย ครม. / ส.ส. ไม่น้อยกว่า 20 คน / ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10,000 คน และหากเป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงินต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี
ร่างพระราชบัญญัติคณะรัฐมนตรีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอกฎหมาย
มาตรา 134หมวด 7 — รัฐสภา
นิยามร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน
ร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน คือร่างที่เกี่ยวกับภาษี งบประมาณ เงินกู้ หรือเงินตรา หากสงสัยให้ประชุมร่วมระหว่างประธานสภาและประธานกรรมาธิการสามัญวินิจฉัย
ร่างเกี่ยวด้วยการเงินภาษีงบประมาณเงินกู้เงินตรา
มาตรา 135หมวด 7 — รัฐสภา
ร่าง พ.ร.บ. กลายเป็นเกี่ยวด้วยการเงิน
หากร่าง พ.ร.บ. ที่ไม่ใช่ร่างเกี่ยวด้วยการเงินตอนรับหลักการ แต่ถูกแก้ไขจนมีลักษณะเป็นเช่นนั้น ประธานสภาต้องสั่งระงับการพิจารณาไว้ก่อน
ร่างเกี่ยวด้วยการเงินแก้ไขเพิ่มเติมประธานสภาระงับการพิจารณา
มาตรา 136หมวด 7 — รัฐสภา
วุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ภายหกสิบวัน
สภาผู้แทนราษฎรเสนอร่าง พ.ร.บ. ที่ผ่านแล้วให้วุฒิสภาพิจารณาภายใน 60 วัน (30 วันสำหรับร่างเงิน) ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน
วุฒิสภาพิจารณาร่างหกสิบวันสามสิบวันร่างเกี่ยวด้วยการเงิน
มาตรา 137หมวด 7 — รัฐสภา
อำนาจและขอบเขตคณะกรรมาธิการ
คณะกรรมาธิการมีอำนาจสอบหาข้อเท็จจริงเรื่องที่อยู่ในอำนาจสภา เรียกเอกสารและบุคคลมาให้ข้อมูลได้ แต่ห้ามเรียกผู้พิพากษาหรือตุลาการในส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่พิจารณาคดี
คณะกรรมาธิการสอบหาข้อเท็จจริงเรียกเอกสารอำนาจผู้พิพากษา
มาตรา 138หมวด 7 — รัฐสภา
การยกร่าง พ.ร.บ. ที่ถูกยับยั้ง
บัญญัติถึงเงื่อนไขที่สภาผู้แทนราษฎรจะยกร่างพระราชบัญญัติที่ถูกยับยั้งตามบทบัญญัติที่กำหนด
ร่างพระราชบัญญัติยับยั้งสภาผู้แทนราษฎร
มาตรา 139หมวด 7 — รัฐสภา
วุฒิสภาพิจารณาไม่ทันถือว่าเห็นชอบ
หากวุฒิสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ไม่เสร็จตามกำหนด ถือว่าให้ความเห็นชอบ และการแจ้งว่าเป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงินถือเป็นเด็ดขาด หากไม่แจ้งถือว่าไม่ใช่
วุฒิสภาไม่ทันกำหนดถือว่าเห็นชอบร่างเกี่ยวด้วยการเงินแจ้ง
มาตรา 140หมวด 7 — รัฐสภา
การจ่ายเงินแผ่นดินต้องมีกฎหมายอนุญาต
การจ่ายเงินแผ่นดินต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายงบประมาณหรือกฎหมายวินัยการเงินการคลัง เว้นแต่กรณีเร่งด่วนจ่ายก่อนได้แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย
จ่ายเงินแผ่นดินงบประมาณรายจ่ายวินัยการเงินการคลังเงินคงคลัง
มาตรา 141หมวด 7 — รัฐสภา
งบประมาณรายจ่ายต้องตราเป็น พ.ร.บ.
งบประมาณรายจ่ายแผ่นดินต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ หากออกไม่ทันให้ใช้งบประมาณปีก่อนพลางก่อน และรัฐต้องจัดสรรงบให้พอกับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของสภา ศาล และองค์กรอิสระ
งบประมาณรายจ่ายพระราชบัญญัติปีงบประมาณองค์กรอิสระวินัยการเงิน
มาตรา 142หมวด 7 — รัฐสภา
ร่างงบประมาณต้องแสดงแหล่งรายได้และยุทธศาสตร์
การเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องแสดงแหล่งที่มารายได้ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวัง และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง
งบประมาณรายจ่ายแหล่งที่มารายได้ยุทธศาสตร์ชาติวินัยการเงินการคลังผลสัมฤทธิ์
มาตรา 143หมวด 7 — รัฐสภา
ลดระยะเวลายับยั้งร่าง พ.ร.บ.เงินเหลือสิบวัน
ระยะเวลายับยั้งร่างพระราชบัญญัติ 180 วัน ให้ลดเหลือ 10 วัน สำหรับร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน
ยับยั้งร่าง พ.ร.บ.พระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงินระยะเวลาสิบวันวุฒิสภา
มาตรา 144หมวด 7 — รัฐสภา
บทเชื่อมต่อในกระบวนการนิติบัญญัติ
ข้อความเชื่อมต่อในกระบวนการนิติบัญญัติ (ข้อความที่สกัดได้ไม่สมบูรณ์จากต้นฉบับ)
กระบวนการนิติบัญญัติ
มาตรา 145หมวด 7 — รัฐสภา
ทูลเกล้าร่าง พ.ร.บ.ถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธย
ร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านรัฐสภาแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องนำขึ้นทูลเกล้าถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วจึงมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
ทูลเกล้าถวายพระปรมาภิไธยราชกิจจานุเบกษาร่างพระราชบัญญัตินายกรัฐมนตรี
มาตรา 146หมวด 7 — รัฐสภา
รัฐสภายืนยันร่าง พ.ร.บ.ที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบ
หากพระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. รัฐสภาสามารถยืนยันด้วยคะแนนสองในสามของสมาชิกทั้งสองสภา และหากพ้น 30 วันยังไม่ได้รับพระราชทานคืน นายกรัฐมนตรีสามารถประกาศบังคับใช้ได้
พระมหากษัตริย์ไม่เห็นชอบรัฐสภายืนยันสองในสามราชกิจจานุเบกษาเก้าสิบวัน
มาตรา 147หมวด 7 — รัฐสภา
ร่าง พ.ร.บ.ตกไปเมื่อยุบสภาหรืออายุสภาสิ้นสุด
เมื่อยุบสภาหรืออายุสภาสิ้นสุด ร่าง พ.ร.บ.ที่ค้างพิจารณาให้ตกไป แต่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่สามารถร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาต่อไปได้ภายใน 60 วันนับแต่เปิดประชุม
ยุบสภาร่าง พ.ร.บ.ตกไปคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หกสิบวันการเลือกตั้งทั่วไป
มาตรา 148หมวด 7 — รัฐสภา
ทูลเกล้าถวายภายในยี่สิบวัน
กำหนดให้นำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าถวายภายใน 20 วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดไว้
ทูลเกล้าถวายยี่สิบวันกำหนดเวลา
มาตรา 149หมวด 7 — รัฐสภา
มาตรา 149 — ให้นำความในมาตรา ๑๔๘ มาใช้บังคับแก่ร่างข้อบังคับกา
ให้นำความในมาตรา ๑๔๘ มาใช้บังคับแก่ร่างข้อบังคับการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา และร่างข้อบังคับการประชุม ร...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 150หมวด 7 — รัฐสภา
สิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีของสมาชิกรัฐสภา
สมาชิกรัฐสภามีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีทั้งเป็นหนังสือและด้วยวาจา แต่รัฐมนตรีอาจปฏิเสธตอบได้หากเป็นเรื่องที่กระทบความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน
กระทู้ถามรัฐมนตรีสมาชิกสภาถามด้วยวาจาความปลอดภัยของแผ่นดิน
มาตรา 151หมวด 7 — รัฐสภา
ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 มีสิทธิเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายคนหรือทั้งคณะ มติไม่ไว้วางใจต้องได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง และห้ามยุบสภาขณะที่ญัตติยังค้างอยู่
ไม่ไว้วางใจญัตติหนึ่งในห้ากึ่งหนึ่งยุบสภาอภิปรายทั่วไป
มาตรา 152หมวด 7 — รัฐสภา
อภิปรายซักถามรัฐบาลโดยไม่ลงมติ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 มีสิทธิเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายซักถามรัฐบาลเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาโดยไม่มีการลงมติ
อภิปรายทั่วไปหนึ่งในสิบซักถามข้อเท็จจริงไม่ลงมติคณะรัฐมนตรี
มาตรา 153หมวด 7 — รัฐสภา
วุฒิสภาขอให้รัฐบาลชี้แจงปัญหาสำคัญ
สมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มีสิทธิขอให้คณะรัฐมนตรีมาแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินในวุฒิสภา โดยไม่มีการลงมติ
วุฒิสภาหนึ่งในสามอภิปรายทั่วไปคณะรัฐมนตรีชี้แจงปัญหา
มาตรา 154หมวด 7 — รัฐสภา
มาตรา 154 — การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๑
การเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๕๑
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 155หมวด 7 — รัฐสภา
อภิปรายร่วมรัฐสภาเรื่องความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ
ผู้นำฝ่ายค้านสามารถขอเปิดอภิปรายทั่วไปร่วมรัฐสภาเรื่องความมั่นคงหรือเศรษฐกิจ ประธานรัฐสภาต้องจัดประชุมภายใน 15 วัน โดยประชุมลับและห้ามลงมติ
ผู้นำฝ่ายค้านความมั่นคงเศรษฐกิจประชุมลับสิบห้าวันอภิปรายทั่วไป
มาตรา 156หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
กรณีที่รัฐสภาต้องประชุมร่วมกัน
กำหนดกรณีที่รัฐสภาต้องประชุมร่วมกัน เช่น การให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และกรณีอื่นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
ประชุมร่วมรัฐสภาผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ความเห็นชอบ
มาตรา 157หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
วุฒิสภาไม่ส่งคืนร่าง พ.ร.บ.ในกำหนดเวลา
หากวุฒิสภาไม่ส่งร่างพระราชบัญญัติคืนภายในกำหนดเวลา ให้นำบทบัญญัติที่กำหนดไว้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
วุฒิสภาส่งร่าง พ.ร.บ.คืนกำหนดเวลาอนุโลม
มาตรา 158หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไม่เกิน 35 คน ประกอบเป็นคณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดิน โดยนายกฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร
นายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรีสามสิบห้าคนบริหารราชการแผ่นดินสภาผู้แทนราษฎร
มาตรา 159หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรวมไม่เกินแปดปี
ประธานสภาผู้แทนราษฎรลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีมิได้ ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่
นายกรัฐมนตรีแปดปีดำรงตำแหน่งประธานสภารับสนองพระบรมราชโองการ
มาตรา 160หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
เงื่อนไขการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี
กำหนดเงื่อนไขการเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ให้ถือว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคลนั้น
เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีพรรคการเมืองหนังสือยินยอมการเลือกตั้ง
มาตรา 161หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
รัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ว่าจะจงรักภักดี ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และรักษารัฐธรรมนูญทุกประการ
ถวายสัตย์ปฏิญาณรัฐมนตรีจงรักภักดีซื่อสัตย์สุจริตรัฐธรรมนูญ
มาตรา 162หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
การให้ความเห็นชอบประกาศสงคราม
บทบัญญัติเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบในการประกาศสงครามตามมาตราที่กำหนด (ข้อความที่สกัดได้ไม่สมบูรณ์จากต้นฉบับ)
ประกาศสงครามความเห็นชอบรัฐสภา
มาตรา 163หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
รัฐมนตรีเข้าประชุมสภาแต่ไม่ออกเสียง
รัฐมนตรีมีสิทธิเข้าประชุมและแสดงความเห็นในสภาแต่ไม่มีสิทธิออกเสียง เว้นแต่รัฐมนตรีผู้นั้นเป็น ส.ส.ด้วย
รัฐมนตรีเข้าประชุมสภาไม่ออกเสียงส.ส.เอกสิทธิ์
มาตรา 164หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
หลักเกณฑ์การบริหารราชการของคณะรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีต้องบริหารราชการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รักษาวินัยการเงิน ยึดหลักธรรมาภิบาล และรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภา
บริหารราชการแผ่นดินซื่อสัตย์สุจริตวินัยการเงินธรรมาภิบาลรับผิดชอบร่วมกัน
มาตรา 165หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
การตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
บทบัญญัติเกี่ยวกับการตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาตามมาตราที่กำหนด (ข้อความที่สกัดได้ไม่สมบูรณ์จากต้นฉบับ)
ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
มาตรา 166หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
คณะรัฐมนตรีขอออกเสียงประชามติ
คณะรัฐมนตรีสามารถขอให้มีการออกเสียงประชามติในเรื่องที่เหมาะสม โดยต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลใดเป็นการเฉพาะ
ประชามติคณะรัฐมนตรีออกเสียงไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
มาตรา 167หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
เหตุให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง
กำหนดเหตุที่ทำให้รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงกรณีที่ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง
พ้นจากตำแหน่งคณะรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรีสิ้นสุด
มาตรา 168หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
การพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี
กำหนดให้รัฐมนตรีพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
พ้นจากหน้าที่รัฐมนตรีพระบรมราชโองการ
มาตรา 169หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
มาตรา 169 — คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๖๗ (๒) และ ต้
คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๖๗ (๒) และ ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา ๑๖๘ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) ...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 170หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
เหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดเฉพาะตัว
กำหนดเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ได้แก่ อายุสภาสิ้นสุด ยุบสภา คณะรัฐมนตรีลาออก หรือพ้นจากตำแหน่งตามเหตุอื่นที่กำหนด
ยุบสภาลาออกอายุสภาสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุด
มาตรา 171หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดเมื่อครบกำหนด
นอกจากเหตุทั่วไปแล้ว ความเป็นนายกรัฐมนตรียังสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดวาระครบกำหนดเวลา
มาตรา 172หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
พระราชกำหนดในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน
พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกำหนดได้ในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน และต้องเสนอรัฐสภาอนุมัติโดยเร็ว หากไม่ได้รับอนุมัติพระราชกำหนดนั้นตกไป แต่ไม่กระทบกิจการที่เกิดขึ้นแล้ว
พระราชกำหนดฉุกเฉินความมั่นคงอนุมัติราชกิจจานุเบกษาสมัยวิสามัญ
มาตรา 173หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
ตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของพระราชกำหนด
สมาชิกสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 มีสิทธิเข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาว่าพระราชกำหนดไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนที่สภาจะอนุมัติ
พระราชกำหนดหนึ่งในห้าตรวจสอบชอบด้วยรัฐธรรมนูญประธานสภา
มาตรา 174หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
พระราชกำหนดด้านภาษีอากรหรือเงินตรา
หากจำเป็นต้องมีกฎหมายภาษีอากรหรือเงินตราที่ต้องพิจารณาโดยด่วนและเป็นความลับเพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกำหนดได้
พระราชกำหนดภาษีอากรเงินตราด่วนและลับประโยชน์ของแผ่นดิน
มาตรา 175หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกา
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาได้โดยต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย
พระราชกฤษฎีกาพระราชอำนาจไม่ขัดต่อกฎหมาย
มาตรา 176หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
พระราชอำนาจประกาศใช้กฎอัยการศึก
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก โดยในกรณีเร่งด่วนเฉพาะพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทหารสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย
กฎอัยการศึกพระราชอำนาจฝ่ายทหารเร่งด่วน
มาตรา 177หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาในกรณีพิเศษ
ในกรณีพิเศษที่วุฒิสภาต้องพิจารณาแต่งตั้งบุคคล ประธานวุฒิสภาจะนำความกราบบังคมทูลให้ประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญ และวุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาได้
วุฒิสภาสมัยวิสามัญประธานวุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาพระบรมราชโองการ
มาตรา 178หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในที่ประชุมรัฐสภา
บทบัญญัติเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตราที่กำหนดซึ่งต้องดำเนินการในที่ประชุมรัฐสภา (ข้อความที่สกัดได้ไม่สมบูรณ์จากต้นฉบับ)
แก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชุมรัฐสภา
มาตรา 179หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
พระราชอำนาจพระราชทานอภัยโทษ
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องโทษได้
พระราชทานอภัยโทษพระราชอำนาจอภัยโทษ
มาตรา 180หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
พระมหากษัตริย์แต่งตั้งข้าราชการระดับสูง
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ข้าราชการระดับปลัดกระทรวงและอธิบดีพ้นจากตำแหน่ง ยกเว้นกรณีเสียชีวิต เกษียณ หรือถูกลงโทษ
แต่งตั้งข้าราชการปลัดกระทรวงอธิบดีเกษียณอายุพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา 181หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
ข้าราชการประจำห้ามเป็นข้าราชการการเมือง
ข้าราชการประจำและพนักงานของรัฐที่ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง จะดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองหรือตำแหน่งทางการเมืองอื่นมิได้
ข้าราชการประจำข้าราชการการเมืองห้ามตำแหน่งทางการเมือง
มาตรา 182หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
รัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
บทกฎหมายและพระบรมราชโองการด้านราชการแผ่นดินทุกฉบับต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนอง เว้นแต่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
รับสนองพระบรมราชโองการรัฐมนตรีบทกฎหมายพระราชหัตถเลขาราชการแผ่นดิน
มาตรา 183หมวด 8 — คณะรัฐมนตรี
เงินประจำตำแหน่งและบำเหน็จบำนาญองคมนตรีและสมาชิกสภา
เงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงฝ่ายนิติบัญญัติและองคมนตรีให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา รวมทั้งบำเหน็จบำนาญขององคมนตรีที่พ้นตำแหน่ง
เงินประจำตำแหน่งบำเหน็จบำนาญพระราชกฤษฎีกาองคมนตรีสมาชิกสภาผู้นำฝ่ายค้าน
มาตรา 184หมวด 9 — การขัดกันแห่งผลประโยชน์
ข้อห้ามรัฐมนตรีขัดกันแห่งผลประโยชน์
[ข้อความไม่สมบูรณ์ในต้นฉบับ] มาตรา 184 กำหนดข้อห้ามรัฐมนตรีกระทำการที่อาจขัดกันแห่งผลประโยชน์
ขัดกันแห่งผลประโยชน์รัฐมนตรีห้ามดำเนินกิจการ
มาตรา 185หมวด 9 — การขัดกันแห่งผลประโยชน์
เหตุสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. กรณีพรรคการเมือง
กำหนดเหตุสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส. กรณีลาออกจากพรรค ถูกมติพรรคขับออก หรือยุบพรรค พร้อมกำหนดระยะเวลา 30-60 วันในการหาพรรคใหม่
สิ้นสุดสมาชิกภาพลาออกพรรคยุบพรรคมติพรรคสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
มาตรา 186หมวด 9 — การขัดกันแห่งผลประโยชน์
มาตรา 186 — ให้นำความในมาตรา ๑๘๔ มาใช้บังคับแก่รัฐมนตรีด้วยโดย
ให้นำความในมาตรา ๑๘๔ มาใช้บังคับแก่รัฐมนตรีด้วยโดย อนุโลม เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้ (๑) การดำรงตำแหน่งหรือการดำเนินการที่กฎหมายบัญญั...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 187หมวด 9 — การขัดกันแห่งผลประโยชน์
ห้ามรัฐมนตรีเป็นคู่สัญญากับรัฐ
[ข้อความไม่สมบูรณ์ในต้นฉบับ] มาตรา 187 บัญญัติห้ามรัฐมนตรีเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญากับรัฐในช่วงเวลาที่กำหนด
ขัดกันแห่งผลประโยชน์รัฐมนตรีคู่สัญญาสัญญากับรัฐ
มาตรา 188หมวด 10 — ศาล
อิสระของผู้พิพากษาในการพิจารณาคดี
การพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาล กระทำในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ และผู้พิพากษามีอิสระในการพิจารณาโดยรวดเร็ว เป็นธรรม ปราศจากอคติ
อิสระผู้พิพากษาพิพากษาคดีพระปรมาภิไธยตุลาการเป็นธรรมปราศจากอคติ
มาตรา 189หมวด 10 — ศาล
ตั้งศาลได้โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น
ศาลทุกแห่งตั้งขึ้นได้โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น และห้ามตั้งศาลพิเศษเพื่อพิจารณาคดีใดคดีหนึ่งแทนศาลที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย
ตั้งศาลพระราชบัญญัติศาลพิเศษห้ามตั้งศาล
มาตรา 190หมวด 10 — ศาล
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้พิพากษาและตุลาการ
พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและถอดถอนผู้พิพากษาและตุลาการ กรณีพ้นตำแหน่งเพราะตาย เกษียณ หรือถูกลงโทษ ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ
แต่งตั้งผู้พิพากษาตุลาการพระมหากษัตริย์พ้นจากตำแหน่งเกษียณ
มาตรา 191หมวด 10 — ศาล
ผู้พิพากษาถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ผู้พิพากษาและตุลาการต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ โดยให้คำมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ปราศจากอคติ เพื่อความยุติธรรมแก่ประชาชน
ถวายสัตย์ปฏิญาณผู้พิพากษาตุลาการความซื่อสัตย์ปราศจากอคติ
มาตรา 192หมวด 10 — ศาล
ข้อยกเว้นการตรวจสอบศาลปกครอง — บริหารงานบุคคลตุลาการ
[ข้อความบางส่วน] บัญญัติให้การบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการตุลาการศาลต่าง ๆ และวินัยทหารเป็นข้อยกเว้นที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครอง
บริหารงานบุคคลคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมศาลปกครองวินัยทหาร
มาตรา 193หมวด 10 — ศาล
หน่วยงานธุรการอิสระของแต่ละศาล
ศาลแต่ละแห่ง (ยกเว้นศาลทหาร) มีหน่วยงานธุรการอิสระบริหารงานบุคคลและงบประมาณ ขึ้นตรงต่อประธานศาล และศาลยุติธรรม-ปกครองมีระบบเงินเดือนเฉพาะ
หน่วยงานธุรการอิสระบริหารงานบุคคลงบประมาณศาลยุติธรรมศาลปกครอง
มาตรา 194หมวด 10 — ศาล
ศาลยุติธรรมมีอำนาจพิจารณาคดีทั่วไป
ศาลยุติธรรมมีอำนาจทั่วไปในการพิจารณาพิพากษาคดีทุกประเภท เว้นแต่คดีที่กำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลอื่น
ศาลยุติธรรมอำนาจพิจารณาคดีคดีทั้งปวงศาลอื่น
มาตรา 195หมวด 10 — ศาล
แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา
ศาลฎีกามีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์คณะ 5-9 คนเลือกรายคดี อุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน และมีผลให้พ้นตำแหน่งทันทีที่มีคำพิพากษา
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอุทธรณ์ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
มาตรา 196หมวด 10 — ศาล
คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม — อิสระบริหารงานบุคคล
การบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาศาลยุติธรรมต้องเป็นอิสระ โดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน
คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมบริหารงานบุคคลอิสระประธานศาลฎีกา
มาตรา 197หมวด 10 — ศาล
ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาคดีปกครอง
ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาคดีที่เกิดจากการใช้อำนาจทางปกครอง มีศาลปกครองสูงสุดและชั้นต้น แต่ไม่รวมถึงการวินิจฉัยขององค์กรอิสระที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยตรง
ศาลปกครองคดีปกครองอำนาจทางปกครองศาลปกครองสูงสุดองค์กรอิสระ
มาตรา 198หมวด 10 — ศาล
คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง — อิสระบริหารงานบุคคล
การบริหารงานบุคคลของตุลาการศาลปกครองต้องเป็นอิสระ โดยคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง มีประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธาน
คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองบริหารงานบุคคลอิสระประธานศาลปกครองสูงสุด
มาตรา 199หมวด 10 — ศาล
ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีทหาร
ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาของบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร การจัดตั้งและวิธีพิจารณาเป็นไปตามกฎหมาย
ศาลทหารคดีอาญาบุคคลในอำนาจศาลทหารตุลาการทหาร
มาตรา 200หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์ประกอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเก้าคน
ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยตุลาการ 9 คน ทรงแต่งตั้ง มาจาก: ผู้พิพากษาศาลฎีกา 3 คน ตุลาการศาลปกครองสูงสุด 2 คน ผู้ทรงคุณวุฒินิติศาสตร์ 1 คน รัฐศาสตร์ 1 คน ข้าราชการระดับอธิบดีขึ้นไป 2 คน
ศาลรัฐธรรมนูญตุลาการเก้าคนสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
มาตรา 201หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
คุณสมบัติทั่วไปตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด อายุ 45-67 ปี วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ และสุขภาพดี
คุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสัญชาติไทยอายุความซื่อสัตย์
มาตรา 202หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
ลักษณะต้องห้ามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องไม่เคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด
ลักษณะต้องห้ามตุลาการศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระห้ามดำรงตำแหน่งซ้ำ
มาตรา 203หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ประธานสภาฯ ผู้นำฝ่ายค้าน ประธานศาลปกครองสูงสุด และผู้แทนองค์กรอิสระ
คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประธานศาลฎีกาผู้นำฝ่ายค้านสรรหา
มาตรา 204หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
วุฒิสภาให้ความเห็นชอบและแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาเกินกึ่งหนึ่ง จากนั้นเลือกกันเองเป็นประธาน และประธานวุฒิสภานำกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง
วุฒิสภาเห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประธานศาลรัฐธรรมนูญกราบบังคมทูล
มาตรา 205หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
การดำรงตำแหน่งในระหว่างรอแต่งตั้งตุลาการใหม่
[ข้อความไม่สมบูรณ์ในต้นฉบับ] มาตรา 205 บัญญัติเรื่องการดำรงตำแหน่งของตุลาการที่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้วแต่ยังมิได้พ้นจากตำแหน่งเดิม
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งวุฒิสภาเห็นชอบ
มาตรา 206หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา 206 — ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๒๐๔ ถ้ามีผู้ ได
ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๒๐๔ ถ้ามีผู้ ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคน ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบเลือก กัน...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 207หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
วาระการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเจ็ดปี
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีวาระ 7 ปีนับแต่วันที่ทรงแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวเท่านั้น
วาระเจ็ดปีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวาระเดียว
มาตรา 208หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
เหตุพ้นจากตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
[ข้อความบางส่วน] มาตรา 208 บัญญัติเหตุพ้นตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนอกจากครบวาระ เช่น ขาดคุณสมบัติ และเหตุอื่น ๆ
พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขาดคุณสมบัติเหตุพ้นตำแหน่ง
มาตรา 209หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
ตุลาการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้เมื่อมีตำแหน่งว่าง
เมื่อตุลาการพ้นตำแหน่งก่อนวาระและยังไม่มีผู้แทน ตุลาการที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องมีไม่น้อยกว่า 7 คน
ตำแหน่งว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่เจ็ดคนองค์คณะ
มาตรา 210หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
หน้าที่และอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย ปัญหาอำนาจหน้าที่ของสถาบันการเมือง และหน้าที่อื่นตามรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญอำนาจวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญกฎหมายร่างกฎหมาย
มาตรา 211หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
องค์คณะและผลผูกพันคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
องค์คณะต้องไม่น้อยกว่า 7 คน ใช้เสียงข้างมาก ปฏิเสธการวินิจฉัยมิได้ และคำวินิจฉัยเด็ดขาดผูกพันทุกองค์กรของรัฐ
องค์คณะเจ็ดคนคำวินิจฉัยเด็ดขาดผูกพันเสียงข้างมาก
มาตรา 212หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
คู่ความโต้แย้งความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย
[ข้อความไม่สมบูรณ์ในต้นฉบับ] มาตรา 212 บัญญัติให้ศาลหรือคู่ความโต้แย้งว่ากฎหมายที่จะใช้บังคับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญสามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
โต้แย้งความชอบด้วยรัฐธรรมนูญบทบัญญัติกฎหมายศาลรัฐธรรมนูญคู่ความ
มาตรา 213หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
สิทธิยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ
[ข้อความไม่สมบูรณ์ในต้นฉบับ] มาตรา 213 บัญญัติสิทธิของบุคคลในการยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อสิทธิเสรีภาพถูกละเมิด
ยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญสิทธิเสรีภาพละเมิด
มาตรา 214หมวด 11 — ศาลรัฐธรรมนูญ
การหยุดปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
[ข้อความไม่สมบูรณ์ในต้นฉบับ] มาตรา 214 บัญญัติเรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในกรณีถูกกล่าวหาหรืออื่น ๆ
หยุดปฏิบัติหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถูกกล่าวหา
มาตรา 215หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หลักการและอิสระขององค์กรอิสระ
องค์กรอิสระมีความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และต้องปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ
องค์กรอิสระความอิสระสุจริตเที่ยงธรรมปราศจากอคติ
มาตรา 216หมวด 12 — องค์กรอิสระ
คุณสมบัติทั่วไปผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต้องมีคุณสมบัติทั่วไปเพิ่มเติมจากที่กำหนดเฉพาะ โดยต้องมีอายุ 45-70 ปี และคุณสมบัติอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
คุณสมบัติองค์กรอิสระอายุลักษณะต้องห้าม
มาตรา 217หมวด 12 — องค์กรอิสระ
คณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
[ข้อความไม่สมบูรณ์ในต้นฉบับ] มาตรา 217 บัญญัติให้คณะกรรมการสรรหา (ตามมาตรา 203) ทำหน้าที่สรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (ยกเว้น กสม.)
คณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระสรรหาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
มาตรา 218หมวด 12 — องค์กรอิสระ
เหตุพ้นจากตำแหน่งของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
[ข้อความบางส่วน] ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระพ้นตำแหน่งได้จาก: ตาย ลาออก ขาดคุณสมบัติ และเหตุอื่นตามที่กำหนด
พ้นจากตำแหน่งองค์กรอิสระลาออกขาดคุณสมบัติตาย
มาตรา 219หมวด 12 — องค์กรอิสระ
มาตรฐานทางจริยธรรมร่วมของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ
ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกำหนดมาตรฐานจริยธรรมที่ใช้บังคับกับตุลาการและผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ และขยายไปถึง ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรีด้วย
มาตรฐานทางจริยธรรมองค์กรอิสระศาลรัฐธรรมนูญราชกิจจานุเบกษาฝ่าฝืนร้ายแรง
มาตรา 220หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หน่วยงานธุรการอิสระขององค์กรอิสระแต่ละแห่ง
องค์กรอิสระแต่ละแห่ง (ยกเว้น คตง.) มีหน่วยงานธุรการอิสระ มีหัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบจากองค์กรและขึ้นตรงต่อองค์กรนั้น
หน่วยงานธุรการองค์กรอิสระคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินหัวหน้าหน่วยงานอิสระ
มาตรา 221หมวด 12 — องค์กรอิสระ
องค์กรอิสระร่วมมือกันและแจ้งเรื่องข้ามองค์กร
องค์กรอิสระต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน และหากพบการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่อยู่ในอำนาจขององค์กรอื่น ต้องแจ้งให้องค์กรนั้นดำเนินการ
องค์กรอิสระร่วมมือช่วยเหลือแจ้งข้ามองค์กรไม่ชอบด้วยกฎหมาย
มาตรา 222หมวด 12 — องค์กรอิสระ
องค์ประกอบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
กกต. ประกอบด้วยกรรมการ 7 คน ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำวุฒิสภา แบ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทั่วไปจากคณะกรรมการสรรหา 5 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน
กกต.คณะกรรมการการเลือกตั้งการสรรหาวุฒิสภาศาลฎีกา
มาตรา 223หมวด 12 — องค์กรอิสระ
วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ กกต.
กรรมการ กกต. มีวาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว หากกรรมการเหลือไม่ถึง 4 คนให้ทำได้เฉพาะงานที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น
กกต.วาระ7 ปีการดำรงตำแหน่งตำแหน่งว่าง
มาตรา 224หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หน้าที่และอำนาจคณะกรรมการ กกต.
กกต. มีอำนาจจัดและควบคุมการเลือกตั้งทุกระดับให้สุจริตเที่ยงธรรม มีอำนาจสั่งระงับหรือยกเลิกการเลือกตั้งที่ไม่ชอบ และดูแลพรรคการเมืองให้ดำเนินการตามกฎหมาย
กกต.การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมประชามติพรรคการเมือง
มาตรา 225หมวด 12 — องค์กรอิสระ
อำนาจ กกต. ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง
ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง หากมีหลักฐานว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต กกต. มีอำนาจสั่งเลือกตั้งใหม่และระงับสิทธิสมัครของผู้กระทำผิดไว้ชั่วคราว
กกต.เลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผลระงับสิทธิสุจริต
มาตรา 226หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การดำเนินการตามอำนาจ กกต.
ว่าด้วยการดำเนินการตามบทบัญญัติที่อ้างถึงในมาตราก่อนหน้า เกี่ยวกับอำนาจของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง
กกต.การดำเนินการการเลือกตั้ง
มาตรา 227หมวด 12 — องค์กรอิสระ
ความคุ้มครองกรรมการ กกต. ระหว่างเลือกตั้ง
ระหว่างช่วงเลือกตั้งหรือประชามติ ห้ามจับ คุมขัง หรือหมายเรียกกรรมการ กกต. โดยไม่ได้รับอนุญาต ยกเว้นจับได้ในขณะกระทำความผิด
กกต.ความคุ้มครองการจับกุมช่วงเลือกตั้งประชามติ
มาตรา 228หมวด 12 — องค์กรอิสระ
องค์ประกอบผู้ตรวจการแผ่นดิน
ผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คน ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำวุฒิสภา ต้องมีความซื่อสัตย์และประสบการณ์บริหารราชการไม่ต่ำกว่าอธิบดี 5 ปี สองคน และผู้มีประสบการณ์สาธารณะ 20 ปี หนึ่งคน
ผู้ตรวจการแผ่นดินการสรรหาวุฒิสภาคุณสมบัติบริหารราชการ
มาตรา 229หมวด 12 — องค์กรอิสระ
วาระการดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน
ผู้ตรวจการแผ่นดินมีวาระ 7 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
ผู้ตรวจการแผ่นดินวาระ7 ปีวาระเดียว
มาตรา 230หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หน้าที่และอำนาจผู้ตรวจการแผ่นดิน
ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนะให้หน่วยงานรัฐปรับปรุงกฎหมายที่ก่อภาระแก่ประชาชน แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีความเดือดร้อน และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีกรณีรัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่
ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอแนะความเดือดร้อนหน่วยงานรัฐหน้าที่ของรัฐ
มาตรา 231หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การประกาศผลคำวินิจฉัยของศาลในราชกิจจา
หน่วยงานธุรการของศาลต้องจัดทำประกาศผลคำวินิจฉัยส่งลงราชกิจจานุเบกษาโดยเร็ว และการแจ้งคู่กรณีฟังคำวินิจฉัยให้เป็นไปตามข้อกำหนดของศาล
คำวินิจฉัยราชกิจจานุเบกษาศาลการประกาศคู่กรณี
มาตรา 232หมวด 12 — องค์กรอิสระ
คุณสมบัติกรรมการจากภาคประชาสังคม
ผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็นกรรมการองค์กรอิสระอาจมาจากผู้ที่ทำงานหรือเคยทำงานในภาคประชาสังคมไม่น้อยกว่า 20 ปี ตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด
องค์กรอิสระคุณสมบัติภาคประชาสังคมการสรรหา20 ปี
มาตรา 233หมวด 12 — องค์กรอิสระ
วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.
กรรมการ ป.ป.ช. มีวาระ 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว หากกรรมการพ้นก่อนวาระให้กรรมการที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อ เว้นแต่เหลือน้อยกว่า 5 คน
ป.ป.ช.วาระ7 ปีการดำรงตำแหน่งตำแหน่งว่าง
มาตรา 234หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หน้าที่และอำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ป.ป.ช. มีอำนาจไต่สวนทุจริตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ กำหนดให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน และตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติ
ป.ป.ช.ทุจริตบัญชีทรัพย์สินเจ้าหน้าที่รัฐร่ำรวยผิดปกติ
มาตรา 235หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การดำเนินการไต่สวนตามวรรคสาม
ว่าด้วยการดำเนินการไต่สวนตามวรรคสามที่บัญญัติไว้ในมาตราที่เกี่ยวข้อง
ไต่สวนป.ป.ช.การดำเนินการวรรคสาม
มาตรา 236หมวด 12 — องค์กรอิสระ
กรณีสงสัยทุจริตผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ
เมื่อมีเหตุสงสัยหรือมีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการ หรือองค์กรอิสระมีพฤติการณ์ทุจริต ให้ดำเนินการตามบทบัญญัติที่กำหนด
ทุจริตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตุลาการป.ป.ช.องค์กรอิสระ
มาตรา 237หมวด 12 — องค์กรอิสระ
ผลการไต่สวนของคณะผู้ไต่สวนอิสระ
คณะผู้ไต่สวนอิสระเมื่อไต่สวนเสร็จ หากไม่มีมูลให้สั่งยุติ หากละเมิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาวินิจฉัย
คณะผู้ไต่สวนอิสระยุติเรื่องศาลฎีกามาตรฐานจริยธรรมไต่สวน
มาตรา 238หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การส่งเรื่องตามบทบัญญัติที่กำหนด
ว่าด้วยการส่งเรื่องหรือการดำเนินการตามบทบัญญัติที่อ้างถึงในมาตราที่เกี่ยวข้อง
การส่งเรื่องบทบัญญัติการดำเนินการ
มาตรา 239หมวด 12 — องค์กรอิสระ
วาระกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
กรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีวาระ 7 ปี นับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินวาระ7 ปีวาระเดียว
มาตรา 240หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หน้าที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินวางนโยบาย กำหนดมาตรฐาน กำกับการตรวจเงิน ให้คำปรึกษาหน่วยงานรัฐ และสั่งลงโทษปกครองกรณีกระทำผิดวินัยการเงินการคลัง
ตรวจเงินแผ่นดินนโยบายมาตรฐานวินัยการเงินโทษปกครอง
มาตรา 241หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การแต่งตั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำวุฒิสภา โดยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเสนอชื่อ ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภากึ่งหนึ่ง
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินการแต่งตั้งวุฒิสภาคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
มาตรา 242หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินปฏิบัติหน้าที่โดยเที่ยงธรรมปราศจากอคติ ตรวจเงินแผ่นดินตามนโยบาย ตรวจผลสัมฤทธิ์การใช้จ่าย และกำกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจเงินผลสัมฤทธิ์หน่วยงานรัฐเที่ยงธรรม
มาตรา 243หมวด 12 — องค์กรอิสระ
ความเป็นอิสระผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ รับผิดชอบต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงาน
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินความเป็นอิสระผู้บังคับบัญชาพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ
มาตรา 244หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การแจ้งทุจริตการใช้จ่ายเงินแผ่นดิน
หากพบหลักฐานทุจริตการใช้จ่ายเงินแผ่นดินเกินอำนาจผู้ว่าการ ให้แจ้ง ป.ป.ช. หรือ กกต. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ
ทุจริตการใช้จ่ายเงินแผ่นดินผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินป.ป.ช.กกต.
มาตรา 245หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การระงับความเสียหายการเงินการคลังของรัฐ
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเสนอผลตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจเงินฯ หากเห็นพ้องและที่ประชุมร่วม ป.ป.ช.-กกต. เห็นชอบ ต้องแจ้งรัฐสภาและเปิดเผยต่อสาธารณะ
ตรวจเงินแผ่นดินความเสียหายการเงินการคลังรัฐสภาเปิดเผย
มาตรา 246หมวด 12 — องค์กรอิสระ
การปฏิบัติตามวรรคสองและกฎหมายประกอบ
ว่าด้วยการปฏิบัติตามวรรคสองและกฎหมายที่ตราขึ้นตามบทบัญญัติที่อ้างถึง
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญการปฏิบัติวรรคสอง
มาตรา 247หมวด 12 — องค์กรอิสระ
หน้าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กสม. ตรวจสอบรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอแนะมาตรการป้องกัน จัดทำรายงานสถานการณ์เสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี และสร้างความตระหนักแก่สังคม
กสม.สิทธิมนุษยชนการละเมิดรายงานมาตรการรัฐสภา
มาตรา 248หมวด 13 — องค์กรอัยการ
อำนาจและความเป็นอิสระขององค์กรอัยการ
พนักงานอัยการมีอิสระในการสั่งคดีโดยเที่ยงธรรมปราศจากอคติ การบริหารงานบุคคลต้องดำเนินโดยคณะกรรมการอัยการที่มีประธานซึ่งไม่ใช่อัยการ
อัยการองค์กรอัยการความเป็นอิสระการสั่งคดีคณะกรรมการอัยการ
มาตรา 249หมวด 13 — องค์กรอัยการ
มาตรา 249 — ภายใต้บังคับมาตรา ๑ ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้อง ถ
ภายใต้บังคับมาตรา ๑ ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้อง ถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามวิธี การ...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 250หมวด 14 — การปกครองส่วนท้องถิ่น
หน้าที่และอำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อปท. มีหน้าที่ดูแลบริการสาธารณะเพื่อประชาชนในท้องถิ่นตามหลักพัฒนายั่งยืน และรัฐต้องจัดระบบภาษีให้ อปท. มีรายได้เพียงพอ
อปท.บริการสาธารณะรายได้ภาษีการพัฒนายั่งยืน
มาตรา 251หมวด 14 — การปกครองส่วนท้องถิ่น
การบริหารงานบุคคลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การบริหารงานบุคคล อปท. ต้องใช้ระบบคุณธรรม คำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น และมีมาตรฐานสอดคล้องกันเพื่อพัฒนาร่วมกันหรือสับเปลี่ยนบุคลากรได้
อปท.บุคคลระบบคุณธรรมมาตรฐานสับเปลี่ยนบุคลากร
มาตรา 252หมวด 14 — การปกครองส่วนท้องถิ่น
การเลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่น
สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ผู้บริหารอาจมาจากการเลือกตั้งหรือสภาท้องถิ่นเห็นชอบ โดยคำนึงถึงการป้องกันทุจริตตามรัฐธรรมนูญ
เลือกตั้งสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่นอปท.ป้องกันทุจริต
มาตรา 253หมวด 14 — การปกครองส่วนท้องถิ่น
การเปิดเผยข้อมูลและการมีส่วนร่วมของ อปท.
อปท. สภาท้องถิ่น และผู้บริหารต้องเปิดเผยข้อมูลรายงานผลการดำเนินงานให้ประชาชนทราบ และมีกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วม
อปท.เปิดเผยข้อมูลการมีส่วนร่วมความโปร่งใสประชาชน
มาตรา 254หมวด 14 — การปกครองส่วนท้องถิ่น
สิทธิประชาชนเสนอข้อบัญญัติและถอดถอน
ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน อปท. มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นหรือถอดถอนสมาชิกสภาและผู้บริหารท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์กฎหมาย
อปท.สิทธิประชาชนเข้าชื่อถอดถอนข้อบัญญัติท้องถิ่น
มาตรา 255หมวด 15 — การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ห้ามแก้ไขรูปแบบรัฐและระบอบการปกครอง
การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนรูปแบบของรัฐกระทำมิได้โดยเด็ดขาด
แก้ไขรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยพระมหากษัตริย์รูปแบบรัฐข้อห้าม
มาตรา 256หมวด 13 — การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
วิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ — ญัตติ + ประชามติ
แก้ไข รธน. ต้อง: ญัตติจาก ครม. หรือ ส.ส. 1/5 → วาระ 1 เสียงกึ่งหนึ่ง+ส.ว. 1/3 → วาระ 3 ต้องมีฝ่ายค้าน+ส.ว. → ถ้าแก้หมวด 1-2 หรือหมวดแก้ไข ต้องลงประชามติ — ทำให้การแก้ไข รธน. ทำได้ยากมาก
แก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติประชามติreferendumวุฒิสภาสภาผู้แทนราษฎร
มาตรา 257หมวด 16 — การปฏิรูปประเทศ
เป้าหมายการปฏิรูปประเทศ
การปฏิรูปประเทศต้องบรรลุ 3 เป้าหมาย ได้แก่ ชาติสงบสามัคคีพัฒนายั่งยืน สังคมยุติธรรมลดความเหลื่อมล้ำ และประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีมีส่วนร่วมประชาธิปไตย
ปฏิรูปประเทศเป้าหมายความสงบความเหลื่อมล้ำคุณภาพชีวิต
มาตรา 258หมวด 16 — การปฏิรูปประเทศ
การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองและราชการ
กำหนดให้ปฏิรูปด้านการเมืองให้ประชาชนมีส่วนร่วมและพรรคการเมืองโปร่งใส และด้านการบริหารราชการโดยนำเทคโนโลยีและบูรณาการข้อมูลรัฐ
ปฏิรูปประเทศการเมืองบริหารราชการพรรคการเมืองเทคโนโลยีฐานข้อมูล
มาตรา 259หมวด 16 — การปฏิรูปประเทศ
กรอบการปฏิรูปตามบทบัญญัติที่กำหนด
ว่าด้วยกรอบการปฏิรูปประเทศภายใต้บังคับบทบัญญัติที่กำหนดไว้
ปฏิรูปประเทศกรอบบทบัญญัติภายใต้บังคับ
มาตรา 260หมวด 16 — การปฏิรูปประเทศ
มาตรา 260 — ในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายตามมาตรา ๒๕๘ ง. ด้าน กระบว
ในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายตามมาตรา ๒๕๘ ง. ด้าน กระบวนการยุติธรรม (๔) ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ประกอบ ด้วย (๑) ...
รัฐธรรมนูญสิทธิ
มาตรา 261หมวด 16 — การปฏิรูปประเทศ
แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ
การปฏิรูปประเทศต้องเป็นไปตามกฎหมายแผนปฏิรูป กำหนดวิธีการ การมีส่วนร่วม ขั้นตอน และระยะเวลาปฏิรูป โดยเริ่มภายใน 1 ปี และบรรลุผลสัมฤทธิ์ใน 5 ปี
ปฏิรูปประเทศแผนขั้นตอนกฎหมาย5 ปีการมีส่วนร่วม
มาตรา 262หมวด 17 — บทเฉพาะกาล
คณะองคมนตรีชุดเดิมตามรัฐธรรมนูญใหม่
คณะองคมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ให้ถือเป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้
คณะองคมนตรีบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญการรับรองสถานะ
มาตรา 263หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภาชั่วคราว
ในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนมีการเลือกตั้ง ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป สมาชิก สนช. ทำหน้าที่ ส.ส. หรือ ส.ว. และสิ้นสุดลงเมื่อมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง
สภานิติบัญญัติแห่งชาติสนช.รัฐสภาชั่วคราวเลือกตั้งทั่วไปบทเฉพาะกาล
มาตรา 264หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
ข้าราชการการเมืองของคณะรัฐมนตรีชั่วคราว
ข้าราชการการเมืองที่ตั้งขึ้นสนับสนุนคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในช่วงเปลี่ยนผ่านจนกว่าจะมีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ข้าราชการการเมืองคณะรัฐมนตรีรัฐธรรมนูญชั่วคราวบทเฉพาะกาล
มาตรา 265หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
อำนาจประธาน สนช. แทนประธานรัฐสภา
อำนาจของประธานรัฐสภา ประธาน ส.ส. และประธาน ส.ว. ตกเป็นของประธาน สนช. ในช่วงเปลี่ยนผ่าน สมาชิก สนช. ห้ามลงสมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งแรก เว้นแต่พ้นตำแหน่งภายใน 90 วัน
ประธาน สนช.อำนาจประธานรัฐสภาสมัครรับเลือกตั้งเก้าสิบวันบทเฉพาะกาล
มาตรา 266หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศปฏิบัติหน้าที่ต่อ
ให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปชั่วคราวเพื่อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศ จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศมีผลบังคับ
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศปฏิรูปประเทศแผนการปฏิรูปบทเฉพาะกาล
มาตรา 267หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
กรธ. จัดทำพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญสิบฉบับ
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีหน้าที่จัดทำหรือแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญสิบฉบับให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ โดยมุ่งขจัดการทุจริตทุกรูปแบบ
กรธ.คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ240 วันบทเฉพาะกาล
มาตรา 268หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
เลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายใน 150 วัน
กำหนดให้ดำเนินการเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้
เลือกตั้งทั่วไป150 วันส.ส.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล
มาตรา 269หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
วุฒิสภาวาระเริ่มแรก 250 คน คสช. ถวายคำแนะนำ
ในวาระเริ่มแรก วุฒิสภามีสมาชิก 250 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของ คสช. โดยผ่านกระบวนการสรรหาของคณะกรรมการที่ คสช. แต่งตั้งจำนวน 9–12 คน
วุฒิสภาวาระเริ่มแรก250 คนคสช.สรรหา ส.ว.บทเฉพาะกาล
มาตรา 270หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
อำนาจพิเศษวุฒิสภาวาระเริ่มแรก
วุฒิสภาวาระเริ่มแรกมีอำนาจพิเศษเพิ่มเติมในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ นอกเหนือจากอำนาจปกติตามรัฐธรรมนูญ
วุฒิสภาวาระเริ่มแรกปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติอำนาจพิเศษบทเฉพาะกาล
มาตรา 271หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
อายุและการสิ้นสุดวุฒิสภาวาระเริ่มแรก
วุฒิสภาวาระเริ่มแรกตามมาตรา 269 มีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง ไม่ใช่ระยะเวลาตามบทบัญญัติปกติ
อายุวุฒิสภาวาระเริ่มแรกห้าปีพระบรมราชโองการบทเฉพาะกาล
มาตรา 272หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
รัฐสภาร่วม ส.ส. ส.ว. เลือกนายกฯ ในห้าปีแรก
ในห้าปีแรกหลังรัฐสภาชุดแรก การให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีต้องผ่านที่ประชุมร่วมของ ส.ส. และ ส.ว. แทนที่จะเป็นเพียงสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายเดียว
นายกรัฐมนตรีห้าปีแรกประชุมร่วมรัฐสภาส.ว.บทเฉพาะกาล
มาตรา 273หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
ตุลาการและองค์กรอิสระเดิมอยู่ในตำแหน่งต่อไป
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ดำรงตำแหน่งอยู่เดิมยังคงอยู่ต่อไปจนกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับและมีการสรรหาใหม่
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินอยู่ในตำแหน่งต่อไปบทเฉพาะกาล
มาตรา 274หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
กสทช. เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560
กำหนดให้ กสทช. ที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ. 2553 เป็นองค์กรตามมาตรา 60 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 นี้โดยอัตโนมัติ
กสทช.คลื่นความถี่กิจการโทรคมนาคมมาตรา 60บทเฉพาะกาล
มาตรา 275หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ
กำหนดให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการจัดให้มีกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ตราขึ้น เพื่อรองรับการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลา
คณะรัฐมนตรีจัดให้มีกฎหมายรัฐธรรมนูญบทเฉพาะกาล
มาตรา 276หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
ศาลรัฐธรรมนูญจัดทำมาตรฐานจริยธรรมชั่วคราว
กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมตามมาตรา 219 ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
มาตรฐานจริยธรรมศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระหนึ่งปีบทเฉพาะกาล
มาตรา 277หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
คณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ
คณะรัฐมนตรีต้องเสนอกฎหมายให้เป็นไปตามหมวด 5 (หน้าที่ของรัฐ) หมวด 6 (แนวนโยบายแห่งรัฐ) และหมวด 16 (การปฏิรูปประเทศ) ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี
คณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายสองปีหน้าที่ของรัฐบทเฉพาะกาล
มาตรา 278หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
คณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานรัฐจัดทำร่างกฎหมาย
คณะรัฐมนตรีต้องกำกับให้หน่วยงานของรัฐจัดทำร่างกฎหมายที่จำเป็นตามรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อ สนช. หรือรัฐสภาเพื่อพิจารณา
คณะรัฐมนตรีหน่วยงานของรัฐร่างกฎหมายสนช.บทเฉพาะกาล
มาตรา 279หมวด 0 — บทเฉพาะกาล
ประกาศและคำสั่ง คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
ประกาศ คำสั่ง และการกระทำทั้งปวงของ คสช. หรือหัวหน้า คสช. ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนและที่จะออกต่อไป ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย การยกเลิกหรือแก้ไขต้องกระทำโดยกฎหมายหรือพระบรมราชโองการ
คสช.คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศ คสช.คำสั่ง คสช.บทเฉพาะกาล